จำสถานะไว้
ดูไม่ออกขอใหม่อีกรอบ

ขอขอบคุณบริษัทห้างร้านผู้ให้การสนับสนุน



หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงปู่แหวน  (อ่าน 12760 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ผู้ดูแลเว็บบอร์ด
วันนี้คุณไม่ชอบผม แล้วสักวันคุณจะเข้าใจผม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
*****
โพสต์ถูกใจ : 186
กระทู้: 3144
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
ของจริงคือของจริงจะบิดเบือนไม่ได้
ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 04:25:06 PM »

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ (16 มกราคม พ.ศ. 2430 — 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2528)
 เป็นภิกษุชาวไทย จำพรรษา ณ วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่


ประวัติหลวงปู่แหวน สุจิณโณ เกิดในตระลของช่างตีเหล็ก เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2430
 ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือนยี่ ปีกุน ณ บ้านนาโป่ง ตำบลหนองใน อำเภอเมือง จังหวัดเลย โดยเป็นบุตร
ของนายใสกับนางแก้ว รามสิริ โดยมีน้องสาวร่วมบิดา- มารดาอีกหนึ่งคนคือ นางเบ็ง ราชอักษร และบิดามาร
ดาของท่านได้ ตั้งชื่อว่า ญาณ ซึ่งแปลว่า ปรีชา กำหนดรู้ พอท่านมีอายุ ได้ประมาณ 5 ขวบเศษ โยมมารดา
ของท่านก็ล้มป่วย แม้จะได้รับการดูแลเยียวยารักษาเป็นอย่างดีจากสามี แต่อาการของท่านก็มีแต่ทรงกับทรุด
ในที่สุดเมื่อท่านรู้ตัวว่า คงจะไม่รอดชีวิตไปได้แน่แล้วท่านจึงได้เรียกหลวงปู่แหวน เข้าไปใกล้ แล้วกล่าวความ
ฝากฝังเอาไว้ว่า ลูกเอํย...แม่ยินดีต่อลูก สมบัติใด ๆ ในโลกนี้ล้วน กี่โกฎก็ตามแม่ไม่ยินดี แม่จะยินดีมากถ้า
ลูกจะบวชให้แม่ เมื่อลูกบวชแล้วก็ให้ตายกับผ้าเหลือง ไม่ต้องสึกออกมา มีลูกมีเมียนะ... หลวงปู่แหวนพยัก
หน้า รับคำเท่านั้น ดวงวิญญาณของท่านก็ออกจากร่างไป มาอีกไม่นาน ดึกสงัดของค่ำคืนวันหนึ่งขณะที่คุณ
ยายของหลวงปู่แหวนกำลังนอนหลับสนิทก็เกิดฝันประหลาด อันเป็นมงคลนิมิตหมายที่ดีงาม ท่านจึงได้นำเอา
ความฝันมาเล่าสู่ลูกหลานและหลวงปู่แหวนฟัง ในวันรุ่งขึ้นว่า เมื่อคืนนี้ ยายนอนหลับและได้ฝันประหลาดมาก
ฝันว่าเจ้าไปนอนอยู่ในดงขมิ้น จนกระทั่งเนื้อตัวของเจ้าเหลือง อร่ามไปหมด ดูแล้วน่ารักน่าเอ็ดดูยิ่งนัก
ยายเห็นว่า เจ้านี้จะมีอุปนิสัยวาสนาในทางบวช ฉะนั้นยายขอให้เจ้าบวชตลอดชีวิต และขอให้ตายกับผ้าเหลือง
 ไม่ต้องสึกออกมามีลูกมีเมียเจ้าจะทำได้ไหม


