.

 


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - admin

หน้า: [1] 2 3 ... 21
1
เหรียญมหาปราบ รุ่น ๑ หลวงปู่สด วัดโพธิ์แตงใต้ ปี๒๕๓๕
ประสบการณ์เหรียญมหาปราบรุ่นแรกหลวงปู่สด วัดโพธิ์แตงใต้ นั้นคือด้านแคล้วคลาดคงกระพัน เป็นเกจิที่จะสร้างเหรียญมหาปราบได้
มีประสบการณ์เล่าขานมากมาย พุทธคุณสูงล้ำ เพราะเหรียญมหาปราบ หลวงพ่อสดได้จัดเป็นเหรียญดังอีกเหรียญหนึ่งของเมือง อยุธยา
เหรียญมหาปราบ รุ่นแรกหลวงปู่สด อดีตพระเกจิอภิญญาดังอีกองค์แห่งวัดโพธิ์แตงใต้ จ.อยุธยา จัดสร้างในปี๒๕๓๕

2
รูปหล่อหลวงปู่เล็ก วัดบ้านหนอง ชัยนาท เสาร์๕ พ.ศ.๒๕๓๓
         รูปหล่อหลวงปู่เล็ก เสาร์๕ พ.ศ.๒๕๓๓ ออกเมื่อวันเสาร์๕ เดือน๕ ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๓
ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษที่เสาร์๕ เกือบๆทุกๆวัดและหลายเกจิอาจารย์นิยมสร้างวัตถุมงคลและปลุกเสกในวันเสาร์๕เพราะ
เป็นวันแข็ง วัตถุมงคลที่อธิฐานจิตเสก จะเข้มขลังแรงมาก หลวงปู่เล็กพระอภิญญาก็หนึ่งในเกจิที่เสกวัตถุมงคลในวันนี้
เรื่องประสบการณ์ แคล้วคลาดเมตตาของหลวงปู่เล็ก วัดบ้านหนอง ผู้นับถือลูกศิษย์ลูกหาพบเจอกันเยอะครับ

3
หลวงพ่อสด ธัมฺมวโร วัดโพธิ์แตงใต้ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
เหรียญปลดหนี้หลวงพ่อสด วัดโพธิ์แตงใต้ อยุธยา
หลวงพ่อสด  ธัมฺมวโร มีนามเดิมว่า  สด นามสกุล ธรรมประเสริฐ  ด.ช.สด มิได้มีนิสัยซุกซนหรือชอบวิ่งเล่นแบบเด็กทั่วไป
ในวัยเดียวกัน  แต่กลับเป็นเด็กเรียบร้อยและชอบติดตามพวกญาติพี่น้องที่เป็นผู้ใหญ่ไปช่วยงานทางวัดอยู่เป็นประจำ 
ซึ่งจากการที่ได้มีโอกาสเข้ามาในวัดบ่อยๆ อาจจะเป็นหนึ่งที่ทำให้ ด.ช.สด เกิดความรู้สึกพึงพอใจในเพศบรรพชิตที่ดูสงบ
ร่มเย็น  ด.ช.สดจึงไดขออนุญาตจากบิดา มารดาเพื่อบวชเป็นสามเณรเพื่อศึกษาพระธรรมวินัย  และเรียนหนังสือไปด้วย
ทั้งบิดา มารดาดีใจพี่ลูกชายคนเดียวของครอบครัวใฝ่ใส่ในการศึกษาจึงอนุญาตให้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์สมความตั้งใจ 
แต่ท่านก็บวชได้ไม่นานโยมบิดา มารดาได้มาขอร้องให้ท่านลาสิกขาจากสามเณร  เพื่อกลับไปช่วยทางบ้านในการทำสวน
ทำนา  ซึ่งเป็นอาชีพหลักของครอบครัว
          จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๖๐  มีญาติผู้ใหญ่ของท่านคนหนึ่งได้ถึงแก่กรรมลง  ซึ่งตามธรรมเนียมไทยที่มีมาแต่โบราณ
  เมื่อมีการเสียชีวิตของญาติผู้ใหญ่ก็จะให้บุตรหลานบวชเป็นสามเณร  หรือที่นิยมเรียกกันว่า  บวชหน้าไฟเพื่อเป็นการอุทิศ
ส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ  และท่านก็ได้เสนอตัวในการบวชสามเณรหน้าไฟในครั้งนี้  และการบวชสามเณรในครั้งนี้ของท่าน
กลายเป็นจุดเปลี่ยนแปลงชีวิตของท่าน  เพราะเมื่อเสร็จสิ้นงานศพแล้วท่านได้ขออนุญาตโยมบิดา มารดาเพื่อขออยู่ในผ้าเหลือง
ต่อไปอีก  ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ท่านมีอายุครบ ๒๐   ปีบริบูรณ์ท่านก็ได้ทำการบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พระอุโบสถ
วัดโพธิ์แตงใต้โดยมีท่านเจ้าคุณพระอริยทัชชะมุนี  แห่งวัดสำแล  จ.ปทุมธานี ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีเป็น
พระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา  ธมฺมวโร  สังกัดรามัญนิกาย
           ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๔๘๙  ภายหลังวัดโพธิ์แตงใต้  ได้ขอโอนย้ายการปกครองมาอยู่ในคณะธรรมยุติ  ท่านจึงได้เดินทาง
ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร  และได้ทำการอุปสมบทใหม่อีกครั้งโดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ 
วัดบวรนิเวศวิหารเป็นองค์พระพระอุปัชฌาย์   และให้ใช้ฉายาเดิมว่า  ธมฺมวโร  เมื่อได้ทำการอุปสมบทแล้วท่านก็อยู่จำพรรษา
และศึกษาพระบาลีอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร  ท่านจำพรรษาเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปีพุทธศักราช ๒๕๐๗  วัดโพธิ์แตงใต้ก็สิ้นบุญ
เจ้าอาวาส  และขาดเจ้าอาวาสที่จะคอยดูแลเสนาสนะต่างๆ ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจกันเดินทางไปนิมนต์ท่านให้กลับไป
ปกครองวัดโพธิ์แตงใต้  ซึ่งท่านเองก็มิได้ขัดข้องซึ่งก่อนหน้าที่ท่านจะเดินทางกลับมารับตำแหน่งเจ้าอาวาส  ท่านก็ได้รับ
การแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์  (วิสามัญ)  ที่พระครูเอนกสารคุณ  เมื่อท่านมาปกครองดูแลวัดโพธิ์แตงใต้แล้ว 
ท่านก็ได้เริ่มบูรณะและปฏิสังขรณ์เสนาสนะในส่วนที่ชำรุดทรุดโทรม  จนล่วงมาถึง พุทธศักราช ๒๕๑๔
ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่  ?พระครูอเนกสารคุณ?  ชาวบ้านจึงได้ประชุมหารือและได้จัดงาน
เฉลิมฉลองวาระอันเป็นมงคลนี้ในปีถัดไป  คือในปี พ.ศ. ๒๕๑๕  เพราะว่าท่านมีอายุครบ ๗๒  ปีหรือ ๖ รอบพอดี       
           ในการจัดงานเฉลิมฉลองสมณศักดิ์  และการทำบุญอายุครบ  ๗๒  ปีของท่านในครั้งนี้  ทางคณะกรรมการการ
จัดงานได้จัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อให้ท่านนำไปแจกแก่ญาติโยมและศิษยานุศิษย์  และผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมงานในครั้งนี้ 
โดยจัดทำเป็นเหรียญโลหะทองแดง  ซึ่งท่านได้นั่งปลุกเสกเดี่ยวด้วยตัวท่านเอง  ซึ่งต่อมาเหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่อท่าน
ก็ได้สร้างปาฏิหาริย์ให้กับผู้ที่นำไปบูชาติดตัวในหลายๆ ด้าน  ทั้งเรื่องเมตตามหานิยม  แคล้วคลาดจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว
และก็ยังมีวัตถุมงคลของหลวงปู่อีกหลายรุ่นที่แสดงถึงปาฏิหาริย์  ให้หลายต่อหลายท่านประจักษ์มาแล้ว
    มีการลงข้อมูลของ เหรียญปลดหนี้หลวงพ่อสดวัดโพธิ์แตงใต้ ใครเป็นหนี้เป็นสินลองนำรุ่นนี้บูชาดูครับ ประสบการณ์สูง
เด่นเมตตามหานิยมโชคลาภมั่งมี ค้าขายร่ำรวยเงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดสุดๆแล้ว มีประสบการณ์ ผู้นับถือหลวงปู่สด
บูชาถูกหวย ๒๐ กว่าล้าน เจ้าของเรือดูดแร่ได้ ๑๐ กว่าล้าน แม่ค้าขายแกงอีก ๒-$ ล้าน เจ้าของฟาร์มจระเข้อีก ๘-๙ แสน
รถขายของชำตลาดไทยและเซียนพระแถวปทุม(ตลาดพีเซนเตอร์) อีกหลักแสนกว่าๆ ขอแค่คิดดีทำดีหลวงพ่อสดท่านช่วยครับ
เหรียญปลดหนี้หลวงปู่สดสร้างปี พ.ศ. ๒๕๓๗
สร้างด้วยกัน๒เนื้อ๓แบบคือ

๑.เนื้อทองแดงผิวไฟ มีแบบตอกโค๊ตและไม่ตอกโค๊ต
๒.เนื้อทองแดงรมดำมีแบบตอกโค๊ตและไม่ตอกโค๊ต
๓.เนื้อตะกั่วมีแบบตอกโค๊ตและไม่ตอกโค๊ต
โค๊ตที่ใช้ตอกบนเหรียญมี2แบบคือ
๑.โค๊ตตัว นะ
๒.โค๊ตเลข๕ไทย

ที่พบเจอทั้งหมดเป็นเหรียญแท้ทันหลวงปู่สดเสกทั้งหมด การตอกโค๊ต มีแบบตอกตัวเดียว ๒ตัว หรือมากกว่านั้น 
(ส่วนเหรียญที่ทำเป็นกะไหล่ทองหรือชุปสามกษัตริย์นั้นทางวัดนำเหรียญไปทำแจกกรรมการเนื่องในงานกฐินเฉพาะกรรมการ
กองกฐินในปีนั้นๆ หรือบูชาหน้าตู้ เนื้อสามกษัตริย์ จะเลี่ยมเดิมออกจากวัด)




5
พระครูภาวนาวิสุทธิญาณ (หลวงพ่อพระมหาพันธ์ สิลวิสุทโธ)วัดเนรมิตวิปัสสนา
วัดเนรมิตวิปัสสนา ตั้งอยู่ในอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย วัดตั้งอยู่สูงเด่นอยู่บนเนินเขา ห่างจากพระธาตุศรีสองรัก
        วัดเนรมิตวิปัสสนาตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 โดยพระครูภาวนาวิสุทธิญานหรือ หลวงพ่อมหาพันธ์สีลวิสุมโธเจ้าอาวาสรูปแรก
แต่เดิมวัดมีชื่อว่า "วัดหัวนายูง" ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดเนรมิตวิปัสสนา" ในปี พ.ศ. 2521 ขณะหลวงพ่อมหาพันธ์สีลวิสุทโธ
จำพรรษาอยู่ที่วัดจำปาจังหวัดสุรินทร์ (บ้านเกิด) ท่านได้ปรารภในที่ประชุมสงฆ์ว่า ท่านจะออกธุดงค์เดินทางไปเรื่อยไม่พำนักเป็น
หลักแหล่งถาวร แต่ที่ประชุมมีความเห็น พ้องกันว่าหลวงพ่อมีอายุมากเกรง ว่าจะได้รับความลำบากอยากให้ท่านมีที่พำนักถาวรจะ
ได้เป็นที่อาศัยเป็นเนื้อนาบุญแก่ญาติโยมทั้งหลายซึ่งหลวงพ่อเองก็เห็นชอบด้วยในเดือนมกราคม พ.ศ. 2522 หลวงพ่อเป็น
ประธานออกเดินธุดงค์พร้อม ด้วยคณะสงฆ์อุบาสกอุบาสิกาได้เดินทางไปพำนักอยู่ที่พระธาตุศรีสองรักระหว่างนั้นหลวงพ่อได้
ตัดสินใจหาสถานที่เป็นหลักแหล่งมั่นคงถาวรโดยเลือกเอาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติซึ่งถูกชาวบ้าน บุกรุกเพื่อทำไร่เผาถ่านจนมี
ลักษณะเป็นที่โล่งเตียนเหมือนภูเขาหัวโล้นที่เรียกว่าภูเปือยซึ่งทางวัดได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยได้เมื่อตั้ง
วัดขึ้นจึงได้ปลูกป่าอนุรักษ์ให้คงสภาพเดิมมาก ที่สุดเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2522 หลวงพ่อและคณะได้ปักกลด อยู่ ณ ที่ตั้งวัด
พร้อมกับเร่งดำเนินการปลูกสร้างที่พักอาศัยชั่วคราวขึ้นจากนั้นจึงทำการปรับพื้นที่ปลูกสร้างถาวรวัตถุและในปีพ.ศ. 2529
ได้ร่วมกันสร้างอุโบสถภายในวัดขึ้น มีขนาดกว้าง 40 เมตรยาว 40 เมตร
วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2540 หลวงพ่อท่านได้มรณภาพภาพลง แต่ ร่างของท่านไม่เน่าเปื่อยปัจจุบันถูกเก็บอยู่ในมณฑป
ด้านหลังอุโบสถหลังจากที่หลวงพ่อมรณภาพพระครูภาวนาวิสุทธาภรณ์เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันได้รับเป็นประธานดำเนินการก่อสร้าง
ต่อพร้อมด้วย บรรดาคณะศิษยานุศิษย์พระภิกษุสามเณรข้าราชการทหาร ตำรวจพ่อค้าและประชาชนชาวอำเภอด่านซ้าย
ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 197 ล้านบาทใช้เวลาก่อสร้าง 14 ปีจึงแล้วเสร็จต่อมาในปี พ.ศ. 2549 วัดหัวนายูง
เปลี่ยนชื่อเป็นวัด เนรมิตวิปัสสนา

พระอริยสงฆ์หลวงปู่มหาพันธ์ สีลวิสุทโธ หรือ พระครูภาวนาวิสุทธิญาณ...พระอริยสงฆ์ผู้มีศิล สมาธิที่แก่กล้า บรรลุธรรมชั้นสูง
ปลุกเสกผ้าขาวขอดแจกให้ลูกศิษย์ลูกหามากมาย ต่างเดินทางมากราบขอบารมีจากท่านมิได้ขาด จนกระทั้งท่านละสังขาร
เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2540


6
พระปิดตาหลวงปู่ฤทธิ์ รตนโชโต บุรีรัมย์ รุ่นเก้าฤทธิ์
     มวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมาย เช่นผงสมเด็จโตจำนวนมาก ผงปฐวีธาตุหลวงปู่หงษ์ ผงข้าวสารเกษรดอกไม้หลวงพ่อจรัญ
ว่านมหานิยมสาวหลงหลวงพ่อเที่ยง ผงยาจินดามณีหลวงปู่บุญ ผงปฐวีธาตุหลวงปู่คำพันธ์ ผงพระปากน้ำรุ่น๔
ผงพระหลวงพ่อโสธร ผงพระว่านหลวงปู่ทวดเป็นต้น ว่านวิเศษได้แก่ ว่านสบู่เลือด ว่านมหาจักรพรรดิ ว่านสี่ทิศ
ว่านพญาห้าร้อยนาง ว่านพระฉิมพลี ว่านปัดตลอด ว่านพะตะบะ ว่านนพเก้า ดินใจกลางหลักเมือง๗๑จังหวัด ว่าน๑๐๘ชนิด
พลอยและนิลเสกจากหลวงพ่อต่างๆอีกมากมาย
หลวงปู่ฤทธิ์ปลุกเสก๓วัน๓คืนก่อนเข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่โดยมีพระเกจิอาจารย์ดังอีกหลายท่านร่วมปลุกเสก
พุทธคุณ๙ทางคือ ค้าขาย เรียกเงิน เสน่ห์ เมตตามหานิยม กันคุณไสย์ กันภูติผีปีศาจ แคล้วคลาด คงกระพัน มหาอุตม์
อีกกระแสบอกพระปิดตา รุ่นเก้าฤทธิ์ ของหลวงปู่ฤทธิ์ ปี ๒๕๔๒ อ.เปล่ง ได้มอบมวลสารมาให้ในการจัดสร้างด้วย มีแร่กับ
ผงพราย ๕๙ ตนและ อ.เปล่ง มั่นใจได้ครับว่าเข้มขลังสุดๆ เมื่อ อ.เปล่ง กับหลวงปู่ฤทธิ์ ได้เสกร่วมกันถือว่าสุดๆในยุคนั้นแล้ว
ท่านที่หาพระปิดตาของ อ.เปล่ง ไม่ได้ ลองใช้ดู



7
รูปหล่อรุ่นแรก(จาร)หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดกะมอล (เนื้อทองทิพย์) อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
          หลังจากที่หามานานรูปหล่อรุ่นแรก(จาร)เนื้อทองทิพย์ เมื่อก่อนบูชาได้เนื้อทองทิพย์มาองค์ แล้วนำอัฐิธาตุหลวงปู่เจียม
ชันโรงใต้ดินติดเกศาหลวงปู่เจียม ท่านติดไว้บูชา (เกศาได้มาจากคุณหมอ)
โดยมีคุณหมอ เมตตาแบ่งมาให้ จำได้ว่าทางอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่ารูปหล่อรุ่นนี้เวลาหลวงปู่เจียม วัดกะมวล ท่านเสกท่าน
จัดวาง วัตถุมงคลในโบสถหน้าพระประธาน หลังจากที่หลวงปู่ไหว้พระประธานเรียบร้อย แล้วท่านจุดธูปเป็นกำใหญ่ๆแล้ววางมือบน
ที่วัถุมงคล โดยที่ท่านกำไม่กลัวขี้ธูปที่มีไฟแดงหักล่วงใส่มือท่านเลย ด้วยความแปลกตามที่อาจารย์ท่านอยู่ในพิธีท่านเล่าว่า
ควันลอยเป็นสายขึ้นไปที่เพดานโบสถ แล้วควันม้วนลงเป็นสายมาคุ่มที่วัดถุมงคลหลวงปู่เจียม หลังจากที่หลวงปู่เจียมเสกเสร็จไม่นาน
ก็มีทหารมาขอแล้วกลับมาบอกหลวงปู่เจียม (ห้อยองค์เดียวเลย ไม่ขอพิมพ์นะครับว่าทำไม) อาจารย์ท่านนี้ยังเล่าเรื่องสมเด็จแหวกม่าน
ยุคแรก ชุดขุนแผนพิมพ์รูปเหมือนหลวงปู่ที่นายทหารเจอประสบการณ์และพยายามจะขอให้จัดทำมวลสารแบบเดิมแต่ก็ไม่มีมวลสารนั้นแล้ว
อีกทั้ง(สุดยอดปิตตาจิ๋ว ศิษย์สายหลวงปู่เจียม วัดกะมอลไม่ควรเพราะอะไรเดี๋ยวเล่าสู่กันฟังอีกที่ครับ และเครื่องรางลิงปิตตาต่างวัดที่หลวงปู่เจียมเสก(ท่านยังยิ้มเย้ยว่าหาของแท้ให้เจอล่ะกัน) ให้หามาติดตัวเป็นเครื่องรางที่แปลกมากๆของหลวงปู่เจียม วัดกะมอล พระทองคำทีเดียว
หลวงปู่เจียมได้สร้างรูปหล่อขนาดเล็ก (แขวนคอ) ขึ้นเป็นครั้งแรก
โดยรวบรวมชนวนโลหะและแร่ธาตุต่างๆ ตลอดจนแผ่นอักขระลงยันต์จำนวนมากมาทำการหล่อหลอม เพื่อสร้างรูปหล่อเล็กรุ่นนี้
ด้านล่างของรูปหล่อได้บรรจุเส้นเกศาและผงพุทธคุณผสมว่านที่หลวงพ่อได้จากธุดงควัตรในเวลาอันยาวนานของท่าน
โดยเอาบรรจุไว้ในฐานองค์พระ นอกจากนี้การสร้างได้ทำพิธีและปลุกเสกอย่างเต็มที่ เพื่อมอบให้ผู้ร่วมทำบุญในการสร้าง
ศาลาปฏิบัติธรรม จะได้รับบารมีจากพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายและดลบันดาลให้ชีวิตประสบ
แต่โชคลาภ มีความสุขกายสบายใจ หลวงพ่อเจียมท่านกล่าวว่า รูปหล่อเล็กรุ่นแรกของท่านที่สร้างครั้งนี้ ท่านได้ทุ่มเทกำลัง
ความสามารถด้านพุทธคุณและไสยเวทที่ได้ศึกษามาทั้งหมด เพราะเป็นรูปท่านเอง ผู้นำไปบูชาสักการะจะต้องได้รับผลดีตาม
ที่ท่านสร้างและปลุกเสกด้วยจิตอธิษฐานเอาไว้ รูปหล่อรุ่นนี้สร้างขึ้น
เป็น 5 เนื้อ ด้วยกัน คือเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ เนื้อทองแดง เนื้อทองทิพย์
(องค์นี้เนื้อทองทิพย์จาร เอาแผ่นทองม้วนเก็บอัฐิ เกศาหลวงปู่เจียมไว้)

8
เหรียญตลับสีผึ้งจาร หลวงพ่อสาย วัดตะเคียนราม ศรีสะเกษ
        สีผึ้งเทพรัญจวน สร้างจากรังผึ้งขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ต้องทำพิธีไปพลีเอาตอนกลางวันแถมต้องมีขั้นตอนพิธีมากมาย
หลวงปู่สายท่านกวนปีละครั้ง กวนตอนวันออกพรรษาวันเดียว วิชาทำสีผึ้ง เป็นวิชาที่ท่านเรียนมาจากหลวงปู่สรวง
สร้างตามตำราเขมร
เหรียญตลับวิธีใช้ สีผึ้ง
* สำหรับเข้าหาผู้หญิง ผู้ชาย เพศตรงข้าม ให้ใช้นิ้วนางข้างขวา ทาววนรอบริมฝีปากจากซ้ายไปขวา ๓ รอบ
* สำหรับเข้าหาผู้ใหญ่ เจ้านาย ค้าขาย ให้ใช้นิ้วชี้ข้างขวา ทาวนรอบริมฝีปากจากซ้ายไปขวา ๓ รอบ

วิชาทำสีผึ้งท่านเรียนมาจากหลวงปู่สรวง แล้วท่านยังเรียนจากอาจารย์ของท่านอีกหลายองค์ จะเด่นเรื่องมหาเสน่ห์เมตตา
มากที่สุด ใช้แทนสีผึ้งหลวงปู่สรวงได้เลยครับ
พระอาจารย์ของหลวงพ่อสายมีองค์หนึ่งชื่อว่าอาจารย์ มี จะมีวิชาเด่นทางด้านเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ อาจารย์มี นี่เองที่
มีเรื่องเล่าเกิดขึ้นหลังจากท่าน อาจารย์มีได้ลาศิขาบท จากการเป็นพระไปเป็นฆราวาสแล้วก็ได้มีการแต่งงานและ
มีภรรยาถึง ๑๕ คน ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันและกันเลย นี้ก็แสดงให้เห็นว่า
อาจารย์มี ที่ท่านได้ร่ำเรียนวิชาอาคม มาจากเขมรนั้นมีวิชาอาคมที่เก่งกล้าท่านด้านเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์สูง
เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป


9
Silk way / Silk way
« เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2020, 11:35:24 AM »
Silk way
บุคคลระดับ กับความสำเร็จที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เพราะเขารู้จักที่ช่วยขวนขวายให้โอกาสในการสร้าง
ช่วยในรายจ่ายให้กับเว็ปตั้งแต่ตอนเริ่ม

10
คุณสมศักดิ์ / คุณสมศักดิ์
« เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2020, 11:30:27 AM »
คุณสมศักดิ์เป็นบุคคลที่ผลักดันให้เกิดการฝึกทักษะและให้ข้อมูล ผู้มุ่งสู่ศาสนาผู้ที่มีความต้องการพิเศษ

11
พระอาจารย์มานะ จนฺทโสภโณ ( ท่านเจ้าอาวาส )สำนักสงฆ์เขาพุพรหม
ต.ช่องสะเดา อ.เมืองกาญจนบุรี พระอุปัชฌาย์ พระครูกาญจโนปมคุณ (หลวงพ่อลำไย ปิยวัณโณ) เจ้าอาวาส วัดทุ่งลาดหญ้า ,
พระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดทอง ธมฺมจิตฺโต วัดทุ่งลาดหญ้า พระอนุสาวนาจารย์ พระมหาคุณคิด อติเมโธ วัดทุ่งลาดหญ้า
หลวงพ่อลำไยเป็นองค์สืบทอดสัทธิวิหาริกจากหลวงปู่เหรียญ หลวงปู่เฒ่ายิ้มแห่งวัดหนองบัว
อธิษฐานจิต วัตถุมงคล พระปิตตามหาลาภไม้พยุง “รุ่นพยุงทรัพย์“ ณ พระอุโบสถ วัดศรีอุปลาราม(หนองบัว)


12
การสร้างวัตถุมงคล
     หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม ท่านมีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญในไสยเวทพุทธาคม สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน
 มีญาณสมาบัติแก่กล้า มีวิชาทำวัตถุมงคล ทำผงอิทธิเจ ผงปัทมัง ผงมหาราช ผงหน้าพระภักษ์ ผงพระจันทร์ครึ่งซีก
 ผงยาเพชรจินดา ทำชินปรอท เล่นแร่แปรธาตุ สักยันต์ หุงสีผึ้ง ลงนะ บรรจุพลังเสือโคร่ง หนุมาน เสกลิงลม ขับคุณไสย
ขับวิญญาณผีสิง วิชาเสกปลัดขก ตามตำราหลวงพ่อโศก วัดปากคลอง เรียนรู้และปฏิบัติได้ผลสำเร็จสุดยอดวิชาไสยเวทต่างๆ
 เหมือนพระเกจิอาจารย์โบราณคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงในยุคอดีต เป็นเหตุปัจจัยทำให้วัตถุมงคลทั้งหมดของท่านได้มี
พุทธคุณศักดิสิทธิ์ เข้มขลังหลายด้าน เช่นอยู่ยงคงกระพัน มหาอุด แคล้วคลาด เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ และค้าขาย
     การสร้างวัตถุมงคล พอกล่าวโดยสังเขป ๙ ประการคือ

๑.การสร้างวัตถุมงคลขึ้นเป็นครั้งแรกของบรรดาวัตถุมงคลทั้งหมดคือ การสร้างพระผงสมเด็จเหม็น  โดยเริ่มต้นการสร้างขึ้นใน
ปีพ.ศ.๒๔๙๕ และสิ้นสุดลงในปลายปีพ.ศ.๒๔๙๗ เวลาการสร้างถึง ๓ ปี โดยหลวงพ่ออุ้นร่วมกับพระสงฆ์ภายในวัดตาลกงช่วยกัน
ผงพุทธคุณที่นำมาผสมทำพระสมเด็จเหม็นในครั้งนั้น มีผงอิทธิเจหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ เป็นผงเก่าแก่ที่ได้มาทำไว้ในอุโบสถ
หลังเก่าของวัดตาลกง ตั้งแต่สมัยหลวงพ่อแก้วอยู่ที่วัดปากทะเล ผสมกับผงพุทธคุณของหลวงพ่ออุ้น  แล้วนำมาหมักผสมกับ
ข้าวสุกจากปากบาตรและก้นบาตรของพระสงฆ์ที่ได้บิณฑบาตมา
     การหมักนั้น ถ้าครั้งใดหมักทิ้งไว้หลายวันก็จะมีกลิ่นเหม็นมากและถ้าหมักไว้ชั่วข้ามคืนจะมีกลิ่นเหม็นน้อย จึงเป็นเหตุให้
พระสมเด็จเหม็นมีกลิ่นเหม็นมากน้อยไม่เท่ากัน  พระผงสมเด็จเหม็นสร้างประมาณ ๘๔,๐๐๐ องค์ ส่วนหนึ่งได้บรรจุอยู่ในอุโบสถ
หลังใหม่ประมาณ 45,000 - 50,000 องค์ และอยู่บ้างนอก เช่นเพดานศาลา ใต้ฐานพระและที่ท่านเก็บรักษาไว้รวมประมาณ ๓๕,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ องค์และได้นำออกให้บูชา ถึงปัจจุบันก็มีเหลือไม่มากแล้ว
     พระสมเด็จเหม็น มีการลองเนื้อจะมีเนื้อออกแน่นออกแก่น้ำมัน มีเนื้อออกน้ำตาล ออกแดง ในส่วนที่ลองเนื้อลองพิมพ์
เป็นวัตถุมงคลส่วนน้อย  เอามาเป็นหลักในการเล่นหาไม่ได้  จะต้องเอาเนื้อหารูปแบบโดยรวมของวัตถุมงคลส่วนใหญ่มาเป็น
หลักมาตรฐานลังจากการสร้างพระผงสมเด็จเหม็นแล้ว การสร้างพระผงต่าง ๆ มีต่อมาอย่างต่อเนื่อง เช่นพระผงสมเด็จ ๗ ชั้น
เนื้อเหม็น พระสมเด็จ ๙ ชั้น  เนื้อผสมแร่  พระผงสมเด็จขี่เสือเนื้อผง  และเนื้อผงผสมแร่พรหมชะแง้ พระสมเด็จ ๗ ชั้น
สีแดง พระผง ชุดผงอิทธิเจ  เช่นพระขุนแผน ๕เหลี่ยม  พระขุนแผนทรงพลไหล่อุ  พระผงยอดขุนพล  พระสมเด็จเสื้อกั๊ก
พระปิตตาลอยองค์ พระปิตตานะปัดตลอด  และต่อมายังมีพระขุนแผนยันต์เดียว  เนื้อผงคลุกรัก  เนื้อผงผสมเส้นเกศา
พระปิตตาลอยองค์ใหญ่และเล็ก และพระผงปิดตตานะปัดตลอดยันต์จม  เนื้อผงคลุกรัก และเนื้อผงผสมเส้นเกศา
พระผงเนื้อสังขยา ได้แก่พระผงสมเด็จ ๕ ชั้น อกร่องหูบายสี  พระพิมพ์บัวคว่ำบัวหงาย พระผงหน้าฤๅษีหลังราชวัฒน์
และยังมีพระผงพระปิตตาหลังแบบ  เนื้อผงสมผงแร่พรหมชะแง้ พระรอดเนื้อผงชานหมาก  พระผงสมเด็จใหญ่ขนาดบูชา
และพระผงชุดผงเพชรจินดา  อีกจำนวน ๕ พิมพ์ ๑. พระซุ้มขุนพลใหญ่  ๒. พระซุ้มขุนพลเล็ก  ๓. พระร่วงนั่ง  ๔. พระพิมพ์เล็บมือ
  ๕. พระงบน้ำอ้อย  ฯลฯ
     นับรวม ๆ กันแล้วจะมีพระผงอยู่ประมาณ ๒๖ ถึง ๓๐ พิมพ์ในอดีต และต่อเนื่อจนถึงปัจจุบันปี ๒๕๕๐ เกือบประมาณกว่า๕๐ พิมพ์
ขาดตกบกพร่องไปบ้างก็ขออภัย แต่ให้ทราบไว้ว่า พระเนื้อผงของท่านจะมีผงพุทธคุณเก่านำลงผสมในเนื้อทุกชุด
     ๒.การสร้างวัตถุมงคลด้วยเนื้อแร่เขาพรหมชะแง้  ซึ่งมีวัตถุมงคลหลายอย่าง เช่น พระสมเด็จปรกโพธิ์ พระสมเด็จขี่เสือใหญ่
เสือเล็ก  พระสมเด็จคะแนนนางควัก  พระสีวลี  และปลัดขิก   แร่เขาพรหมชะแง้เป็นเพียงสินแร่  ก่อนจะสร้างเป็นพระพิมพ์ได้
จะต้องมีการหลอมเหลว  การหลอมจะต้องมีสูตร  ถ้าทำไม่ถูกสูตรแร่พรหมชะแง้จะกลายเป็นผงธุลี  เหมือนเผาหินทำปูนขาว
หลวงพ่ออุ้น  สุขกาโม ท่านมีวิชา  มีสูตรในการหลอม โดยใช้วัสดุกำกับด้วยไสยเวทมนตร์คาถา  เมื่อสามารถหลอมทำให้แร่เหลว
เป็นน้ำแล้วก็หล่อเป็นวัตถุมงคลต่าง ๆ เมื่อเสกด้วยเวทมนตร์จะเกิดพลังศักดิ์สิทธิ์เป็นวัตถุกายสิทธิ์  มีพุทธคุณครอบจักรวาลเหมือน
ดังเหล็กไหล
   ๓.การสร้างเหรียญรูปไข่รุ่นแรกขึ้นในปีพ.ศ.๒๕๔๐ มี ๔ เนื้อ ทองคำ เงิน นวะ และเนื้ออัลปาก้า  เป็นเหรียญที่มีพุทธคุณสูง
มีประสบการณ์มากมายเป็นที่ยอมรับของวงการนักนิยมพระเครื่อง  เป็นเหรียญที่มีค่านิยมสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์
ซึ่่งยังไม่เคยมีปรากฎการณ์เช่นนี้มาก่อน  และต่อมาได้มีการสร้างเหรียญอีกต่อเนื่อง หลายรุ่น จนถึงปีพ.ศ.๒๕๕๐ (รุ่นสุดท้าย)
   ๔.การสร้างวัตถุมงคล รุ่นพลังพุทธคุณ ในปีพ.ศ.๒๕๔๒ ซึ่งมีพระกริ่ง  ๓ พิมพ์  และเหรียญหล่อ ๑ พิมพ์ มีพระกริ่งตั๊กแตนใหญ่
พระกริ่งบาเก็ง พระกริ่งจีนสมาธิ และเหรียญหล่อสุริยะประภาจันทรประภา เป็นการสร้างพระกริ่งขึ้นเป็นครั้งแรกของพระกริ่ง
หลวงพ่ออุ้นทั้งหมด  และเป็นวัตถุมงคลรุ่นที่หลวงพ่อท่านได้เป็นผู้เททองในการหล่อวัตถุมงคลรุ่นนี้  มีแผ่นทองลงอักขระเลขยันต์
โดยพระเกจิอาจารย์และพระคณาจารย์ต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวน ๑๓๙ รูป
     แผ่นทองลงเลขยันต์ตามตำรับหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ลงโดยหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม จำนวน ๑๐๘ แผ่น
แผ่นทองลนะ ๑๐๘ ยันต์ปัทมัง ๑๔ โดยพระคณาจารย์สายสังฆราชแพ  และแผ่นทองลงยันต์สุดยอดมหายันต์
โดยหมอไสยศาสตร์
สายหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ตะกรุด เหรียญ ห่วงเหรียญ ชนวน ในการหล่อพระกริ่งและพระประธานอีกจำนวนมาก และจะ
ได้นำเอาเนื้อและชนวนที่เหลือจากการสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้ไปเป็นชนวนสำหรับผสมลงในการสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อ
ในรุ่นอื่น ต่อเนื่องมา สำหรับรูปหล่อโบราณรุ่น ๑ เหรียญหล่อเสมาและเหรียญหล่อนั่งเต็มองค์ รุ่น๑ ทั้งหมด ๓ พิมพ์ในช่วงนั้น
มียอดจำนวน การสร้างน้อยมาก สร้างในปีพ.ศ.๒๕๔๐ หลังออกเหรียญปั๊มรุ่นแรก มีพุทธคุณดีมาก อนาคตจะหายากที่สุด
         ๕. การสร้างพระเนื้อชินปรอท สร้างในปีพ.ศ.๒๕๔๔ จำนวน ๒ พิมพ์ คือ
     ๕.๑ เหรียญหล่อซุ้มขุนพลเล็ก
     ๕.๒ พระสังกัจจายน์ ได้สร้างตามตำรับวิชาผสมปรอทแบบโบราณ เป็นวิชาที่โดดเด่นด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี และ
ป้องกันคุณไสย และอาเภทภัยทั้งปวง สำหรับเนื้อชินปรอทนื้ทำยากมีการสร้างวัตถุมงคล ๒  พิมพ์ นี้ไว้เพียงอย่างละ
ประมาณ ๒๐๐๐-๓๐๐ องค์เท่านั้น
         ๖.การสร้างวัตถุมงคลเนื้อผงยาเพชรจินดา มีวัตถุมงคล ๕ พิมพ์
     ๖.๑ พระซุ้มขุนพลใหญ่
     ๖.๒ พระซุ้มขุนพลเล็ก
     ๖.๓ พระร่วงนั่ง
     ๖.๔ พระพิมพ์เล็บมือ
     ๖.๕ พระงบน้ำอ้อย
     ที่จริงแล้วผงยาเพชรจินดาเป็นยารักษาและบำรุงหัวใจและขับลม  เป็นสูตรยาที่ตกทอดมานานแล้ว  ซึ่งสันนิษฐานว่าจะ
ไม่แตกต่างกับผงยาจดินดามณีของหลวงปู่บุญมากนัก ได้ถูกนำมาสร้างเป็นวัตถุมงงคลจนขึ้นชื่อลือชา อย่างเช่น
พระผงยาจินดามณีของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เป็นต้น
     ๗.การสร้างเครื่องลางต่าง ๆ มีการสร้างมากขึ้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง พ.ศ.๒๕๔๓-๒๕๔๔ และต่อเนื่องมา
ในพ.ศ. ๒๕๔๕-๒๕๕๐ (รุ่นสุดท้าย)  เช่น ผ้ายันต์ ตะกรุด หนุมาน ปลัดไม้แกะ ลิงลม ฯลฯ
    ๘.การสร้างล็อกเกตรูปนั่งเต็มองค์ รุ่น๑ หลังบรรจุผงพุทธคุณ  สร้างจำนวน ๓๐๐ กว่าเหรียญสำหรับล็อกเกตรูปครึ่งองค์ รุ่น๑
เป็นรุ่นที่สร้างพิถีพิถันมีตะกรุด ๕ ดอก ๓ ดอก บรรจุพุทธคุณและเส้นเกศาผสมขี้ตะไบชนวนหล่อรุ่นพลังพุทธคุณสร้างทั้งหมด
๓๓๒ เหรียญ และในปีต่อ ๆ มาทางวัดได้จัดสร้างล็อกเกตต่อเนื่องมาถึงปีพ.ศ.๒๕๔๘
   ๙.สรุปการสร้างวัตถุมงคล รุ่นต่าง ๆ ของหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม อาจเห็นว่ามีมากพิมพ์พอสมควร แต่ยอดจำนวนการสร้างแต่
ละพิมพ์นั้นมีน้อยมาก ซึ่งทางวัดตาลกงได้ จัดสร้างวัตถุมงคลที่ออกมาในนามหลวงพ่ออุ้น ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๙๕
ถึง ปีพ.ศ. ๒๕๕๐ (รุ่นสุดท้าย) แล้วนั้น ซึ่งทางวัดได้จัดทำหนังสือชีวประวัติและประมวลภาพวัตถุมงคลทุกรุ่นของหลวงพ่ออุ้น ไว้
 ก็ขอให้ท่านได้โปรดใช้การพินิจพิจารณาดูให้ถ่องแท้ โดยขอให้ทุกท่านได้ยืดถือ หนังสือประมวลภาพของทางวัดไว้เป็นแนวทาง
ในการศึกษาและเก็บสะสมวัตถุมงคลของหลวงพ่ออุ้น  เพราะหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม ท่านเป็นพระสุปฏิัปันโน ที่เปี่ยมล้นด้วยเมตตา
มีผู้ใดนำวัตถุมงคลมาให้ท่านปลุกเสก ท่านจะเสกให้ทุกรายไปแต่หาใช่ว่าวัตถุมงคลเหล่านั้นเป็นของท่านเสมอไป

ประสบการณ์วัตถุมงคล
    หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม  เป็นพระสุฎิปันโนที่สมบูรณ์แบบด้วยปฏิปทาศีลวัตร สัจคุณ นอบน้อมถ่มตน ไม่โอ้อวดถือตัว
มีเมตตาบารมีสูง เป็นที่พึ่งของศิษยานุศิษย์และญาติโยมสาธุชนทั่วไป ในด้านวัตถุมงคลของท่านมากประสบการณ์ทั้งด้าน
เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด ปราบคุณไสย ได้ผลประจักษ์ชัด  ท่านสร้างขึ้นเพื่อเน้นพุทธคุณ
ด้านคุ้มครองป้องกันภัย  แม้จะเป็นพระใหม่ที่มีการสร้างเพียงไม่กี่ปี  ก็จัดว่าเป็นพระใหม่มาแรงพุทธคุณสูงได้รับความนิยมมาก
ผู้ที่นำไปบูชาต่างยืนยันถึงประสบการณ์ ดังเรื่องที่รวบรวมนำเสนอต่อไปนี้
     ๑.ยิงไม่เข้า ยิงไม่ออก
     สิบโทมานะ เป็นตำรวจตะเวนชายแดน จังหวัดยะลา ได้เดินทางไปกราบนมัสการหลวงพ่ออุ้น พร้อมกับเล่าประสบการณ์
ของตนเองให้ถึงเหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่ออุ้น ที่ห้อยคออยู่เป็นประจำให้ หลวงพี่แดง วัดตาลกงฟังว่า "เมื่อต้นเดือนมิถุนานยน
๒๕๔๑


13
หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกง
หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกง
หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม หรือพระครูวินัยวัชรกิจ เจ้าอาวาสวัดตาลกง ต.มาบปลาเค้า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นพระนัก
พัฒนา พระนักปฏิบัติ เคร่งครัดพระธรรมวินัย มีบุคลิกลักษณะผิวพรรณผ่องใส อัธยาศัยเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา
ใครไปหากราบไหว้ ท่านต้อนรับทุกคนไม่เลือกชั้นวรรณะด้วยไมตรีจิต สมเป็นสมณพุทธบุตรธรรมทายาท เนื้อนาบุญอย่างแท้จริง
ประวัติวัดตาลกง     วัดตาลกง ตั้งอยู่เลขที่ ๕๓ หมู่ที่ ๓ ตำบลมาบปลาเค้า อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
 สังกัดวัดมหานิกาย เนื้อที่ ๑๓ ไร่เศษ สันนิษฐานว่าวัดตาลกง เริ่มแรกเป็นสำนักสงฆ์ ชื่อ "สำนักสงฆ์ตาลโก่ง" ประมาณพ.ศ.๒๓๙๐ (๑๕๐ปีกว่า) ตามประวัติที่คนเฒ่าคนแก่เล่าสืบ ๆ กันมา ณ บริเวณที่ตั้งสำนักสงฆ์ มีต้นตาลต้นหนึ่งลักษณะออกยอดอยู่
ประมาณ ๗ ยอด ลำต้นโก่ง เรียกกันว่า"ตาลโก่ง"
ครั้นต่อมาได้มีการพัฒนาปรับปรุงยกฐานะขึ้นเป็นวัดโดยสมบูรณ์ จากชื่อเดิมตาลโก่งที่เคยเรียกขานกันมาก ก็เน่อกลายมาเป็น
"ตาลกง" ซึ่งเป็นชื่อ วัดตาลกง ในปัจจุบัน
     วัดตาลกง  มีเจ้าอาวาสปกครองดูแลสืบทอดกันมาหลายรูป แต่ไม่ปรากฎหลักฐาน พ.ศ.ชัดเจนนัก สำหรับเจ้าอาวาสที่มี
ชื่อเสียงรู้จักกันดีในอดีต คือหลวงพ่อตุ้ม มีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความสำคัญที่เล่ากันว่า ภายในอุโบสถวัดตาลกงหลังเดิม
สันนิษฐานสร้างประมาณ พ.ศ.๒๔๑๕ มีผงพุทธคุณ เสน่ห์เมตตานิยมสูงบรรจุไว้ เป็นของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ชลบุรี
ในสมัยที่หลวงพ่อตุ้มเป็นเจ้าอาวาส
     เจ้าอาวาสอีกรูปหนึ่งคือ หลวงพ่อผิว (ผู้เป็นลุงของหลวงพ่ออุ้น) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านไสยศาสตร์เวทมนต์
คาถาอาคมรุ่นเดียวกับหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง  ทั้งมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับหลวงปู่นาค วัดหัวหิน
(พระอุปัชฌาย์ของหลวงปู่คำ วัดหนองแก)  จนมาถึงยุคสมัยของหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดตาลกง พ.ศ.๒๕๐๔
 ซึ่งท่านได้พัฒนาผลงาน ก่อสร้างเสนาสนะสงฆ์ตลอดถาวร วัตถุเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ชาติภูมิ
     หลวงพ่ออุ้น นามเดิม อุ้น อินพรหม ถือกำหนดเมื่อวันศุกร์ที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๙ เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้องร่วมอุทร
เดียวกัน ๘ คน คือ ๑.หลวงพ่ออุ้น ๒.นายอิ่น ๓.นายเอื่่อน ๔.นายพวง ๕.นายแดง ๖.นางพุด ๗.นางเพี้ยน
๘.นางพ้วน ของโยมพ่อบุญ อินพรหม โยมแม่เล็ก อินพรหม ณ บ้านหนองหินถ่วง ต.มาบปลาเค้า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
     เริ่มการศึกษาเบื้องต้น หนังสือไทย ขอม ที่วัดไสค้าน จนกระทั่งจบการศึกษาภาคบังคับ แล้วมาช่วยเหลือบิดามารดา
ประกอบอาชีพในด้านเกษตรกรรม
สู่ร่มเงากาสาวพัสตร์
    เมื่ออายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมา วัดตาลกง ตรงกับวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๙
โดยมีพระอธิการชัน วัดมาบปลาเค้า เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการผิว วัดตาลกง เป็นพระกรรมวาจาจารย์
และพระอธิการขาว วัดอินจำปา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับสมณฉายาว่า "สุขกาโม"
ครั้นอุปสมบทแล้วได้อยู่จำพรรษาที่วัดตาลกงศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อผิว และศึกษาข้อวัตรปฏิบัติเรื่อยมา
การศึกษาพุทธาคม
     การศึกษาพุทธาคมของหลวงพ่ออุ้น เริ่มจากการอยู่ปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อผิว วัดตาลกง ซึ่งเป็นพระอาจารย์
ที่เชี่ยวชาญไสยศาสตร์เวทมนต์คาถาอาคม รุ่นราวคราวเดียว (สหธรรมิก) กับหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง ทั้งยัง
เก่งทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน เมตตา อยู่ยงคงกระพัน ซึ่งใกล้ชิดกับ หลวงปู่นาค วัดหัวหิน ทั้งเคยเดินทางไปขอศึกษา
วิชาความรู้จากหลวงปู่นาคอยู่เป็นประจำ
     หลวงพ่อผิว ธมฺมสิริ เป็นพระเกจิทรงคุณวิเศษของเมืองเพชรบุรีในยุคนั้น แต่อุปนิสัยของท่านชอบอยู่อย่างสันโดษ
เก็บตัวเงียบไม่ยอมเปิดเผยว่ามีดีนาน ๆ จะลง นะ ที่กระหม่อมให้ผู้ไปหาท่านสักครั้ง
     ชาวบ้านวัยชราอายุ ๘๐ กว่า เล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อผิวลง นะ ที่หัวให้ตัวเดียว มีคุณสารพัด อยู่ยงคงกระพันจนวันตาย
คนเก่า ๆ แถวท่ายางต่างประจักษ์ในความคงกระพันชาตรีมาแล้วหลายราย ก่อนนี้มีไอ้หนุ่มวัยรุ่นจากประจวบคีรีขันธ์มาติด
พันสาวมาบปลาเค้า เข้าไปกราบนมัสการหลวงพ่อผิว ขอให้ท่านลงนะที่กระหม่อมให้  ครั้นต่อมาไม่นานเขากลับมามาบปลาเค้า
อีกครั้ง  ถูกนักเลงท้องถิ่นแทงด้วยมีด ตีหัวด้วยท่อนไม้แต่ไม่ยักเป็นไร เลยฮึดสู้หนึ่งต่อสาม เล่นเอานักเลงเจ้าถิ่นต้องเปิดหนีกัน
จ้าละหวั่นไปเลย
หลวงพ่ออุ้น เป็นที่โปรดปรานของหลวงพ่อผิวมาก ๆ ได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาให้จนหมดสิ้น
     ในพรรษาต่อมา หลวงพ่ออุ้นเดินทางไปกราบนมัสการ หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง  ถวายตัวเป็นศิษย์เพื่อเล่าเรียนฝึก
ปฏิบัติสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน พุทธาคม โดยเรียนฝึกวิชากสิณจนชำนาญในกสิณ ๑๐ รวมทั้งตำรับตำราการทำผง
เมตตาชั้นสูงจากหลวงพ่อทองศุข
     หลวงพ่อทองศุข เห็นความมานะพยายามประจวบกับหลวงพ่อผิว อดีตเจ้าอาวาสวัดตาลกง ก็มีความคุ้นเคยกันมาก่อนแล้ว
ท่านจึงรับหลวงพ่ออุ้นไว้เป็นศิษย์ถ่ายทอดวิชาให้อย่างเต็มที่  ก่อนที่จะมีการศึกษาเล่าเรียนนั้น หลวงพ่อทองศุข ได้ดูฤกษ์ยาม
ก่อนแล้วนัดกำหนดวันให้หลวงพ่ออุ้นเดินทางไปทำพิธีขึ้นครูหรือการยกครูโดยมีขันธ์ ๕ ดอกไม้ ธูป เทียน บายศรี ทำพิธีขึ้นครู
     กล่าวได้ว่า หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม เป็นศิษย์ผู้สืบสายพุทธาคมจากหลวงพ่อทองศุข รูปหนึ่งอย่างแท้จริงไม่ใช้เป็นเพียงการ
กล่าวอ้าง  ในการเรียนวิชาของหลวงพ่ออุ้นนั้น  ต้องเดินทางจากวัดตาลกงไปเรียนที่วัดโตนดหลวงครั้งหนึ่งจะต้องไปพักอยู่
วัดโตนดหลวงถึง ๑๕ วัน ไปกลับอย่างนี้อยู่เป็นประจำ  และยังออกปริวาสกรรมร่วมกับหลวงพ่อทองศุข ขึ้นเขาไปบำเพ็ญเพียร
ในป่าช้าก็บ่อยครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งได้กับกับหลวงพ่อ่จันวัดมฤคทายวันซึงเป็นญาติกับหลวงพ่อทองศุข  หลวงพ่อจันรูปนี้เก่งวิชา
สะกดชาตรีคือเป็นวิชาสะกดให้สัตว์ร้ายอยู่กับที่ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้  ทราบว่าท่านได้เรียนมาจากพระธุดงค์ชาวเขมร
     หลวงพ่อจันได้ถ่ายทอดวิชาสะกดชาตรีให้หลวงพ่ออุ้นเช่นกัน  สำหรับวิชาที่โดดเด่นสำคัญสุดของหลวงพ่อทองศุข
ยากนักที่ศิษย์ผู้ใดจะได้รับถ่ายอดให้ คือ วิชาทำผงพระจันทร์ครึ่งซีก  วิชาผงพระจันทร์ครึ่งซีกเป็นอย่างไร ว่ากันว่าเป็น
ผงเมตตามหานิยมที่มีพุทธคุณอมตะล้ำลึกยิ่งกว่าผงอิทธิเจ  และผงปถมังหลายเท่านัก  จากวิชาผงพระจันทร์ครึ่งซีกนี้
หลวงพ่ออุ้นยังไม่ปรากฎว่าท่านนำออกมาทำผงเลย เพราะมีกฎสัจจะที่สำคัญมาก นอกจากนั้นหลวงพ่อทองศุขยังได้สอนการ
ทำผงอิทธิเจ  ผงปถมัง  ผงมหาราช  และผงหน้าพระภักษ์  ซึ่งเป็นตำรับสุดยอดของพระผงวัดนก จังหวัดอ่างทอง  ตำราผง
หน้าพระภักษืนี้ทราบว่าได้สูญหายไปจากวงการไสยศาสตร์เป็นเวลานานแล้ว  หากมีอยุ่หรือตกเป็นมรดกแก่ผู้ใดก็น้อยเต็มทีที่จะรู้ได้
     สำหรับวิชา นะ ปัดตลอด นั้น หลวงพ่ออุ้นได้รับการถ่ายทอดเช่นกัน วิชานี้จะสังเกตได้ถึงวัตถุมงคลของสำนักงานวัดโตนดหลวง
มียันต์นะ ปัดตลอด และ นะ ปถมังปรากฎอย่างชัดเจน  รวมทั้งวัตถุมงคลศิษย์สายหลวงพ่อทองศุขทุกรูป
    หลวงพ่ออุ้นเป็นพระที่มีบุคลิกลักษณะผิวพรรณวรรณะผ่องใสอัธยาศัยไมตรีเปี่ยมด้วยเมตตาและสัจบารมีเป็นที่ตั้ง  ท่านใส่ใจ
ในเรื่องที่วัฏสงสาร  คือการเกิดแก่เจ็บตาย บุญกรรม  และสิ่งลี้ลับในธรรมชาติ  โดยเฉพาะเรื่องเวทมนตร์คาถาอาคมอักขระเลขยั
ต์เป็นพิเศษ  ซึ่งชอบมาตั้งแต่อายุยังน้อยจึงเป็นแรงจูงใจให้ศึกษาเล่าเรียน  เรียนรู้และปฏิบัติให้เข้าถึงรู้แจ้งเห็นจริง  ด้วยเหตุนี้
หลวงพ่อทองศุขได้เล็งเห็นอุปนิสัยใจคอแล้ว  จึงถ่ายทอดสรรพวิชาให้หลวงพ่ออุ้นจนหมดสิ้น
จากนั้นต่อมาหลวงพ่ออุ้นได้ไปกราบนมัสการพระอธิการชัน  วัดมาบปลาเค้า  ขอศึกษาเล่าเรียนวิชาไสยศาสตร์
ซึ่งพระอธิการชันท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาจากหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัด  เป็นวิชาอยู่ยงคงกระพัน  และเสกลิงลมวิชาขับ
คุณไสยทำปรอท เล่นแร่แปรธาตุ เรียนวิชาจากหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง  เรียนวิชาทำตะกรุด  และปลัดตามตำรับ
หลวงพ่อโคก วัดปากคลองบางครก  ครูบาอาจารย์ของหลวงพ่ออุ้นใช่จะมีแต่เพียงพระสงฆ์เท่านั้นแม้แต่เป็นฆราวาสผู้เชี่ยวชาญ
ในสรรพวิชา  ท่านก็ยังไปขอเล่าเรียนศึกษาเช่นกัน อย่างเช่นอาจารย์โม ซึ่งเป็นหมอสักชาวเพชรบุรี  มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด
ในยุคนั้นท่านได้ไปขอเล่าเรียนวิชาจากอาจารย์โมแม้หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม  ซึ่งปัจจุบันท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มี
ชื่อเสียงมากที่สุดรูปหนึ่งของจังหวัดนครปฐม  (เพิ่งมรณภาพเมื่อต้นเดือน พ.ย. ๔๓)  ก็เล่าเรียนวิชาสักยันต์จากอาจารย์โม
จากนั้นหลวงพ่ออุ้นท่านก็ไปเรียนวิชาทำสีผึ้งมหาเมตตา  วิชาลงเลขยันต์  ลงสมุนไพร ตำราสมุนไพรจากหมอฉ่ำ
หมอไสยศาสตร์ชาวอำเภอท่ายาง ที่จริงโยมบุญ อินพรหม  โยมพ่อของหลวงพ่ออุ้นท่านก็เป็นหมอไสยศาสตร์มีความรู้เรื่องยา
โบราณ มีตำรายาโบราณที่ตกทอดมาแต่ยุคก่อนจำนวนมาก  โดยเฉพาะตำราทำผงยาเพชรมณี  หลวงพ่ออุ้นก็ได้รับสืบทอด
มาว่ากันว่าผงยาเพชรมณีหรือเพชรจินดา  เป็นตำรายาหัวใจ ยาลม ยาอายุวัฒนะที่ดีมาก  ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษไม่แตกต่าง
กับผงยาจินดามณีของปู่บุญมากนัก หรืออาจเป็นตำราสูตรเดียวกันมาแต่โบราณก็เป็นได้
     เมื่อหลวงพ่ออุ้น ได้เรียนวิชาไสยเวทต่าง ๆ มาอย่างช่ำชองแล้ว  ก็ได้เคยนำเอาวิชาสักยันต์มาสักลงให้บรรดาศิษย์
และชาวบ้าน  สักเสือผยองเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ชาวบ้านที่นิยมก็มาสักกันมากพอสมควรและบุคคลที่สักไปเหล่านั้น
เป็นคนดังก็มาก  คนดีก็มีภายหลังท่านมาพินิจพิจารณาถึงวิชาเหล่านี้ว่าไม่สมควรนำมาใช้ให้กับบุคคลต่าง ๆ เพราะบังเกิด
มีทั้งดีและชั่วผิดและถูกไม่มีใครเป็นคนดีได้หมด  ซึ่งอาจนำไปสู่แนวทางอกุศลกรรมได้  ครั้นพิจารณาในหลักธรรมอย่าง
ถ่องแท้แล้ว  นับตั้งแต่วันนั้นท่านจึงหยุดทำการสักและมุ่งมั่นหันมาช่วยชาวบ้านด้านขับคุณไสย  ขับผี  ไล่วิญญาณพเนจร
ที่เข้าสิงร่างชาวบ้านจนขึ้นชื่อที่ใดในแถบตำบลนั้นมีปัญหาเรื่องผีเข้า  ถ้าขู่ว่าจะพาไปหาหลวงพ่ออุ้น  มักจะออกไปทันที
เรื่องนี้ชาวตำบลมาบปลาเค้าทราบดี บางรายไปพรหมน้ำมนต์ร้องครวญคราง รายใดถ้าแข็งจะถูกตอกตะปูแล้วกลึง
ต่อมาเหล่าวิญญาณทั้งหลายจะต้องด้วยในบารมีหลวงพ่ออุ้น หรือไรไม่ทราบ  ถ้าเกิดผีเข้ากลางงานที่มีผู้คนมาก ๆ ผู้คน
จะช่วยกันไล่  ไม่ยอมไปถึงโดนซ้อมจนน่วมก็ไม่ออก ถ้าขู่ว่าจะช่วยกันจับไปหาหลวงพ่ออุ้นส่วนมากจะออกไปทันที  เรื่องเหล่า
นี้เกิดขึ้นมาก  ลองถามชาวบ้านดูได้  ท่านยังมุ่งมั่นความหลุดพ้นเจริญวิปัสสนากรรมฐานเป็นเวลานาน ๆ อยู่ประจำ
มีความสงบนิ่ง มีเมตตา มอบให้แก่พุทธศาสนิกชนที่ไปกราบนมัสการท่านเสมอเหมือนกันหมด

ปฏิปทาศีลวัตร
     ทุกวันนี้ผู้ที่ใกล้ชิดหลวงพ่ออุ้นต่างก็ทราบกันดีว่า หลวงพ่อวัดตาลกงไม่ใช่พระธรรมดา หรือ เป็นพระธรรมดาที่ยิ่งกว่าธรรมดา
 เพราะท่านเคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีปฏิปทาศีลวัตร  สัจคุณงามเป็นพระสุปฏิปันโน  สมเป็นสมณสากยพุทธบุตรในพระพุทธศาสนา
อีกรูปหนึ่ง ที่พุทธศาสนิกชนศรัทธาเลื่อมใสกราบไหว้ด้วยความอิ่มใจ หลวงพ่ออุ้นมีญาณ สมาบัติสูง มีสมาธิจิตแก่กล้า กรวดหิน
แร่ ธาตุต่าง ๆ ท่านหยิบผ่านมือแล้วมอบให้แก่ใครก็มีอนุภาพพุทธคุณอย่างน่าอัศจรรย์
พระนักพัฒนา      เมื่อพูดถึงงานด้านการพัฒนาหลวงพ่ออุ้นได้อยู่ช่วยเหลือหลวงพ่อผิว (ผู้เป็นหลวงลุง) สร้างวัดตาลกงมาตั้งแต่
แรก ๆ จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
     ก่อนนี้ท่านได้เดินทางเข้าป่าละอูไปช่วยหลวงพ่อผิว ตัดไม้ ไปกลางเดือนอ้าย กลับถึงวัดกลางเดือนห้า ใช้เวลาไปกลับครั้งละ
๔เดือน เป็นอย่างนี้ประจำถึง ๕ ปี ไปกับหมู่สงฆ์ไปปลูกโรงอาศัยในป่า  ไม้ที่ตัดใช้เกวียนลากมาแสนจะลำบาก
     หลวงพ่ออุ้น ได้ออกธุดงควัตรไปทั่วทุกภูมิภาคที่ ๆ อยู่ในความทรงจำของท่านมากทีุ่สุด ก็คือ ป่าตะนาวศรี ป่าละอู และ
ป่าปราณบุรี เดินธุดงค์จนไปพบผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส  ได้ถวายที่ดินให้ท่านสร้างวัดและโรงเรียนจำนวนถึง ๑,๐๐๐ กว่าไร่
หลวงพ่อถามโยมผู้ถวายที่ดินว่าเมื่อโยมถวายที่ให้อาตมาแล้ว  จะให้มีอะไรบนที่ดินผืนนี้บ้าง  โยมผู้นั้นบอกว่าต้องการมีวัด
โรงเรียนและสถานีอนามัย  เมื่อรับปากว่าจะดำเนินการให้โยมนั้นตามความประสงค์ ต่อมาหลวงพ่ออุ้นก็เริ่มพัฒนาดำเนิน
การจัดสร้างสำนักสงฆ์ท่าไม้ลายขึ้น  ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.เขาเจ้า อ.ปราณบุรี  จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจัดส่งพระอาจารย์รุ่ง ปิยธโร
ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อไปควบคุมดูแลปฏิสังขรณ์สำนักสงฆ์  ได้รับผ้าป่ากฐินพอเลี้ยงตัวเองได้ต่อมาได้สร้างโรงเรียนขึ้นเมื่อ
๗ ปีที่แล้ว  จนบัดนี้มีเด็กนักเรียนประมาณ 200 คนพร้อมกับสถานีอนามัยอยู่บนพื้นที่แห่งนี้สมเจตนารมณ์ของผู้ถวายทุก
ประการแล้ว  หลวงพ่ออุ้นนอกจากจะเป็นพระนักปฏิบัติแล้ว ก็เป็นพระนักพัฒนา  ผู้นำความเจริญก้าวหน้ามาสู่สำนักสงฆ์ท่าไม้ลาย
จากที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นที่เจริญรุ่งเรืองด้วยการพัฒนาสถานที่ พัฒนาบุคคลไปพร้อม ๆ กัน  แม้ถึงทุกวันนี้หลวงพ่ออุ้นยังไปมา
สำนักสงฆ์อย่างสม่ำเสมอได้นำเอาผ้าห่ม เครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกให้เด็กนักเรียนอยู่เป็นประจำ ผู้เขียนมีความศรัทธาใน
หลวงพ่ออุ้นมาก จากประวัติและปฏิปทาศีลวัตรของท่านนับว่าเป็นพระคณาจารย์ที่ดีพร้อมจริง ๆ
     อุโบสถหลังเก่า ของวัดตาลกงมีอายุถึง ๑๖๐ กว่าปี มีสภาพชำรุดทรุดโทรม หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม จึงได้ดำเนินการสร้าง
อุโบสถหลังใหม่ขึ้น ภายในอุโบสถหลังเก่านี้ อดีตเจ้าอาวาสวัดตาลกงได้นิมนต์ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์มาทำผงอิทธิเจ
บรรจุได้ ๑ โอ่ง ประมาณ พ.ศ.๒๔๔๗ และหลวงพ่ออุ้นได้นำมาเก็บรักษาไว้ ต่อมาในปีพ.ศ.๒๔๙๕ หลวงพ่ออุ้น
จึงได้นำเอาผงพุทธคุณเก่ามาผสมกับผงที่ท่านได้ทำขึ้น แล้วบดผสมข้าวปากบาตรและข้าวก้นบาตร กดพิมพ์ทำเป็นพระผง
สมเด็จคะแนนขึ้น  โดยจุดประสงค์เพื่อเอาพระสมเด็จคะแนนที่สร้างขึ้นส่วนหนึ่งไปบรรจุในอุโบสถหลังใหม่ และส่วนหนึ่งแจกกับพุทธศาสนิกชนและศิษย์ให้เป็นสิริมงคล พระสมเด็จคะแนนนี้สร้างขึ้นจำนวนหลายหมื่นองค์ โดยได้ดำเนินการสร้าง ตั้งแต่ปี
พ.ศ.๒๔๙๕ ติดต่อกันถึงปี พ.ศ.๒๔๙๗ รวม ๓ ปี ในระหว่างนั้นหลวงพ่อผิวเป็นเจ้าอาวาสวัดตาลกงอยู่ ซึ่งอยู่ในวัยชราภาพแล้ว
ได้ดำริควรจะสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น  พร้อมทั้งงานพัฒนาเสนาสนะสงฆ์ที่ชำรุดทรุดโทรม  โดยมอบให้หลวงพ่ออุ้นเป็นผู้ดำเนิน
การรับผิดชอบ ในด้านพัฒนาก่อสร้าง ดูแล ติดต่อสิ่งก่อสร้างซ่อมแซมสิ่งต่าง ๆ ภายในวัดโดยตลอด  แล้วหลวงพ่ออุ้นได้ปรึกษา
กับท่านถึงเรื่องการสร้างพระสมเด็จเหม็น เพื่อนำปัจจัยมาสร้างอุโบสถหลังใหม่  แล้วได้นำมารวมกันทำการอธิษฐานจิตปลุกเสก
เป็นเวลา ๘ ปีเต็ม  หลังจากนั้นก็ได้จัดส่วนต่าง ๆ ไว้ เช่น ไว้บนเพดานศาลา  ใต้พระบูชาบนศาลา  ส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ใน
อุโบสถหลังใหม่     พระสมเด็จคะแนนนี้หลวงพ่อได้เริ่มนำออกมาแจกให้พุทธศาสนิกชน ในปีพ.ศ.๒๕๐๕ เป็นต้นมา จนกระทั่งถึง
ปี ๒๕๑๑ ท่านก็หยุดจะมีบ้างก็ให้ประปราย เช่นคนที่มาจากต่างจังหวัดและประมาณ พ.ศ.๒๕๓๐ ท่านก็เก็บเงียบไม่แจกเลย
และมาแจกอีกครั้งเมื่อต้นปีพ.ศ.๒๕๓๙ พระสมเด็จคะแนนตามที่ชาวบ้านตาลกงเรียกมาแต่แรกเป็นพระผงที่มีพุทธคุณ
ด้านเมตตามหานิยมและเสน่ห์สูงมาก
     กิตติคุณบารมีธรรมและผลงาน   
     หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม  เป็นพระเกจิอาจารย์อาวุโสรูปหนึ่งของเมืองไทยแม้จะเพิ่งเปิดเผยชีวประวัติเพียงไม่กี่ปีก็ตาม
สำหรับสาธุชนในท้องถิ่นต่างรู้จักกิตติคุณของท่านมานานนับกว่า ๓๐ ปีแล้ว
     หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม  เป็นแบบอย่างของพระภิกษุสงฆ์ที่เคร่งครัดธรรมวินัยมีศีลบริสุทธิ์  ประพฤติปฏิบัติธรรมตามแนว
ทางในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  เป็นพระที่ไม่สะสม ไม่ปรุงแต่ง ไม่เคยยึดติดลุ่มหลงในยศถาบรรดาศักดิ์  ไม่ยึดติดใน
ลาภสักการะ ท่านมีแต่สงเคราะห์ช่วงเหลือ แผ่เมตตาบารมี
     ผลงานการสร้างเสนาสนะสงฆ์ตลอดทั้งถาวรวัตถุต่าง ๆ ปรากฎเป็นรูปธรรมมากมาย เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ
กุฎิสงฆ์ ฌาปนสถาน สำนักสงฆ์ โรงเรียน ถนนหนทาง กำแพงวัด ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนสำเร็จด้วยบุญฤทธิ์ของ
หลวงพ่ออุ้นทั้งสิ้น  เคยมีพระเถระผู้ใหญ่มาขอร้องให้ท่านรับตำแหน่งพระอุปัชฌาย์ ตำแหน่งเจ้าคณะตำบล ท่านปฏิเสธ
ทั้งหมด  เท่าที่ทาบพอลำดับประวัติตำแหน่งที่หน้าที่และสมณศักดิ์ได้ดังนี้
     พ.ศ.๒๕๐๐ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์
     พ.ศ.๒๕๐๔ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอธิการอุ้น สุขกาโม เจ้าอาวาสวัดตาลกง
     พ.ศ.๒๕๐๘ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรมที่พระครูสังฆรักษ์อุ้น สุขกาโม
     พ.ศ.๒๕๒๒ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูวินัยวัชรกิจ
     พ.ศ.๒๕๓๑ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่พระราชทินนามเดิม

14
ผ้ายันต์ธงชัย หลวงพ่อโง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก
บนผ้ายันเขียนว่า "เดิมเป็นของพระยาวชิรปราการ ผ้ายันต์กันศตรูและเมตตามหายิยม"แถวด้านล่าง
จะระบุชื่อ "ของหลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก จ.พิจิตร" ถ้าข้อความสะกดลายมือไม่ผิด พระยาวชิรปราการ
นั้นในวิกิพีเดีย ระบุอาจจะหมายถึง พระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ  สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


15
ผ้ายันต์ธงมหาลาภ หลวงพ่อเขียนออก วัดทุ่งเรไร
ผ้ายันต์ธงมหาลาภ หลวงพ่อเขียนออก วัดทุ่งเรไร
ตำบลชอนไพร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์. หลวงพ่อเสกไว้ด้านค้าขาย เรียกลูกค้า
กันฟ้าฝน หายากมาก แบบนี้ยังไม่เจอปลอม ยกเว้น (ผ้ายันต์สิงห์คู่ หลวงพ่อเขียน วัดสำนักขุนเณร จ.พิจิตร
ควรปรึกษาผู้รู้นะครับของดีแต่ให้ระวังครับ)


หน้า: [1] 2 3 ... 21




Facebook Page