จำสถานะไว้
ดูไม่ออกขอใหม่อีกรอบ

ขอขอบคุณบริษัทห้างร้านผู้ให้การสนับสนุน



You are here: Timpirus.com » ประวัติย่อคณาจารย์และห้องธรรม » ประวัติย่อคณาจารย์ ต่างๆ » หัวข้อ: พระครูวิบูลวชิรธรรม หลวงพ่อสว่าง วัดท่าพุทรา จ.กำแพงเพชร
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระครูวิบูลวชิรธรรม หลวงพ่อสว่าง วัดท่าพุทรา จ.กำแพงเพชร  (อ่าน 32629 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แฟนคลับ
****
โพสต์ถูกใจ : 23
กระทู้: 633
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
พึงระลึกอยู่เสมอว่า พึงรักษาความดีความบริสุทธิ์ของตัวไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2012, 08:10:18 AM »

ประวัติหลวงพ่อสว่าง
ชาตุภูมิ

       พระวิบูลวชิรธรรม นามเดิม สว่าง นามสกุล เจริญศรี นามฉายา อุตตโร นามบิดา ขุนเจริญสวัสดิ์ (เจริญ เจริญศรี) นามมารดา หอม หรือ ก้อนดิน เกิด ณ บ้านน้ำหัก ตำบลท่างิ้ว อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2426 ตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 7 ปีมะแม เป็นบุตรคนที่ 5 ของขุนเจริญสวัสดิ์ แต่เป็นบุตรคนเดียวจากโยมมารดาของท่านซึ่งเป็นภรรยาคนที่ 2 ของขุนเจริญสวัสดิ์ (เจริญ เจริญศรี)
การศึกษาเบื้องต้น

       เมื่อหลวงพ่อพระวิบูลวชิรธรรม เกิดได้เพียง 5 วัน โยมมารดาของท่านก็ถึงแก่อนิจกรรม ได้มีแม่น้าเลี้ยงดูท่านจนเติบใหญ่ (แม่น้าก็คือภรรยาคนที่ 1 ของขุนเจริญสวัสดิ์นั่นเอง) พอท่านมีอายุพอสมควรที่จะเล่าเรียนศึกษาได้ ท่านก็เริ่มศึกษาเล่าเรียนอักขระสมัย และหนังสืออักขระขอมเบื้องต้น จากขุนเจริญสวัสดิ์บิดาของท่าน พอท่านอายุได้ 13 ขวบ ขุนเจริญสวัสดิ์บิดาก็ถึงแก่อนิจกรรม พระวิบูลวชิรธรรมจึงเป็นผู้กำพร้า บิดา-มารดา แต่เยาว์วัย แต่ท่านก็พยายามประคองตัวประคองใจเชื่อฟังคำตักเตือนสั่งสอนของมารดาเลี้ยงเป็นอย่างดี เนื่องจากท่านอยู่กับมารดาเลี้ยงของท่านตลอดมา มารดาเลี้ยงของท่านก็เอ็นดูรักใคร่สงสารปราณีท่านเสมือนเป็นบุตรที่แท้จริง มีความประสงค์อยากจะให้หลวงพ่อพระวิบูลวชิรธรรม ได้รับการศึกษาชั้นสูงๆขึ้นไปอีก เพื่อจะได้มีความรู้เฉลียวฉลาด จะได้ดำเนินวิถีชีวิตตามเยี่ยงขุนเจริญสวัสดิ์ผู้บิดา เนื่องจากบิดาของท่านเป็นผู้มีความสามารถเฉลียวฉลาด มีคนเคารพนับถือทั้งในหมู่บ้านตำบลที่มีภูมิลำเนาอยู่และตำบลอำเภอไกล้เคียงทั่วไป มารดาเลี้ยงจึงได้นำพระวิบูลวชิรธรรมไปฝากกับหลวงพ่อเผือกหรือพระครูบรรพโตปมญาณ วัดหัวดงเหนือ ตำบลหัวดง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ สมัยนั้นนับว่าวัดหัวดงเหนือ เป็นสำนักเรียนอักขระสมัยมูลกัจจายน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังสำนักหนั่ง หลวงพ่อฯท่านได้ศึกษาเล่าเรียนมูลกัจจายน์ และหนังสืออักขระขอมอยู่ที่วัดหัวดงเหนือ เป็นเวลานานประมาณ 7 ปี มีพระอาจารย์สด (ต่อมาได้เลื่อนฐานะเป็นพระครูสวรรค์วิถี) เป็นครูสอน พอหลวงพ่อพระวิบูลวชิรธรรมมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์มารดาเลี้ยงได้อนุญาตให้ไปศึกษาต่อที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมอบให้พระครูบรรพโตปมญาณ (หรือหลวงพ่อเผือก) วัดหัวดงเหนือ พระอาจารย์ของท่านเป็นผู้นำไป ทั้งได้มอบปัจจัยสี่ไปพอสมควรให้แก่พระครูบรรพโตปมญาณ (หรือหลวงพ่อเผือก) ไปเป็นจำนวนครบถ้วน เพื่อจับจ่ายใช้สอย เพื่อดำเนินการอุปสมบทหลวงพ่อพระวิบูลวชิรธรรมด้วย

การอุปสมบท

       หลวงพ่อพระวิบูลวชิรธรรม อุปสมบทเมื่อวันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2445 ตรงกับวันขึ้น 4 ค่ำ เดือนอ้าย ปีขาล ณ พัทธสีมาวัดขุนญาณ ตำบลคลองเมือง อำเภอกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พระญาณไตรโลกย์ (สะอาด) วัดศาลาปูน อำเภอกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นพระอุปัชฌาย์
พระวินัยธรศรี วัดศาลาปูน อำเภอกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระปลัดแพ วัดศาลาปูน อำเภอกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระอนุสาวนาจารย์
พระอุปัชฌาย์ ให้นามฉายาว่า “อุตตโร”


* lpsawang_img2.jpg (62.87 KB, 350x454 - ดู 4061 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
แฟนคลับ
****
โพสต์ถูกใจ : 23
กระทู้: 633
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
พึงระลึกอยู่เสมอว่า พึงรักษาความดีความบริสุทธิ์ของตัวไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2012, 08:14:02 AM »

       เมื่อพระวิบูลวชริธรรมอุปสมบทแล้ว ก็ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและบาลีอยู่ที่สำนักเรียนวัดศาลาปูนเป็นเวลา 2 ปี และได้กลับมาอยู่กับพระครูบรรพโตปมญาณ (หลวงพ่อเผือก) ที่วัดหัวดงเหนือ ตำบลหัวดง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ตามเดิม ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย จากพระอาจารย์สด(พระครูสวรรค์วิถี) ซึ่งเป็นอาจารย์เดิมอีกเป็นเวลา 2 พรรษา แล้วได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท่างิ้ว อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์เป็นเวลา 2 พรรษา จากนั้นได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดเขาแก้ว (วัดมณีบรรพตวรวิหาร) จังหวัดตาก อีก 2 พรรษา แล้วได้ย้ายกลับมาอยู่ที่วัดท่างิ้วตามเดิมอีก ต่อมาเมื่ออาจารย์ปั้นเจ้าอาวาสวัดท่างิ้วได้มรณะภาพลง หลวงพ่อพระครูน้อย ขณะนั้นยังเป็นประทวนสมณะศักดิ์อยู่ ได้ตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดท่างิ้ว เมื่อได้เป็นเจ้าอาวาสแล้ว ได้ทราบข่าวว่าจังหวัดอุทัยธานีตั้งสำนักศาสนศึกษาขึ้น จึงได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดสังกัดคีรีวงค์อุดมมงคลเขตร อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีอาจารย์ลพเป็นเจ้าอาวาส มีอาจารย์จ่อยเป็นครูสอน ได้ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ที่วัดสังกัดคีรีวงค์ 1 พรรษา เมื่อเห็นว่ามีความรู้พอสมควรแล้วได้กลับมาอยู่ที่วัดท่างิ้วตามเดิม เพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์วัดท่างิ้ว และเพื่อจัดตั้งสำนักเรียนขึ้นที่วัดท่างิ้วต่อไป
       กลับมาอยู่ที่วัดท่างิ้วแล้ว ได้จัดข้อระเบียบปฏิบัติสำหรับพระภิกษุสามเณรภายในวัดให้เรียบร้อย ได้จัดการบูรณะซ่อมแซมกุฏิ ศาลาการเปรียญ พระอุโบสถให้เรียบร้อยดี ได้ตั้งศาสนศึกษาขึ้นที่วัดท่างิ้ว ได้ทำการสอนเอง มีพระภิกษุ สามเณร ศึกษามากพอสมควร คือประมาณปีละ 20 กว่ารูป สำหรับนักเรียนบ้านนอกในสมัยนั้น มีนักเรียนปีละ 20 กว่ารูป ก็นับว่ามากพอสมควร การสอบสนามหลังนั้นบางปีก็ไปสอบที่นครสวรรค์ บางปีก็ไปสอบที่วัดเขาแก้ว อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ต่อมาเมื่อมีการก่อสร้างมากขึ้น การสอนโรงเรียนก็ทำไม่ได้สะดวก จึงได้ฝึกอาจารย์แฉล้มให้เป็นผู้ช่วยสอนอีกรูปหนึ่ง ท่านก็ได้เอาใจใส่ช่วยสอนเป็นอย่างดี นับว่าสำนักเรียนวัดท่างิ้ว เป็นสำนักเรียนแห่งแรกของ อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์



       ต่อมาในปี พ.ศ. 2468 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รั้งตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษณ์บุรี กิ่งอำเภอแสนตอ จังหวัดกำแพงเพชร (สมัยนั้นอำเภอคลองขลุงยังเป็นอำเภอขาณุอยู่ อำเภอขาณุยังเป็นกิ่งอำเภอแสนตอ ต่อมาราวปี พ.ศ.2493 จึงเปลี่ยนอำเภอแสนตอเป็นอำเภอขาณุวรลักษบุรีมาจนถึงทุกวันนี้) แต่ก็ยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลท่างิ้วอยู่อีกด้วย และยังอยู่ที่วัดท่างิ้วตามเดิม การขึ้นมาราชการคณะสงฆ์ที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี ในสมัยนั้นมีความลำบากมาก เพราะการคมนาคมไม่สะดวกเช่นทุกวันนี้ โดยมากก็จ้างเรือแจวบ้าง เรือถ่อบ้าง บางครั้งก็มารถงาน บางครั้งก็เดินเท้า ถ้าเป็นหน้าพรรษาก็มาค้างคราวละ 5-6 คืนแล้วก็กลับ ถ้าขึ้นหน้าแล้งก็มาค้างมากคืนหน่อย ส่วนมากค้างคืนที่วัดศรีภิรมณ์ อำเภอคลองขลุง ท่านได้ปฏิบัติดังนี้ตลอดมา
        ต่อมาก็ได้รับตราตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ใน พ.ศ. 2468 ครั้นถึงปี พ.ศ. 2470 ได้รับตราตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี และกิ่งอำเภอแสนตอ จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับพระราชทานสมณะศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูวิบูลวชิรธรรม” ได้รับตราตั้งให้เป็นกรรมการตรวจประโยคนักธรรมชั้นตรีในสนามหลวง ได้รับเลื่อนฐานะเป็นพระครูชั้นเอกแล้วก็ได้ขยายสำนักเรียนให้มีมากขึ้นได้อบรมสั่งสอนพระภิกษุสามเณรให้มีข้อวัตรปฏิบัติดีขึ้น ได้เทศนาสั่งสอนประชาชนให้ประพฤติดีมีศีลธรรมประจำใจ เอาใจใส่ในการก่อสร้างเสนาสนะต่างๆมากมาย ได้ขออนุญาตเปิดสนามสอบธรรม ขึ้นที่วัดสว่างอารมณ์ กิ่งอำเภอแสนตอ ครั้นทางราชการได้แยกอำเภอขาณุวรลักษบุรี เป็นอำเภอคลองขลุง กิ่งอำเภอแสนตอเป็นอำเภอขาณุวรลักษบุรีแล้ว โดยมีเจ้าคณะอำเภอทั้งสองอำเภอแล้ว ได้แยกสนามสอบธรรม มาสอบที่วัดศรีภิรมณ์อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ต่อมาในปี พ.ศ.2490 ได้รับใบตราตั้งให้เป็นกรรมการศึกษาประจำตำบลคลองขลุง





* lpsawang_img.jpg (57.47 KB, 380x487 - ดู 3334 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 31, 2012, 08:33:02 AM โดย โจ้ คลองจั่น » บันทึกการเข้า
แฟนคลับ
****
โพสต์ถูกใจ : 23
กระทู้: 633
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
พึงระลึกอยู่เสมอว่า พึงรักษาความดีความบริสุทธิ์ของตัวไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2012, 08:17:23 AM »


      เมื่อ พ.ศ. 2500 คณะสงฆ์อำเภอคลองขลุงและประชาชนชาวตำบลท่าพุทรา ได้พร้อมกันไปอาราธนาพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิบูลวชิรธรรม ให้ขึ้นมาประจำอยู่ที่วัดคฤหบดีสงฆ์ตำบลท่าพุทรา อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อจะได้บูรณะวัดให้ดีขึ้น เพราะว่าวัดคฤหบดีสงฆ์ได้ชำรุดทรุดโทรมลงอย่างหนัก ดังนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิบูลวชิรธรรมจึงได้มาประจำอยู่ที่วัดคฤหบดีสงฆ์ จนตราบเท่าถึงอวสานแห่งชีวิตของท่าน เมื่อได้ขึ้นมาอยู่ที่วัดคฤหบดีสงฆ์แล้วก็ได้ก่อสร้าง กุฏิ อยู่ของท่านก่อน แล้วก็สร้างโรงเรียนปริยัติธรรมขึ้นหนึ่งหลัง สร้างศาลาการเปรียญ สร้างกำแพงวัดด้านตะวันออก สร้างมณฑป สร้างกำแพงวัดรอบหมดทั้ง 4 ด้าน สร้างพระอุโบสถ สร้างน้ำประปา สร้างถนนภายในวัด (สร้างเป็นคอนกรีต) สร้างเมรุ (ที่เผาศพ) สร้างศาลาธรรมสังเวช สร้างซุ้มประตู และซ่อมพระวิหาร ซ่อมพระพุทธรูปในพระวิหาร พูดได้ว่าสิ่งก่อสร้างภายในวัดคฤหบดีสงฆ์ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่หลวงพ่อพระวิบูลวชิรธรรมได้สร้างขึ้นใหม่ทั้งนั้น
       พูดถึงด้านพระภิกษุสามเณร ได้วางระเบียบ การทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น การทำอุโบสถสังฆกรรมให้มีตลอดปีมิได้ขาด ได้ตั้งสำนักศึกษาขึ้นภายในวัด เพื่อให้พระภิกษุสามเณะได้ศึกษาเล่าเรียนกัน ได้ย้ายสำนักสอบธรรมสนามหลวงจากวัดศรีภิรมณ์ มาสอบที่วัดคฤหบดีสงฆ์ตลอดมาจนทุกวันนี้ พระภิกษุสามเณรภายในวัดมีความประพฤติปฏิบัติเรียบร้อย เป็นที่เลื่อมใสของประชาชนที่ได้พบเห็นทั่วไป เมื่อ พ.ศ.2501 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระครูวิบูลวชิรธรรม”

ท่านมีความเมตตา กรุณา อารีย์ต่อศิษย์และต่อบุคคล ทุกเพศ ทุกวัย ทุกชั้น จึงมีประชาชนทั้งในจังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดอื่นๆทั้งไกล้ทั้งไกลมาเยี่ยมเยียนกราบนมัสการท่านอยู่มิได้ขาด บุคคลที่มาส่วนมากก็มาให้ท่านอาบน้ำมนต์ ประพรมน้ำมนต์ให้บ้าง ขอสิ่งของที่ระลึกบ้าง บางคนก็อยากได้เหรียญ อยากได้ธงทิว อยากได้ผ้ายันต์ อยากได้พระว่าน อยากได้ตะกรุด ดังนี้เป็นต้น
หลวงพ่อพระวิบูลวชิรธรรมท่านจึงได้สร้างเหรียญปลอดภัย และเหรียญที่ระลึกรูปเหมืององค์ท่านขนาดต่างๆ ตามความประสงค์ของศิษยานุศิษย์ และประชาชนทั่วไป นอกจากเหรียญ ยังมีผ้ายันต์ ธงทิว และยันต์หนังเสือ ดังนี้เป็นต้น สิ่งของที่ระลึกดังกล่าว หลวงพ่อได้แจกให้แก่ศิษยานุศิษย์ และประชาชนทั่วไปที่ต้องการ เพื่อนำไปใช้ทางเมตตาบ้าง ทางแคล้วคลาดบ้าง ทางมหาอำนาจบ้าง ทางมหาอุดบ้าง ทางคงกระพันชาตรีบ้าง เมื่อนำไปใช้แล้วได้ผลตามความต้องการเป็นเหตุให้ผู้ที่ไม่มีของๆหลวงพ่อฯกราบนมัสการขอของที่ระลึกดังกล่าวมาก โดยเฉพาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากคือ ยันต์หนังหน้าผากเสือนี้ กับเหรียญปลอดภัย เฉพาะยันต์หนังหน้าผากเสือนี้ท่านมีชื่อเสียงมานานแล้ว ของที่ระลึกที่ควรเสาะหาอีกอย่างหนึ่งก็คือ พระผงที่ทำด้วยว่าน 108 ชนิดผสมผงมหาราช เป็นรูปพระพุทธแบบสามเหลี่ยม และเม็ดน้อยหน่า ท่านสร้างแต่ 2480 – 2483 หลวงพ่อท่านเคยมอบให้ พ.อ. พระยาพหลพลพยุหะเสนา นายกรัฐมนตรีนำไปแจกทหารที่ไปรบในสงครามอินโดจีน ท่านสร้างครั้งเดียวแล้วไม่ได้สร้างอีก สร้างสมัยท่านอยู่วัดท่างิ้ว นับว่าเป็นพระผงที่ควรหาไว้ใช้เป็นอย่างยิ่ง


* lpsawang2 (1).gif (44.98 KB, 271x353 - ดู 3612 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 31, 2012, 08:36:16 AM โดย โจ้ คลองจั่น » บันทึกการเข้า
แฟนคลับ
****
โพสต์ถูกใจ : 23
กระทู้: 633
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
พึงระลึกอยู่เสมอว่า พึงรักษาความดีความบริสุทธิ์ของตัวไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2012, 08:23:02 AM »


ประวัติหลวงพ่อสว่าง | วัดคฤหบดีสงฆ์ | วัตถุมงคล |

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากข้อมูลดีๆที่http://www.prakp.com/lpsawang/index.php

 หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ

ฝากมาให้ชมกันนิสนึง


* หลวงพ่อสว่าง1.jpg (122.15 KB, 800x600 - ดู 222 ครั้ง.)

* หลวงพ่อสว่าง2.jpg (102.84 KB, 800x600 - ดู 348 ครั้ง.)

* หลวงพ่อสว่าง4.jpg (111.59 KB, 800x600 - ดู 366 ครั้ง.)

* หลวงพ่อสว่าง5.jpg (126.77 KB, 800x600 - ดู 188 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
สมาชิกเต็มตัว
***
โพสต์ถูกใจ : 8
กระทู้: 401
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2012, 10:37:19 AM »

 
 
ขอบคุณข้อมูลที่นำเสนอให้รับทราบนะครับ.. คุณ จ..โจ้ คลองจั่น
ครูอี๊ด ปราจีนบุรี
บันทึกการเข้า
แฟนคลับ
****
โพสต์ถูกใจ : 23
กระทู้: 633
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
พึงระลึกอยู่เสมอว่า พึงรักษาความดีความบริสุทธิ์ของตัวไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2012, 10:51:19 AM »

  ยินดีครับ คุณครู

หากมีเวลา ตามลิ้งค์ไปได้เลยครับ เรื่องราวของพระกำแพงน่าสนใจเยอะเลยครับ

ตั้งแต่พระกรุกำแพงเพชรที่ใครๆใฝ่ฝัน และอื่นๆอีกมากมาย


ไปเยี่ยมชมได้แต่ห้าม " ข " นะ เพราะผมไปขอก่อนแล้ว อิ อิ
บันทึกการเข้า
ผู้ดูแลเว็บบอร์ด
วันนี้คุณไม่ชอบผม แล้วสักวันคุณจะเข้าใจผม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
*****
โพสต์ถูกใจ : 186
กระทู้: 3148
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
ของจริงคือของจริงจะบิดเบือนไม่ได้
ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2012, 12:01:13 AM »

  พระเก่งมากดังมากเลยครับขวัญใจชาว กล้วยไข่ แต่ผมไม่เคยเห็นของแท้
เลยเล่นไม่เป็นครับพี่โจ้55 ขอดูตัวอย่างดีไหมอิอิ
หัวเราะ หัวเราะ
บันทึกการเข้า

อย่าให้ความงมงายมาบังปัญญาจนขาดสติ
แฟนคลับ
****
โพสต์ถูกใจ : 23
กระทู้: 633
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
พึงระลึกอยู่เสมอว่า พึงรักษาความดีความบริสุทธิ์ของตัวไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2012, 02:28:40 PM »