จากนั้น วันเวลาผ่านมาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2439 ท่านมีอายุได้ 9 ขวบ คุณยายของท่านที่ได้เลี้ยงดูแลเอาใจ
ใส่มาอย่างทะนุถนอม ได้เรียกท่านพร้อมกับ หลานชายอีกคนหนึ่ง ที่เป็นญาติสนิทรุ่นราวคราวเดียวกัน
 เข้าไปหาแล้วพูดว่า ยายจะให้เจ้าทั้งสองบวชเป็น สามเณร เมื่อบวชแล้วไมต้องสึก เจ้าจะบวชได้ไหม
ท่านหันมามองหลวงปู่แหวนอย่างตั้งใจฟังคำตอบ หลวงปู่แหวนก็พยักหน้ารับ พอใกล้เข้าพรรษา
คุณยายของท่านจึงได้ตระเตรียมเครี่องบริขาร จนครบเรียบร้อยแล้ว จึงได้พาเด็กชายทั้งสองเข้าถวาย
ตัวต่อพระอุปัชฌาย์ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า เข้าพรรษาเป็นสามเณร ณ วัดโพธิ์ชัย พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็นเด็กชาย
 ญาณ เป็นสามเณร แหวนนับแต่นั้นมา

ตลอดพรรษาที่ได้บรรพชา เป็นสามเณรนั้น หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ได้แต่ทำวัตร สวดมนต์ต์บ้างตามโอกาส
 เท่าที่พระภิกษุและ สามเณร ภายในวัดจะร่วมกันทำสังฆกรรม นอกจากนั้นก็จะใช้เวลา
 ไปในทางเล่นซุกซนตามประสาเด็ก ในที่สุดพระอาจารย์อ้วน ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของท่าน มองเห็นว่าหาก
ปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ จะทำให้สามเณรน้อยไม่มีความรู้ จึงพาไปฝากฝังถวาย เป็นศิษย์ของท่านพระอาจารย์สิงห์
 ขนฺตยาคโม (ที่จริงน่าจะเป็นพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโลมากกว่า เพราะหลวงปู่แหวนเกิด 16 มกราคม 2430
ส่วนพระอาจารย์สิงห์เกิด 27 มกราคม 2432 พระอาจารย์สิงห์อ่อนกว่าหลวงปู่แหวน 2 ปี ) ณ วัดบ้านสร้างถ่อ
 อำเภอกษมสีมา จังหวัดอุบลราชธานี เป็นที่น่าอัศจรรย์ ขณะที่พระอาจารย์อ้วนกำลังพาสามเณรน้อย
 เดินฝ่าเปลวแดดสีทองมุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณวัดในยามบ่ายนั้น พระอาจารย์สิงห์ขนัง ศิษย์สำคัญสูงสุดของพระอาจารย์ใหญ่
 ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐานคือ พระมั่น ภูริทัตโต กำลังมองที่ร่างสามเณรน้อย พลันก็บังเกิดฤทธิ์อำนาจ
 แห่งอภิญญาณทำให้ท่านเห็นรัศมีเป็นแสงสว่างโอภาส เปล่งประกายออกมาจากร่างของสามเณรน้อยผู้นี้
 เป็นผู้ที่มีบุญญาธิการมาเกิด ดั้งนั้นพระอาจารย์สิงห์ จึงได้ถ่ายทอดความรู้ตลอดจนข้อวัตรปฏิบัติทั้งหมดให้

การออกจาริกแสวงบุญ

ปี พ.ศ. 2464 ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อศึกษาธรรมกับ ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์
ปี พ.ศ. 2478 ได้เข้าพบ ท่านเจ้า คุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ ที่วัดเจดีย์หลวงเชียงใหม่ ในครั้ง
นี้ได้เปลี่ยนจากมหานิกายเป็น ธรรมยุติ และได้รับฉายาว่า สุจิณโณ จากนั้นได้ออกจาริก
แสวงบุญต่อ ขณะที่ศึกษาธรรมกับพระอาจารย์มั่นฯ ที่ดงมะไฟ บ้านค้อ จังหวัดอุบลราชธานี
มีศิษย์พระอาจารย์มั่นฯ ที่มีอัธยาศัย ที่ตรงกัน 2 ท่านคือ พระขาว อนาลโย และ พระตื้อ
 อจลธัมโม เช่นเดียวกับคราวที่ จากท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ ก็ได้ พระขาว
จาริกแสวงธรรมเป็นเพื่อนจนถึงเมืองหลวงพระบาง
ปีพ.ศ. 2489 หลวงปู่แหวนจำพรรษาที่วัดป่าบ้านปง อ.แม่แตง ในพรรษานั้นท่านอาพาธเป็นแผล
ที่ขาอักเสบต้องผ่าตัด โดยมีพระหนู สุจิตโต ซึ่งเดินทางมาจากดอยแม่ปั๋งพยายามอยู่ใกล้ๆ
เมื่อครบ 7 วัน ต้องกลับไปดอยแม่ปั๋ง เพราะอยู่ระหว่างพรรษา จนกระทั่งเดือนเมษายนในปีต่อมา
 อาการอาพาธจึงดีขึ้นแต่ก็ยังไม่หายสนิทยังเดินไปไหนไกลๆ ไม่ได้
นับแต่นั้นมาพระหนูได้พยายามอยู่ใกล้ๆ เพื่อดูแลหลวงปู่แหวน ต่อมาพระหนูได้ดำริว่า
ปัจจุบันหลวงปู่แหวนมีอายุมากแล้ว ไม่มีพระภิกษุสามเณรอยู่ด้วย เพื่อเป็นอุปัฏฐาก
ถ้านิมนต์มาอยู่ที่ดอยแม่ปั๋งก็จะได้ถวายการดูแลได้โดยง่ายไม่ต้องไปๆ มาๆ อยู่อย่างนี้
แต่ก็ต้องเป็นเพียงความคิดของพระหนูเท่านั้น เพราะในเวลาดังกล่าว ดอยแม่ปั๋งยังไม่มี
อะไรพร้อมแม้แต่กุฏิก็ยังไม่มี
ปีพ.ศ. 2505 ขณะที่หลวงปู่แหวนมีอายุ 75 ปี คืนวันหนึ่งพระหนูนั่งภาวนาอยู่เกิดเป็นเสียง
หลวงปู่แหวนดังขึ้นมาที่หูว่า จะมาอยู่ด้วยคนนะ หลังจากวันที่ได้ยินเสียงหลวงปู่แหวนอีกสามวัน
 พระอาจารย์หนูได้ถูกนิมนต์ไปที่วัดบ้านปงสถานที่ที่หลวงปู่แหวนอยู่
และถือโอกาสนิมนต์หลวงปู่แหวนมาที่วัดดอยแม่ปั๋งด้วย
เมื่อหลวงปู่แหวนได้มาอยู่ที่วัดดอยแม่ปั๋งแล้ว ครั้งแรกท่านพักอยู่ที่กุฏิหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง
 การมาอยู่ที่วัดดอยแม่ปั๋งนี้ ท่านได้มีข้อตกลงกับพระอาจารย์หนูว่า หน้าที่ต่างๆ
และกิจทุกอย่างที่มีขึ้นในวัด ให้ตกเป็นภาระของพระอาจารย์หนูแต่เพียงผู้เดียว
ส่วนท่านจะอยู่ในฐานะพระผู้เฒ่าผู้ปฏิบัติธรรมจะไม่มีภาระใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนั้นหลวงปู่แหวน
จะไม่รับนิมนต์โดยเด็ดขาด แม้ที่สุดถึงจะเกิดอาพาธหนักเพียงใดก็ตาม ท่านไม่ยอมนอนรักษาที่โรงพยาบาล
ถึงธาตุขันธ์จะทรงอยู่ต่อไปไม่ได้ก็จะให้สิ้นไปในป่าอันเป็นที่อยู่ ตามอริยโคตรอริยวงศ์
ซึ่งบูรพาจารย์ท่านเคยปฏิบัติมาแล้วในกาลก่อน

นับตั้งแต่หลวงปู่แหวนได้ขึ้นไปทางเหนือ ท่านไม่เคยไปจำพรรษาที่ภาคอื่นเลย เพราะอากาศทางภาค
เหนือสัปปายะสำหรับท่าน หลวงปู่แหวนได้มรณภาพลงที่วัดดอยแม่ปั๋งแห่งนี้ เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2528 สิริอายุ 98 ปี


คำสอน

อดีตก็เป็นทำเมา อนาคตก็เป็นทำเมา จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน รู้อยู่ในปัจจุบัน ละอยู่ในปัจจุบันนี้จึงเป็นพุทโธ
เป็นธัมโม ปัจจุบันก็พอแล้ว อดีต และอนาคตไม่ต้องคำนึงถึง เกิด แก่ เจ็บ ตาย วัน คืน เดือน ปี สิ้นไป
หมดไป อายุเราก็หมดไป สิ้นไป หมั่นบำเพ็ญจิต บำเพ็ญทาน รักษาศีล ภาวนาต่อไป

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=RVkxkzhO9iM" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=RVkxkzhO9iM</a>


* 66.jpg (5.11 KB, 255x198 - ดู 659 ครั้ง.)

* 88.jpg (69.09 KB, 451x700 - ดู 129 ครั้ง.)

* 66.jpg (5.11 KB, 255x198 - ดู 589 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

อย่าให้ความงมงายมาบังปัญญาจนขาดสติ
สมาชิกเต็มตัว
***
โพสต์ถูกใจ : 13
กระทู้: 364
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมชาติ จงทำแต่ความเป็นจริง
ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 04:47:52 PM »

สาธุ..หลวงปู่

***

ขอบคุณ
บันทึกการเข้า

ทุกชีวิตมีค่าเหมือนกัน เพียงแต่หยัดยืนอยู่บนความเป็นจริงที่ต่างกัน
แฟนคลับ
****
โพสต์ถูกใจ : 10
กระทู้: 539
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 05:01:05 PM »

  สาธุครับ 
บันทึกการเข้า
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
*****
โพสต์ถูกใจ : 65
กระทู้: 2030
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 05:06:14 PM »

เมื่อก่อนมีเยอะมากเหรียญหลวงปู่ แต่ปล่อยไปก็เยอะ ให้เพื่อนไปก็เยอะ เหลือมาอย่างละเหรียญที่ชอบจริง ๆ
ก็เลยเหลือเท่าเนี่ย

รูปแรก เป็นรูปหลวงปู่แหวน ตอนไปเรียนเชียงใหม่ ปี 28 เห็นทิ้งอยู่ถังขยะ เลยเก็บมาใส่กรอบไว้ที่บ้าน
รูปสอง เป็นอะไรที่เผอิญได้มาจริง ๆ  ต้องบอกว่าหายากส์ แย้ว

 


* 1_3.jpg (62.23 KB, 700x1000 - ดู 125 ครั้ง.)

* 10_2.jpg (66.71 KB, 700x878 - ดู 126 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
*****
โพสต์ถูกใจ : 104
กระทู้: 3830
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 05:08:40 PM »

 
บันทึกการเข้า

  พุทธังประสิทธิ ธัมมังประสิทธิ สังฆังประสิทธิ
มะอะอุ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา พุทโธ พุทโธ
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
*****
โพสต์ถูกใจ : 65
กระทู้: 2030
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 05:09:35 PM »

ส่วนเหรียญนี้ผมชอบจริง ๆ ดูแล้วสวยมาก
และ ........พอล่ะ ให้ดูเฉย ๆ ไม่มีอะไรมากมาย ..... หัวเราะ   หัวเราะ


* 12_2.jpg (67.52 KB, 700x562 - ดู 120 ครั้ง.)

* 29_2.jpg (70.57 KB, 700x486 - ดู 590 ครั้ง.)

* 30_2.jpg (66.14 KB, 700x394 - ดู 1056 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
*****
โพสต์ถูกใจ : 21
กระทู้: 2399
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
ความศักดิ์สิทธิ์เกิดจากความศรัทธา
ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 07:43:58 PM »

 สาธุ
บันทึกการเข้า

สักวันจะคว้าดาวสีเงินมาติดบ่า
สมาชิกทั่วไป
**
โพสต์ถูกใจ : 0
กระทู้: 72
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 08:06:21 PM »

ท่านเก่งมากครับ สาธุ กราบๆหลวงปู่แหวน 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: