.

 


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - admin

หน้า: [1] 2 3 ... 20
1
พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร

2
เหรียญมหาพิทักษ์ หลวงปู่เผือก หลังนารายณ์ทรงครุฑ อุทพุทธอุทยานธรรมโกศล
เหรียญมหาพิทักษ์ พิมพ์เล็กด้านหน้ารูปหลวงปู่เผือก มีห่วงแขวน ไม่มบัว ด้านหลังนารายณ์ทรงครุฑ
พุทธคุณสูง หนุนดวงเสริมดวงมีคุณด้านมหาปราบสิ่งเลวร้าย อุปสรรคขวากหนาม เจริญก้าวหน้า เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง
หลวงพ่อสมภพสร้างเมื่อท่านมาอยู่ที่ พุทธอุทยานธรรมโกศล ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
พระเครื่องเป็นรูปหลวงปู่เผือกหรือรูปของหลวงพ่อสมภพ มีด้วยกันหลายพิมพ์  พิมพ์ใหญ่ทำน้ำมนต์หรือพิมพ์เล็กมีห่วง
และไม่มีห่วงมีทั้งมีดอกบัวและไม่มีดอกบัว


3
เหรียญไข่๘๔ หลวงพ่อเมือง อุตฺตโม วัดท่าแหน พ.ศ.๒๕๑๗
หลวงพ่อเมือง อุตฺตโม วัดท่าแหน ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
"พระผู้มีอตีตังสญาณ ผู้หยั่งรู้
" หลวงพ่อศึกษาด้านสมถะวิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่านเสาะแสวงหาหนทางวิธีวิปัสสนากัมมัฏฐาน
ไปแทบทั่วทุกแห่ง หลวงพ่อเมืองอยู่ในกุฎิมืดทึบไม่มีหน้าต่าง มีแต่ช่องลมเล็กๆ ประมาณคืบเศษ มีเนื้อตัวผอมเหลือง
หลวงพ่อเมืองท่านเป็นพระชอบอยู่ป่าช้าเจริญสมถะ และวิปัสสนากัมมัฏฐานเพ่งกสิณอยู่เป็นนิจ หลวงพ่อเมืองได้เป็นพบ
คำภีร์โบราณ ในตู้พระไตรปิฎก ณ วัดบ้านหลุก ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ได้ทราบถึงวิธีปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน
ในขณะที่อ่านนั้น ท่านก็ได้สัมผัสกลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีกลิ่นหอมมาก หลวงพ่อเมืองไม่เคยได้สัมผัสกลิ่น
ชนิดนี้มาก่อน ดังนั้นหลวงพ่อเมืองจึงขออนุญาตเจ้าอาวาสวัดบ้านหลุก นำเอาตำราวิปัสสนากัมมัฏฐานนี้กลับไป วัดท่าแหน
เพื่อศึกษาและปฏิบัติ โดยศึกษานานอยู่ ๖ ปี บริกรรมนั่งทางใน จนสามารถนั่งทางในมองเห็นสิ่งต่างๆ
หลวงพ่อเมืองก็สามารถทำนายทายทักให้ถูกต้องแม่นยำ
ครั้งนึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์ทรงตรัสถามหลวงพ่อเกษมว่า "ชาติที่แล้วพระองค์ทรงเป็นนักรบใช่หรือไม่"
หลวงพ่อเกษม ได้ตอบพระองค์ท่านว่า "เราไม่รู้สิต้องไปถามหลวงพ่อเมือง ท่านมีอตีตังสญาณ" แสดงให้เห็นว่า
หลวงพ่อเกษม ทราบดีว่า หลวงพ่อเมือง ได้สำเร็จในการปฏิบัติธรรมถึงขั้น ทิพย์จักษุฌาน ซึ่งเป็นระดับความสำเร็จ
ของการปฏิบัติกัมมัฏฐานขั้นสูงชั้นหนึ่ง

4
เหรียญภาคทุกขกริยารุ่นแรก ครูบาราศรี โชติโก(ตุ๊เจ้าเสือดาว) ถ้ำเสือดาว จ.เชียงใหม่ ปี ๒๕๑๘
-สร้างด้วยกัน ๒ พิมพ์ ๒ แบบ คือ
-เหรียญภาคพระภิกษุ เหรียญรูปเหมือน ปลงเกศา
จัดสร้างเฉพาะเนื้อทองแดง ๓,๗๐๐ เหรียญ
- เหรียญภาคทุกขกริยา เหรียญรูปเหมือนหนวดเครายาว คล้ายฤาษี
เนื้อทองแดงสร้างจำนวน ๕,๐๐๐ เหรียญ
 เนื้อเงินและเนื้อนวะโลหะ จำนวนเพียงเล็กน้อย


**เหรียญรุ่นนี้แกะแม่พิมพ์โดยช่างเกษม มงคลเจริญ เป็นเหรียญที่งดงามมาก มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำแบบใคร
ด้านหน้าเหรียญมีเลข ๔ ตัว กำกับอยู่ คือเลข ๗,๑๑,๑๓และ๓๕ แต่ละตัวเลขมีความหมายดังนี้

* เลข๗ อยู่เบื้องบน หมายถึงการบำเพ็ญตบะ ไม่พูดกับมนุษย์ถึง ๗ ปี
* เลข๑๑ อยู่ด้านขวาของเหรียญ หมายถึงท่านไม่ได้นอนมา ๑๑ ปี
* เลข๑๓ อยู่ด้านซ้ายของเหรียญ หมายถึงท่านได้ปฏิบัติธุดงควัตรครบ ๑๓ ประการ
* เลข๓๕ อยู่กึ่งกลางเหรียญ หมายถึงอายุของท่าน


ทุกเหรียญตอกโค๊ตดาว บริเวณสังฆาฏิ ถ้ามีตอกโค๊ด ดาวบน ไหลซ้าย
คุณ ชินพร นำไปให้หลวงปู่ทิมเสกเพิ่ม อีกประมาณ ๖ เดือนก่อนท่านมรณภาพครับ
ข้อมูลการจัดสร้างวัตถุมงคล ชุดนี้กิตติศัพท์ ในเรื่องการปฏิบัติอันเด็ดเดี่ยวของครูบาราศี หรือ "ตุ๊เจ้าเสือดาว" นั้น
เป็นที่รับรองกันโดยทั่วไป ทั้งในวงการบรรพชิตและคฤหัสถ์ในจังหวัดเชียงใหม่ พระราชสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์
ซึ่งเป็นพระอารามสำคัญยิ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ถึงกับกล่าวว่า "มีองค์เดียวในโลกที่สามารถปฏิบัติได้ถึงขนาดนี้"


*พระครูพิพัฒน์คณาภิบาล อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนากัมมัฏฐานประจำจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดเมืองมางและ
วัดตะโปทาราม ก็กล่าวว่า "เป็น องค์แรกของโลกที่สามารถปฏิบัติได้ครบถ้วนซึ่งธุดงค์วัตรทั้ง ๑๓ ประการ และบำเพ็ญบารมี
ได้สูงถึงขนาดนี้ โดยที่มิได้เป็นบ้า หรือวิกลวิการไปเสียก่อน
อีกตอนหนึ่ง พระครูพิพัฒน์ฯ ได้กล่าวว่า "องค์อื่นอาจจะมี แต่ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยได้พบเห็น"


*ตลอด เวลาท่านครองผ้าไตรจีวรเพียงชุดเดียว ไม่ว่าหน้าร้อน หน้าหนาว หรือหน้าฝน ไม่เคยใช้ผ้าห่มหรือผ้าอื่นใดอีก
  และผ้าไตรจีวรนั้น ท่านจะใช้จนกว่าจะผุเปื่อยขาดไป จึงจะยอมเปลี่ยนใหม่ ใครเอาไปถวายท่านก็ไม่รับ
  ไม่เคยใช้ผ้าห่ม มุ้งหมอนใด ๆ ท่านก็ไม่เคยใช้ ท่านนั่งอยู่แต่ในกรด ซึ่งกางอยู่ในถ้ำหรือในกุฏิตลอดเวลา 
  ท่าน ไม่เคยนอนเช่นพระสงฆ์ธรรมดาเลย เป็นเวลานานติดต่อกันถึง ๑๑ ปีเต็ม ๆ แล้ว ยามจะหลับพักผ่อน ก็หลับในสมาธิ
  หลับในญาณ นั่งคอตั้งตรงตลอดเวลาแม้ในยามเจ็บไข้ ซึ่งบางครั้งก็หนักเอาการท่านก็ไม่ยอมนอน
  อยู่ในป่าช้า หน้าถ้ำเสือดาว อันเป็นสถานที่สงบวิเวก วังเวง เพราะอยู่ห่างไกลบ้านเรือนผู้คน นอกจากนี้ท่านยังปฏิบัติแปลกๆ
  ออกไปอีก ไม่ยอมพูดจากับมนุษย์ใด ๆ เป็นเวลา ๗ ปี (เริ่มแต่เข้าพรรษาปี ๒๕๐๗ จนถึงออกพรรษาปี ๒๕๑๓)
 ไม่ยอมให้มนุษย์ทั่วไปได้พบเห็นท่านอยู่เป็นเวลาช้านาน แม้ในเทศกาลสงกรานต์ เมื่อมีผู้ไปขอรดน้ำท่าน ท่านก็จะยื่นมือออก
 มาให้รดพอเป็นพิธีเท่านั้น ท่านเพิ่งจะออกมาให้ผู้มีศรัทธาได้สรงน้ำและเห็นตัวท่านเมื่อ ๓ ปีมานี้ และปีหนึ่ง ๆ ก็จะออกมาให้
 เห็นเพียงวันเดียว คือวันที่ ๑๕ เมษายน เท่านั้น
 ออกมาให้รดน้ำ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปี ๒๕๑๘ นี้ ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษที่ท่านออกมานอกกุฏิ เป็นเวลาติดต่อกันถึง ๕ วัน
 **คือตั้งแต่วันที่ ๑๕ - ๑๙ เมษายน ๒๕๑๘ เพราะท่านจะอำลาเพื่อธุดงค์ไปอินเดียโดยไม่มีกำหนดกลับ**





5
เหรียญธรรมาสน์ใหญ่ หลวงปู่เผือก(วัดสาลีโขภิตาราม)หลวงพ่อสมภพ เตชปุญโญ
หลวงปู่เผือก วัดสาลีโขภิตาราม
        ชื่อนี้โลดแล่นในวงการย่อมทราบถึงความเหนียวแคล้วคลาดปลอดภัยประสบการณ์ฉกาจฉกรรจ์ หลวงปู่เผือกเป็น
พระครูสัญญาบัตรพิเศษตำแหน่งสังฆปาโมกข์ แขวงสระบุรี – เจ้าคณะเมืองนนทบุรี ที่ “พระธรรมโกศล” มรณภาพ
เมื่อปี พ.ศ.๒๔๐๕ สิริอายุได้ ๑๐๖ ปี มายังหลวงพ่อสมภพ เตชปุญโญ ท่านเคยจำวัดที่วัดสาลีโขภิตาราม ถูกหลวงปู่เผือก
ในสภาวะวิญญาณ ซึ่งทรงอานุภาพดวงหนึ่ง ผ่านพร่ำสอนถ่ายทอดความรู้พระคาถาไสยเวทย์ฝึกฝนจิตตานุภาพจนแตกฉาน
ให้กับหลวงพ่อสมภพ เตชปุญโญ การสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อสาลีโขนั้น ท่านเพียรพยายามยิ่งในการจารอักขระเลขยันต์
สำคัญครอบคลุมสรรพวิชาทั้งมวลลงในแผ่นโลหะ ก่่อนนำไปหลอมเน้นตามฤกษ์ยาม ทำให้ผลออกมาทาง คงกระพัน มหาอุด
ชาตรี  กำบังตน มหาลาภ มหานิยม เมตตา แคล้วคลาด กันภัยกันคุณไสย กันภูตผี  เพราะหลวงพ่อจารแผ่นทองชนวนนับสิบๆกิโล
ด้วยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อที่จะได้ผลจริง ชนวนมวลสารทั้งหมดถูกนำมาประกอบพิธีปลุกเสก โดยพระคณาจารย์ร่วมมากมาย
มีหลวงปู่เผือกประทับทรง  หลวงพ่อสาลีโขเป็นประธาน เมื่อนำแผ่นโลหะมาหล่อหลอมเป็นชนวนสัมฤทธิ์เป็นองค์พระ
(เสร็จแล้วได้จุณเจิมสรรพวัสดุด้วยกระแจะหอมแป้งเจิม)
เหรียญรุ่นนี้ทุกเหรียญ จะมีคราบแป้งสีขาวอันเกิดจากผงวิเศษเกาะติดอยู่เป็นของดี
อะระหัง สุคโต ภะคะวา #หนังไม่เหนียวห้ามเที่ยวสาลีโข...

6
ดาวแม่เนื้อหอม พิมพ์หยดน้ำเล็กหลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดสนมลาววรวิหาร จ.สระบุรี
ดาวแม่เนื้อหอม สุดยอดอีกหนึ่งเครื่องรางอาถรรพ์ พิมพ์หยดน้ำเล็กหลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดสนมลาววรวิหาร จ.สระบุรี
มีส่วนผสมหลักคือ มวลสารอาถรรพ์ที่เรียกกันว่า คุณแม่เนื้อหอม พิมพ์หยดน้ำเล็ก เป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมาก
ด้วยว่าขนาดกระทัดรัด มีความสวยเรียบร้อยของงาน มีประวัติการสร้างที่ชัดเจน ภายในบรรจุเม็ดแร่กันฟ้าผ่า หลวงพ่อผินะ ปิยธโร
สร้างขึ้นเพื่อเป็นปริศนาธรรมตามนิมิต ด้วยมวลสารผงอาถรรพ์ (จึงอธิษฐาน**เร่งดังใจปรารถนาถ้าไม่เกินกรรมเป็นอีกรุ่นที่รุนแรง
ด้านเมตตามหาเสน่ห์ เพราะมีส่วนผสมของที่เห็นง่าย แต่เอายาก พ่อค้าแม่ค้าชอบมาก  ปัจจุบันหาพบของแท้น้อยมากๆ)
สีมีหลากสี ควรปรึกษาผู้ที่ท่านไว้ใจได้ หรือสอบถามคุณหนึ่งเมืองมีน **ของใช้นะครับ ไม่มีจำหน่าย**

7
พระครูสารธรรมาภรณ์(หลวงปู่เฉย ญาณธโร)วัดสระเกษ อ. แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น
หลวงปู่เฉย เกิดวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๘๔ เป็นบุตรของ นายบุญ-นางปาง โทอึ้น
หมู่ที่๕ ตำบลคอนฉิม  อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น  ๕ มีนาคม ๒๔๙๙ อายุ ๑๕ ปี บรรพชาสามเณร
ปีพ.ศ.๒๕๐๕ อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่ วัดลัฏฐิวัน ตำบลคอนฉิม อำเภอพล(ปัจจุบันขึ้นกับอำเภอ แวงใหญ่)
จังหวัดขอนแก่น (ภาพหลวงปู่จาก http://www.kaentong.com/)
เบิ๋ดหนี่ เบิ๋ดสิน บ่เจ็บ บ่ไข่ กะแสนประเสร็ฐแล้ว

8
พระปรมัตถ์(จิ๋ว) เนื้อลงสีฟ้าเดิมๆ หลังหลังสังกัจจายน์ หลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดพระสนมลาววรวิหาร
พระปรมัตถ์จิ๋วหลังสังกัจจายน์  ด้านหน้าเป็นพระปางจักรพรรดิ์ถือจักรแก้ว พระพิมพ์นี้เป็นสีน้ำตาลดินดิบสร้างจากผงวิเศษ
ว่านมงคลและลงสีฟ้าเดิมๆ พระพิมพ์นี้เด่นทางค้าขาย โชคลาภ เมตตา ป้องกันภัย เพราะแม่โพสพที่เป็นเทพเจ้าแห่งข้าว
ตามคติความเชื่อของไทย ความอุดมสมบูรณ์ ส่วนพระแม่ธรณีในรูปสตรีนั่งอยู่ประกอบฉากการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ในฐานะของเทพเจ้าแห่งพื้นดิน แล้วลักษณะของพระแม่ธรณีบีบมวยผมเพื่อขับไล่พญามารนั้นเป็นที่แพร่หลายเฉพาะในแถบไทย
ลาว พม่า และเขมร ด้านล่างเป็นพระแม่ธรณีแสดงถึงอานุภาพในการเอาชนะหมู่มารและสิ่งที่เป็นอัปวมงคลต่างๆ พระแม่โพสพ
หมายถึงการทำมาหากินความอุดมสมบูรณ์ในชีวิต พระสังกัจจายน์หมายถึงโชคลาภเงินทองมหาเสน่ห์พุทธคุณครอบจักรวาล
ด้านหลังมีตรีศูลเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย เป็นอาวุธประจำกายของพระศิวะ เทพเจ้าฮินดู เป็นการแสดงถึงการมีโชค
มีลาภ มีเมตตามหานิยมแก่ผู้สักการะบูชา พุทธคุณจะเด่นเรื่องแคล้วคลาด โชคลาภ การทำกิน การเอาชนะปัญหาอุปสรรค์ต่างๆ
เต็มเปี่ยมไปด้วยอานุภาพ


9
พระหัวใจเศรษฐีหลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดพระสนมลาววรวิหาร
           ใครบูชา เชื่อว่าจะมีแต่ความร่ำรวยบังเกิดขึ้นอยู่กับผู้บูชาทั้งยังสามารถป้องกันไฟ
พระหัวใจเศรษฐีหลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดพระสนมลาววรวิหาร เป็นวัตถุมงคลอีกชิ้นหนึ่ง ของสายหลวงพ่อ ที่เสาะแสวงหา
ของบรรดาเจ้าของธุรกิจ ทั้งในประเทศ และนอกประเทศ โดยเฉพาะ นักธุรกิจชาว สิงค์โปร มาเลเซีย จีน และใต้หวัน
เพราะด้วยประสบการณ์ที่ นำไปบูชาที่บ้านหรือร้านค้า,ออฟฟิตแล้ว ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง เงินทองหาง่าย ค้าขายคล่อง
นับวันของยิ่งน้อยลง ของเลียนแบบเยอะมากๆ  เพราะใครที่มีไว้ต่างหวงแหน ประกอบกับไม่เดือดร้อนทางการเงินเพราะ
มีหัวใจเศรษฐีบูชาอยู่ที่บ้านหรือบริษัท และของส่วนใหญ่หลุดออกไปอยู่กับชาวต่างชาติแล้วไม่ค่อยได้กลับเพราะราคาค่อน
ข้างสูงหรือไม่ก็เจอของเลียนแบบ


10
ปรกโพธิ์จิ๋วยันต์เฑาะว์ หลวงปู่พิมพา รุ่นไตรมาส 84
เป็นพระพิมพ์ที่แสดงสัญญลักษณ์ ในคืนวันการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าใต้ต้นศรีมหาโพธิ์
หมายถึงพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ในตอนที่พระองค์ทรงประทับนั่งขัดสมาธิ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ อุรุเวลาเสนานิคม
เมืองพาราณสี หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก และตั้งจิตอธิษฐานด้วยความแน่วแน่ว่าตราบใดที่ยังไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ
ก็จะไม่ลุกขึ้นจากสมาธิบัลลังก์ แม้จะมีหมู่มารเข้ามาขัดขวาง แต่ก็พ่ายแพ้พระบารมีของพระองค์กลับไป จนเวลาผ่านไปในที่สุด
พระองค์ทรงบรรลุรูปฌาณ คือ
ยามต้น หรือปฐมยาม ทรงบรรลุปุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ สามารถระลึกชาติได้
ยามสอง ทางบรรลุจุตูปปาตญาณ (ทิพยจักษุญาณ) คือ รู้เรื่องการเกิดการตายของสัตว์ทั้งหลายว่าเป็นไปตามกรรมที่กำหนดไว้
ยามสาม ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ คือ ความรู้ที่ทำให้สิ้นอาสวะ หรือกิเลส ด้วยอริยสัจ ๔ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค

และได้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นศาสดาเอกของโลก
ซึ่งวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรงกับ วันเพ็ญเดือน ๖ ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา
เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราว

11
พระปรมัตถ์ หลัง พระสีวลี หลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดสนมลาววรวิหาร
พระปรมัตถ์ หลัง พระสีวลี ด้านหน้าเป็นพระปางจักรพรรดิ์ถือจักรแก้ว ด้านหลังเป็นพระสีวลียืน พระพิมพ์นี้เป็นสีน้ำตาลดินดิบสร้างจากผงวิเศษ ว่านมงคลและดินน้ำพี้ พระพิมพ์นี้เด่นทางค้าขาย โชคลาภ เมตตา ป้องกันภัย ลองหามาไว้ใช้กัน
พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าราชาธิราชปราบท้าวมหาชมพูบดีให้มาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา
เป็นตอนที่พระพุทธเจ้าต้องการทรมานท้าวชมพูบดีให้สิ้นฤทธิ์ พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าราชาธิราชเมืองเนรมิตร
พระเจ้าชมพูบดีพร้อมบริวารทรงช้างและม้า ทำทีมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในร่างของพระเจ้าราชาธิราช เมื่อพญาชมพูบดีเสด็จมาถึง
ทรงทอดพระเนตรเห็นบ้านเมืองสวยงามก็หวังที่จะยึดและจัดการพระเจ้าราชาธิราช แต่สุดท้ายต้องพ่ายแพ้ต่อบารมีพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าทรงเทศนาสอนจนเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และทรงขอบรรพชาอุปสมบท พระพุทธเจ้าทรงคลายอิทธิฤทธิ์
กลายจากพระเจ้าราชาธิราชกลับมาเป็นพระสัมมาพระพุทธเจ้าดังเดิม และทรงเอหิภิกขุอุปสมบทแก่พระยาชมพูบดี และบริวารเป็นพระสงฆ์
พระสีวลีเถระ หรือ พระสีวลี เป็นพระภิกษุสาวกเอตทัคคะของพระพุทธเจ้า นับเนื่องในพระอสีติมหาสาวก 80 องค์สำคัญใน
พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาลพระสีวลีเถระเป็นเจ้าชายในโกลิยวงศ์ ออกบวชในสำนักพระสารีบุตร บรรลุพระอรหันต์ในขณะที่
ปลงเกศา และหลังจากผนวช ท่านเป็นผู้มีลาภสักการะมากด้วยกุศลกรรมที่ทำมาแต่อดีต ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้รับยกย่องจาก
พระพุทธองค์ให้เป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทาง ผู้มีลาภมาก

12
พระหนุนดวง(พระปางโปรดดาวดึงส์)หลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดสนมลาววรวิหาร
พระหนุนดวงหลวงพ่อผินะ วัดสนมลาว สระบุรี (พระปางโปรดดาวดึงส์)
ปางโปรดดาวดึงส์หรือปางเปิดโลก พระปางเปิดโลกพิมพ์นี้ เป็นปางที่ขจัดปัดเป่าอุปสรรค
ความทุกข์ ตามตำนานในพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ด้วยบันไดแก้วมณี ที่ท้าวสักกเทวราช
เนรมิตน้อมถวาย โดยมีเหล่าพรหมและเทวดาจำนวนมากส่งเสด็จและยังมีปัญจสิขเทพบุตรทรงพิณ ขับร้องด้วยเสียง
อันไพเราะ มาตลีเทพบุตรถือของหอมและดอกไม้ทิพย์โปรยปรายในระหว่างทาง พระพุทธองค์เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ในวันออกพรรษา ชาวพุทธนิยมใส่บาตรในวันนี้ การร่วมกุศลกรรม การ "ตักบาตรเทโว" คำว่า "เทโว" ย่อมาจาก"เทโวโรหน"
แปลว่าการเสด็จจากเทวโลกการตักบาตรเทโว จึงเป็นการระลึกถึงวันที่ พระพุทธเจ้าเสด็จจากเทวโลก จึงเป็นการระลึกถึงวันที่
พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรด พระมารดาในเทวโลก พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงปาฏิหาริย์เปิดสามโลก พร้อมกัน มนุษย์
และสัตว์บนโลก เหล่าเทวดาเทพทั้งหลาย อีกทั้งเมืองบาดาลนาคพิภพก็พากันขึ้นมาอนุโมทนาบุญในครั้งนี้

*พิมพ์ด้านหน้า เป็นรูปพระปางมหาจักรพรรดิ์ถือจักรแก้วที่พระอุระ พระปางนี้ก็คือปางเดียวกันกับปางปราบ
พระเจ้ามหาชมพูบดี  โดยที่พระพุทธเจ้าเนรมิตตัวท่านเองเป็นพระมหาจักรพรรดิ์  สื่อความหมายถึงความยิ่งใหญ่
และความสำเร็จ
*พิมพ์ด้านหลัง พระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบถประทับยืน พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถยืน ลืมพระเมตรทั้งสองเพ่งไปข้างหน้า
พระหัตถ์ทั้งสองห้อยลงมาประสานกันอยู่ข้างหน้าระหว่างพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาซ้อนเหลื่อมอยู่บนพระหัตถ์ซ้าย
อยู่ในพระอากาศสังวรพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์

  ใครที่มีอุปสรรคมากมาย ลองหาบูชาดูนะครับพระปางโปรดดาวดึงส์ หลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดสนมลาววรวิหาร

13
พิมพ์เต่า-วัว ปลดหนี้ ๒ ขีด ปางลีลา-วัว ปางประทานพร-เต่า หลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดสนมลาววรวิหาร
ด้านนึงปางลีลา เป็นพระพุทธรูปมีลักษณะกำลังก้าวพระบาท (ก้าวเดิน) พุทธลักษณะทรงยกพระบาทขวาจะก้าว
ห้อยพระหัตถ์ พระหัตถ์ขวายกเสมอพระอุระป้องไปเบื้องหน้าเป็นกิริยาเดิน มีรัศมีที่เศียร มีขีด ๒ ขีดด้านล่างเป็นวัว
ด้านนึงเป็น พระปางรูปประทานพร “ประทานพร” คือให้พร พร ในความ หมายเดิมแปลว่า “เลือก”
สิ่งที่เลือกแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐ เพราะฉะนั้น พรจึง มักใช้ในความหมายว่า ประเสริฐ ให้พรก็คือ ให้สิ่งที่ประเสริฐ
แต่คำว่าประทานพร ที่ใช้กับพระพุทธเจ้านั้น มักจะหมายถึง ให้ตามที่ มีคนขอในพุทธกาลมีเรื่องสำคัญๆ
มี ๒ ขีด ด้านล่าง เป็นเต่าในชาดก

14
พิมพ์เต่า-วัว ปลดหนี้ ๑ ขีด ปางประทานพร-วัว ปางถวายเนตร-เต่า หลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดสนมลาววรวิหาร
ด้านนึงเป็น พระปางรูปประทานพร “ประทานพร” คือให้พร พร ในความ หมายเดิมแปลว่า “เลือก” สิ่งที่เลือกแล้ว ถือว่าเป็น
สิ่งที่ประเสริฐ เพราะฉะนั้น พรจึง มักใช้ในความหมายว่า ประเสริฐ ให้พรก็คือ ให้สิ่งที่ประเสริฐ แต่คำว่าประทานพร ที่ใช้
กับพระพุทธเจ้านั้น มักจะหมายถึง ให้ตามที่ มีคนขอในพุทธกาลมีเรื่องสำคัญๆ มีรูปวัวด้านล่าง
ด้านนึง พระปางถวายเนตร ด้านล่าง รูปเต่า

15
ปางเปิดโลกหรือปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ หลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดสนมลาววรวิหาร
พุทธพิมพ์ด้านหน้าเป็น ปางเสด็จลงจากดาวดึงส์หรือปางเปิดโลก พระปางเปิดโลกพิมพ์นี้ เป็นปางที่ขจัดปัดเป่าอุปสรรค
ความทุกข์ ตามตำนานในพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ด้วยบันไดแก้วมณี ที่ท้าวสักกเทวราช
เนรมิตน้อมถวาย โดยมีเหล่าพรหมและเทวดาจำนวนมากส่งเสด็จและยังมีปัญจสิขเทพบุตรทรงพิณ ขับร้องด้วยเสียง
อันไพเราะ มาตลีเทพบุตรถือของหอมและดอกไม้ทิพย์โปรยปรายในระหว่างทาง พระพุทธองค์เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ในวันออกพรรษา ชาวพุทธนิยมใส่บาตรในวันนี้ การร่วมกุศลกรรม การ "ตักบาตรเทโว" คำว่า "เทโว" ย่อมาจาก"เทโวโรหน"
แปลว่าการเสด็จจากเทวโลกการตักบาตรเทโว จึงเป็นการระลึกถึงวันที่ พระพุทธเจ้าเสด็จจากเทวโลก จึงเป็นการระลึกถึงวันที่
พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรด พระมารดาในเทวโลก พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงปาฏิหาริย์เปิดสามโลก พร้อมกัน มนุษย์
และสัตว์บนโลก เหล่าเทวดาเทพทั้งหลาย อีกทั้งเมืองบาดาลนาคพิภพก็พากันขึ้นมาอนุโมทนาบุญในครั้งนี้

*พิมพ์ด้านหน้า พระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบถประทับยืน พระหัตถ์ทั้งสองยก ขึ้นเสมอพระอุระ จีบนิ้วพระหัตถ์ทั้งสอง เป็นกิริยา
  ทรงแสดงธรรม
*พิมพ์ด้านหลังเป็นรูปพระปางจักรพรรด์ถือจักรแก้วปราบพระยาชมพูบดี ด้านล่างเป็นรูปแม่พระโพสพถือรวงข้าว หมายถึง
  การทำมาหากินอุดมสมบูรณ์ อีกฝั่งรูปพระแม่ธรณี หมายถึงการขจัดอุปสรรค เนื้อดินผสมพระธาตุ
 
ใครที่มีอุปสรรคมากมาย ลองหาบูชาดูนะครับปางเปิดโลกหรือปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ หลวงพ่อผินะ ปิยธโร วัดสนมลาววรวิหาร




หน้า: [1] 2 3 ... 20




Facebook Page