พระเก่งมากดังมากเลยครับขวัญใจชาว กล้วยไข่ แต่ผมไม่เคยเห็นของแท้
เลยเล่นไม่เป็นครับพี่โจ้55 ขอดูตัวอย่างดีไหมอิอิ
หัวเราะ หัวเราะ
แหม บก.เข้ามาตอบกระทู้เมื่อไหร่หนิ

 เดี๋ยวจะเอาไปให้ชมแน่นอนคร้าบ ถึงจะไม่ใช่บล๊อคนิยมก็เหอะ

 
บันทึกการเข้า
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
*****
โพสต์ถูกใจ : 104
กระทู้: 3830
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2012, 02:39:35 PM »

ส่งไปให้ส่องของจริงที่ระยองหน่อยสิ
บันทึกการเข้า

  พุทธังประสิทธิ ธัมมังประสิทธิ สังฆังประสิทธิ
มะอะอุ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา พุทโธ พุทโธ
แฟนคลับ
****
โพสต์ถูกใจ : 23
กระทู้: 633
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
พึงระลึกอยู่เสมอว่า พึงรักษาความดีความบริสุทธิ์ของตัวไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2012, 06:31:40 PM »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=5O9AMXr2sQs" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=5O9AMXr2sQs</a>

ฝากมาชมกันคร้าบ
บันทึกการเข้า
แฟนคลับ
****
โพสต์ถูกใจ : 23
กระทู้: 633
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
พึงระลึกอยู่เสมอว่า พึงรักษาความดีความบริสุทธิ์ของตัวไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2012, 06:32:22 PM »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=opav8MvAM1Q" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=opav8MvAM1Q</a>

ตอนสองคร้าบ
บันทึกการเข้า
jackky
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2012, 12:37:01 PM »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ 
บันทึกการเข้า
ผู้ดูแลเว็บบอร์ด
วันนี้คุณไม่ชอบผม แล้วสักวันคุณจะเข้าใจผม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
*****
โพสต์ถูกใจ : 186
กระทู้: 3148
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
ของจริงคือของจริงจะบิดเบือนไม่ได้
ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2012, 09:39:18 AM »

  ดูแล้วไม่เข้าใจ ส่งเหรียญมาให้ผมดูดีกว่าท่านโจ้55
บันทึกการเข้า

อย่าให้ความงมงายมาบังปัญญาจนขาดสติ
สมาชิกทั่วไป
**
โพสต์ถูกใจ : 0
กระทู้: 81
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2012, 09:53:13 AM »

  ตระกรุดหนังเสือของท่านดัง มากๆ ของจริงน้อยนิด ของเล่นมีมากมาย
บันทึกการเข้า

สวัสดีครับยินดีที่ได้รู้จักคนดีๆ เช่นคุณ
แฟนคลับ
****
โพสต์ถูกใจ : 23
กระทู้: 633
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
พึงระลึกอยู่เสมอว่า พึงรักษาความดีความบริสุทธิ์ของตัวไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2012, 10:02:59 AM »

ตระกรุดหนังเสือของท่านดัง มากๆ ของจริงน้อยนิด ของเล่นมีมากมาย

ครับ ที่ศึกษาผ่านๆมา มีจำนวนไม่กี่สิบเห็นจะได้ หากมีก็ไม่ธรรมดาแน่นอน 
บันทึกการเข้า
สมาชิกทั่วไป
**
โพสต์ถูกใจ : 0
กระทู้: 81
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2012, 10:47:45 AM »

 พี่โจ้ มีกี่ดอกครับ แบ่งน้องมั่งได้ไหมครบ
บันทึกการเข้า

สวัสดีครับยินดีที่ได้รู้จักคนดีๆ เช่นคุณ
แฟนคลับ
****
โพสต์ถูกใจ : 23
กระทู้: 633
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย
พึงระลึกอยู่เสมอว่า พึงรักษาความดีความบริสุทธิ์ของตัวไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2012, 11:02:58 AM »

 

ด้วยความมั่นใจครับ ไม่มีสักดอกเล้ย   


แม้แต่เห็นก้อม่ายเคยอีกตะหาก   
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
You are here: Timpirus.com » ประวัติย่อคณาจารย์และห้องธรรม » ประวัติย่อคณาจารย์ ต่างๆ » หัวข้อ: พระครูวิบูลวชิรธรรม หลวงพ่อสว่าง วัดท่าพุทรา จ.กำแพงเพชร
 
กระโดดไป: