ขอบคุณที่มา:เพลงธงชาติ : Little Angel โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 คำร้อง-ทำนอง : หลง ลงลาย รายการ ครอบครัวเดียวกัน ThaiPBS

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็ป Timpirus.com

เรียนผู้ศรัทธาในหลวงปู่ทิม อิสริโก และผู้สนใจในเวปทิมภิรัติทุกท่านทราบ

เนื่องด้วยเวปทิมภิรัติมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งมาเพื่อเผยแผ่เกียรติคุณของหลวงปู่ทิม อิสริโก แห่งวัดละหารไร่และคณาจารย์ท่านอื่นๆที่มีปฏิปทาน่าเคารพเลื่อมใส ให้สาธุชนที่สนใจและมีความศรัทธาในองค์หลวงปู่ฯและคณาจารย์ท่านอื่นๆได้ทราบในข้อเท็จจริงจากแหล่งความรู้ด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง และเชื่อถือได้ โดยปราศจากวัตถุประสงค์ในการหาผลประโยชน์เข้าส่วนตัวหรือเข้ากลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง อันอาจจะทำให้ผู้ศรัทธาบางท่านเกิดความเสียหายได้  ดังนั้นทางผู้จัดทำเวปทิมภิรัติจึงเรียนมาเพื่อให้เหล่าสาธุชนได้ทราบอีกครั้งหนึ่งว่า การดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องกับกิจการกุศลและหรือสาธารณกุศลใดๆ ที่มีผู้สนใจนำมาลงเผยแพร่ผ่านทางเวปนั้น บางครั้งทางเวปก็ไม่สามารถตรวจสอบที่มาและรายละเอียดได้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าท่านผู้สนใจรายใดมีความสนใจในการเช่าหาวัตถุมงคลใดๆก็แล้วแต่ที่ท่านอาจจะได้รับข้อมูลผ่านทางเวปแห่งนี้หรือหนังสือพระเครื่องต่างๆหรือเกิดจากความสนใจศรัทธาส่วนตัวแล้วไซร้ ทางผู้จัดทำเวปก็อยากให้ท่านผู้สนใจหาข้อมูลในเรื่องนั้นๆให้กระจ่างชัดเสียก่อนที่จะได้มีการเช่าหาหรือซื้อหา เพราะบางครั้งความศรัทธาของเราอาจจะมากจนเป็นความงมงายแล้วไปบดบังปัญญาของเราจนอาจจะทำให้เราขาดสติได้  ซึ่งแน่นอนอาจทำให้เราเสียเงินเสียทองโดยใช่เหตุ ส่วนถ้าเป็นเรื่องสาธารณกุศลใดๆที่เกี่ยวข้องกับวัดหรือองค์กรสาธารณกุศลใดที่ทางผู้จัดทำสามารถยืนยันได้ ทางเวปยินดีที่จะพิจารณายืนยันให้เป็นกรณีไป เพราะถือว่าเป็นการช่วยกันเผยแพร่กิจกรรมในอันที่จะเป็นสาธารณกุศลเพื่อส่วนรวมได้ต่อไป และขอให้ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรมทุกท่านที่มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนา

เครดิต.Lineกนก "ตามรอยเท้าพ่อ" ตามรอยพระบาทยาตรา จังหวัดพัทลุง 29 มกราคม 2560

หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค โดยพระเครื่องเรื่องสนุกโดย คุณหนึ่ง พบพุทธ


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - admin

หน้า: [1] 2 3 ... 13
1
ลิงอาถรรพ์ หลวงปู่เจียม วัดกะมอล เสก ให้วัดเจียงอี
หลวงปู่เจียม วัดกะมอล ปลุกเสกลิงอาถรรพ์ ให้วัดเจียงอี ทางวัดเจียงอี เห็นว่าหลวงปู่เจียม วัดกะมอลนั้น
มีบุญฤทธิ์ ญาณ อิทธิฤทธิ์ อิทธิปาฏิหาริย์ต่างๆ เสกวัตถุได้ผล ทางเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดเจียงอี เลยขอให้เสก
ลิงอาถรรพ์ ไว้ช่วยญาติโยม หากปรารถนาสิงใดจะใช้ลิงอาถรรพ์ ขอพร ทั้งกันทั้งแก้และช่วยเหลือเป็นวัตถุ
มงคลเครื่องราง ให้ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ทำ ป้องกันคุณไสย มนต์ดำ ที่ปล่อยออกมาตามพวกมีของลมเพลมพัด
กันของงานอัปมงคล ติดตัวลูกเด็กเล็กแดงเพราะ ไปเล่นซนไปเรื่อย อาจจะไปทับที่ของอัปมงคลได้ ด้วยนิสัยลิง
นั้นมักซุกซนแต่ก็ปกป้องระวังภัย ให้ครอบครับเสมอ เรื่องหนุนดวงชะตา หนุนหน้าที่การงาน หรือถ้าใครที่ทำการค้าการขาย
ธุรกิจค้าขายเจริญรุ่งเรือง ค้ำชูอุดหนุนให้ไม่ตกต่ำ ผู้ศรัทธาหลวงปู่เจียม วัดกะมอล ที่รู้วงในมักจะพกลิงอาถรรพ์ ของหลวงปู่เจียม
ไว้เสมอ เพราะนำไปบูชาต่างเกิดประสบการณ์มากมายโดยเฉพาะด้านเมตตามหานิยม ค้าขายคล่อง เนื่องจากลักษณะของลิง
ที่มีอุปนิสัยไม่อยู่นิ่ง มีความคล่องแคล่ว จึงทำให้ค้าขายคล่อง การงานคล่อง การงานคล่อง
อุปเท่ห์ในการใช้ลิงอาถรรพ์ ซึ่งการที่จะใช้เครื่องรางลิงอาถรรพ์ได้ผล ประการสำคัญ ขึ้นอยู่กับความเชื่อความศรัทธา
การมีสมาธิจิตที่แน่วแน่ กอปรกับบุญกุศลของผู้ที่ครอบครองเครื่องรางต้องพร้อม คือ เป็นคนที่บริสุทธิ์ หรือไม่ทำบาปโดยที่ตนไม่ตั้งใจ
ดั้งเสมือนเด็กน้อยที่บริสุทธิ์  แล้วจะเห็นผลของการใช้เครื่องรางที่เร็ว

2
สีผึ้งเมตตามหาเสน่ห์ หลวงปู่เจียม วัดกะมอล
    เป็นมงคลวัตถุที่มีชื่อเสียงของสีผึ้งเมตตามหาเสน่ห์ หลวงปู่เจียม วัดกะมอลมาก ผู้ที่ได้ไปต่างยอมรับว่า
 “สีผึ้งเมตตามหาเสน่ห์” ของสีผึ้งเมตตามหาเสน่ห์ หลวงปู่เจียม วัดกะมอล มีความขลังใช้ได้ผลมีประสบการณ์มากมาย
สีผึ้งเมตตามหาเสน่ห์ หลวงปู่เจียม วัดกะมอลสร้างขึ้นโดยทำพิธีหุงขี้ผึ้งกับน้ำมันเมตตาผสมกับเกสรว่านมหาเสน่ห์ ที่เก็บ
มาจากเทือกเขาพนมดงรักและในขุนเขาแถบภูตะแบง เกสรว่านมหาเสน่ห์นี้มีกลิ่นหอมรุนแรงมาก มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง
สีผึ้งเมตตามหาเสน่ห์ หลวงปู่เจียม วัดกะมอลเอามาทำพิธีหุงกับขี้ผึ้งตามตำรับวิชาของเขมรด้วยพุทธาคม อันมีเอกลักษณ์
วิชาเมตตาของเขมร ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้ที่เคยได้สีผึ้งเมตตามหาเสน่ห์ของหสีผึ้งเมตตามหาเสน่ห์ หลวงปู่เจียม วัดกะมอล
ไปใช้ต่างยอมรับว่า สีผึ้งของท่านมีความขลังมาก

3
ผ้าเก่าหลวงปู่ ลายมือหลวงปู่เจียม วัดกะมอล
   แค่ผ้าเก่าก็งัดยากแล้ว กว่าจะงัดกว่าจะง้างได้เหนื่อย ไม่เหมือนนักมวยบัวขาว เลือกต่อยเป็นจุดๆได้
ยิ่งเป็นลายมือครูบาอาจารย์ ลงไว้ให้ติดตัว กว่าจะงัดออกได้ บางคนบางท่านอาจจะไม่มีมูลค่า แต่สำหรับผม
มันเป็นคุณค่าทางจิตใจ ยามเราอยู่บนโลกนี้แล้วเก็บไว้ให้ตัวเล็กใช้ต่อไป เอาไว้เป็นตัวอย่างลายมือนะครับ
ขอบคุณอาจารย์หลวงพี่ที่ยอมตัดกิเลสเมตตาให้ ผมฆราวาสขอเก็บบูชาก่อนนะครับเพื่อความเป็นสิริมงคลครับ

4
เหรียญรุ่นแรก เหรียญนั่งพานหลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอล(ทองแดงรมดำไม่มีโค๊ต)
            ในทุกวันนี้ วัตถุมงคลของหลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอล ทำไมจึงเป็นที่นิยมและเลื่องลือ
ของบรรดาศิษยานุศิษย์อย่างกว้างขวาง เป็นที่แสวงหาในหมู่ลูกศิษย์ที่รู้เรื่องดีและมีประสบการณ์ที่นำวัตถุมงคลของ
หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอลไปบูชาต่างมีประสบการณ์ต่าง ๆ นานามากมาย จากปากต่อปากทำให้วัตถุมงคลที่
หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอลปลุกเสกบรรจุพลังจิตพระเวทวิทยาคมที่มี ความขลัง ทำลายอาถรรพณ์จัญไร มีอานุภาพ
เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม มหาโชค มหาลาภ ค้าขายดีเยี่ยม คุ้มครองป้องกัน
เหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอล สร้างเมื่อคราวผูกพัทธสีมา ปี พ.ศ.2537
เหรียญนี้เหลืออยู่ในพานบูชาพระของหลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอล จำนวน ๕๐๐ เหรียญ ทางคณะกรุงเทพขอไป
ทำผ้าป่า๔๘และเพื่อเป็นเอกลักษณ์ของเหรียญรุ่นแรก แจกผ้าป่า เหรียญที่จะนำมาให้ผู้ร่วมทอดผ้าป่า จำนวน ๕๐๐ เหรียญนี้
จึงตอกโค้ดทุกเหรียญ ดังนั้น เหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่อเจียมที่มีโค้ดนี้ จึงเป็นเหรียญที่แสดงว่า แจกทอดผ้าป่า
เหรียญดังกล่าวเป็นเหรียญในรูปทรงนั่งพาน(ทองแดงผิวไฟตอกโค๊ต) ปัจจุบันเหรียญนี้เป็นเหรียญที่เริ่มหายาก และผู้ที่มีไว้
ต่างหวงแหน เพราะมีประสบการณ์มากมาย ทั้งทางเมตตา โชคลาภ แคล้วคลาด จึงเป็นโอกาสดีของผู้ที่ต้องการเหรียญรุ่นแรก
ของท่าน (ส่วนเหรียญรุ่นหลังบางคนเรียกทองเหลืองหรือบางคนเรียกกะไหล่ทอง ตอกโค๊ตเสกโดยหลวงพ่อเมียน วัดจะเนียง
จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีพุทธาคมสุดยอดได้วิชาจากหลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอลไปมากและเป็นศิษย์น้องของหลวงพ่อเจียม
อีกด้วย)

5
พระพุทธศักสิทธิ์ยุคแรก หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอล
        หลวงปู่สรวง ซึ่งชาวบ้านแถบนั้นให้ความเคารพศรัทธานับถือ และเรียกท่านว่าเป็นผู้วิเศษ "เทวดาเล่นดิน"สหธรรมิก
หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอลแลกเปลี่ยนพุทธาคมและวิชาไสยศาสตร์เขมรซึ่งกันและกัน บ่อยครั้งที่หลวงปู่สรวง
มักจะเดินทางไปพำนักอยู่กับหลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอล และส่วนมากหลวงปู่สรวงจะนิมนต์ให้หลวงพ่อเจียม
สันติธัมโม วัดบ้านกะมอลเทศน์ธรรมะให้ท่านฟัง หลวงปู่สรวงมีความชื่นชอบในหลักธรรมที่หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม
วัดบ้านกะมอลเทศน์ให้ฟังมาก ท่านได้มอบวิชาสำคัญๆ ให้กับหลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอลไว้ทั้งหมด และหลัง
สุดก่อนที่หลวงปู่สรวงจะมรณภาพ ท่านได้ตัดเส้นผม(เกศา)ของท่านจำนวนมากมอบให้หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอล
เอาไว้ หลังจากนั้นไม่นานท่านก็ละสังขารจากไป หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอลท่านเป็นพระเถระผู้มากด้วยความเมตตา
ใครมีโอกาสไปกราบนมัสการท่านจะได้รับแต่ความชุ่มชื่นใจ คลายความทุกข์ใจเพราะจะได้รับคติธรรมในการดำเนินชีวิตจากท่านทุกคน
หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดบ้านกะมอล ได้ใช้ชีวิตธุดงค์อยู่ในป่าตลอดมา จนกระทั่งได้ไปปักกลดอยู่บนเขาพระวิหารนานหลายปี
ก่อนที่จะธุดงค์ลงมาสร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านเล็กๆ ใกล้กับเขาพระวิหาร ซึ่งปัจจุบันนี้ก็คือ วัดบ้านกระมอล นั่นเอง หลวงพ่อเจียมเป็น
พระบริสุทธิสงฆ์ผู้มีธรรมะและญาณสมาบัติสูง เป็นที่พึ่งพาอาศัยของชาวบ้านศิษยานุศิษย์ นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้มีความรู้
ความชำนาญทางไสยเวทย์วิทยาคมมาก เพราะได้ศึกษามาจากพนมกุเลนและพนมตะแบงอันเป็นสถานซึ่งเป็นศูนย์รวมเวท
วิทยาอาคมชั้นสูงที่มีแต่ครูบาอาจารย์ผู้เรืองเวทย์และท่านได้ศึกษากับพระเกจิอาจารย์ในสมัยก่อนเช่น
สมเด็จพระสังฆราชจวนนาถมหาเถระ วัดอุนุโลม กัมพูชา หลวงปู่ใหญ่ฤาษีพนมตะแบง หลวงปู่หมาน วัดบ้านทุ่งใหญ่
หลวงปู่มุม วัดปราสาทเยอ หลวงปู่สังข์ สุริโย วัดนากันตรม และพระธุดงค์ครูบาอาจารย์ต่างๆ ที่พบกันในป่ามากมายหลายท่านด้วยกัน
ดังนั้นในเรื่องของวิชาอาคมไสยเวทย์ต่างๆ หลวงพ่อเจียมจึงมีความรู้ความสามารถมากเป็นพิเศษ
เรื่องการปลุกเสกวัตถุมงคลทุกอย่าง ท่านจึงทำได้อย่างเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์นัก หลวงพ่อเจียมท่านเป็นพระเถระที่มีความเป็น
อยู่อย่างเรียบง่าย มีศีลจารวัตรที่งดงาม ชอบบำเพ็ญกุศลเพื่อเสริมสร้างบารมีให้แก่กล้าขึ้น ท่านจะช่วยเหลือญาติโยม
ทุกคนเท่าที่ท่านนั้นจะสามารถสงเคราะห์ช่วยเหลือได้ ท่านจะทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็น นั่งภาวนาเจริญกรรมฐานทุกวันมิได้ขาด
“ หลวงพ่อเจียมท่าน ชอบทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมเป็นที่สุด อบรมสั่งสอนศิษย์ให้ทำแต่ความดีและช่วยเหลือผู้คนทุกคน
อย่างเท่าเทียมกัน ใครที่ได้มากราบท่านมักจะข้อคิดคติธรรมแนวทางในการดำเนินชีวิตและที่ขาดเสียมิได้นั้นคือวัตถุมงคล
ที่ท่านจะแจกแก่ญาติโยมทั้งหลายเสมอ ท่านจึงเป็นที่รักเคารพของศิษยานุศิษย์ทุกคน ในทุกวันนี้ วัตถุมงคลของ
หลวงพ่อเจียมจึงเป็นที่นิยมและเลื่องลือของบรรดาศิษยานุศิษย์อย่างกว้างขวาง เป็นที่แสวงหาในหมู่ลูกศิษย์ที่รู้เรื่องดี
และมีประสบการณ์ที่นำวัตถุมงคลของท่านไปบูชาต่างมีประสบการณ์ต่าง ๆ นานามากมาย จากปากต่อปากทำให้วัตถุมงคล
ที่ท่านปลุกเสกบรรจุพลังจิตพระเวทวิทยาคมที่มี ความขลัง ทำลายอาถรรพณ์จัญไร มีอานุภาพ เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม
 มหาโชค มหาลาภ ค้าขายดีเยี่ยม คุ้มครองป้องกัน

6
พระปิดตามหาอุตม์ หลวงปู่เจียม สันติธัมโม วัดกะมอล
       เหตุที่ วัดกะมอล ทำเป็นรูปปิดตา ตามคตินิยมแต่โบราณ การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อความขลังเป็นประสิทธิ์นั้น
ท่านว่า จำเป็นต้องกระทำจิตให้เป็นอัปปนาสมาธิ พิมพ์นี้เสริมมาทางป้องกันคุณ คือ ทวารทั้ง ๙ อันมี ตา หู จมูก ปาก
และทวารหนัก ทวารเบา ต้องดับสนิท แสดงการเข้าถึงอัปปนาสมาธิ โดยการยกมือขึ้นปิดตา
เพื่ออานิสงส์ทางโชคลาภ และความมีสติปัญญาเป็นเลิศ ต่อจากการสร้างพระปิดตา โบราณาจารย์ได้แสดงออกการเข้าถึง
อัปปนาสมาธิเด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วยการทำพระปิดตา เป็นปิดทวารทั้ง ๙ เรียกพระปิดตาที่สร้างตามความเชื่อนี้ว่า
พระปิดตามหาอุด อานุภาพเข้มขลังไปทางคงกระพันชาตรี ฟันไม่เข้า ยิงไม่ออก สืบต่อมาโบราณ
ท่านเสริมประดิษฐ์คิด สร้างพระปิดตา ด้วยผงตามหลักครูบาอาจารย์ไสยศาสตร์ไทยโบราณ ด้วยคัมภีร์ปถมัง อิธะเจ ตรีนิสิงเห
และมหาราชและเสริมผงว่านทางเสน่ห์มหานิยม มวลสารที่สร้างพระ คลุกเคล้าจากวัตถุมงคล และอาถรรพณ์ทางโชคลาภ
ผู้เลื่อมใสนำไปใช้ได้ผลทางปกป้องและโชคลาภฯลฯ ทำให้คำที่เคยเรียกขาน ปิดตามหาอุด เปลี่ยนเป็น ปิดตามหาอุตม์
ซึ่งหมายถึง (อุตม์-ความอุดมสมบูรณ์)


7
หลวงปู่เจียม สันติธัมโม วัดกะมอล พิมพ์พระปิตตามหาละลวย
      เนื่องจากหลวงพ่อเจียม สันติธัมโม ท่านชอบทำคุณประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมเป็นที่สุด อบรมสั่งสอนศิษย์ให้ทำความดี
สงเคราะห์เท่ากำลังที่มี ท่านจึงเป็นที่รักเคารพของศิษยานุศิษย์ เป็นวงกว้าง ใครมีอะไรดีๆของเก่ามักมาถวายหลวงพ่อเจียม
สันติธัมโม เสมอของพวกโบราณ แหวน สร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล จี้ ต่างหู หัวเข็มขัด เข็มขัด ทองเงินนาค ฆ้องโบราณ
เครื่องมือโบราณจอบมีด ช้อน เงินราง เงินฮาง เงินลาด หรือ เงินฮ้อย เนื้อสำริด ทั้งยังมีโลหะยอดปราสาท และเหล็กที่
เปลี่ยนสีได้เวลาตะไบของหลวงปู่เจียม สันติธัมโม(หลวงพ่อไม่บอกว่าอะไรแต่ให้ใส่ด้วย)

ในทุกวันนี้ วัตถุมงคลของหลวงพ่อเจียมจึงเป็นที่นิยมและเลื่องลือของบรรดาศิษยานุศิษย์อย่างกว้างขวาง เป็นที่แสวงหา
ในหมู่ลูกศิษย์ที่รู้เรื่องดีและมีประสบการณ์ที่นำวัตถุมงคลของท่านไปบูชาต่างมีประสบการณ์ต่าง ๆ นานามากมาย
จากปากต่อปากทำให้วัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกบรรจุพลังจิตพระเวทวิทยาคมที่มี ความขลัง ทำลายอาถรรพณ์จัญไร มีอานุภาพ
เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เจอมหาชนก็เมตตาช่วยเหลือยินยอม มหาโชค มหาลาภ ค้าขายดีเยี่ยม คุ้มครองป้องกัน
ใครได้ใช้ของ หลวงปู่เจียม สันติธัมโม วัดกะมอล พิมพ์พระปิตตามหาละลวยถือว่ามีโชคสุดๆ เพราะหล่อได้ เนื้อสำริด และเงิน
ได้ไม่เยอะ นอกนั้นจะเป็นเนื้อผงยิ่งองค์ไหน มียันมหาละลวย แล้วสุดยอดครับ เผื่อมีโอกาสเจอโชคดีครับ
(เพราะโลหะหลายชนิดเทกันเองภายในวัดกะมอลอีกทั้งโลหะแกร่งทำให้ได้ออกมาไม่เยอะ มีทั้งตัดขอบและไม่ตัดขอบ)

8
พระสมเด็จยุคต้น หลวงปู่เจียม สันติธัมโม วัดกะมอล พิมพ์พระสมเด็จแหวกม่าน ขจัดอุปสรรค
        ด้านหลัง ยันต์๓หรือยันต์ใบพัด พุทธคุณ นิยมใช้ในทางเกิดโชคลาภ เมตตามหานิยม ค้าขายง่ายคล่อง
และป้องกันภัยกันผีด้วย ทั้งยังเป็นมหาอุด มีทั้งตบะเดชะเกิดอำนาจ ทั้งทางประจัญศัตรูและสู่โรงศาล ปัดเป่าสิ่งร้าย
กลายเป็นดี สะท้อนสิ่งไม่ดีกลับคืนไป มวลสารนอกจากขมิ้น สมุนไพรว่านดอกทอง มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า ว่านมหาเสน่ห์
รากราคะ, ว่านรากราคะ

9
พระผงรูปเหมือนยุคแรก หลวงปู่เจียม สันติธัมโม วัดกระมอล พิมพ์ผงรูปเหมือน
     พระของหลวงปู่เจียม สันติธัมโม ของท่านมักจะเสกครอบคุมทั้งหมดไม่ว่า เมตตามหาเสน่ห์  มหานิยม  มหาละลวย
ในเรื่องของการเจรจาค้าขาย ใคร่ชอบพอ  ไปไหนมีแต่คนเข้ามาทักทายพูดคุยด้วยความเสน่หา  นับว่าเป็นคุณทางด้านเมตา
มหาเสน่ห์  และหากไปใช้ด้านค้าขายดียิ่งคนเข้ามาซื้อของไม่ขาดสายพูดจา ทำให้ผู้ใหญ่เมตตา ต้องการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง
มีพลังเสน่ห์  พระพิมพ์นีมีไม่เยอะ เพราะท่านทำแล้วเสกให้บรรดาเหล่าลูกศิษย์ลูกหาท่าน โดยที่ท่านรู้ด้วยญาณ
ท่านมักจะแจกพิมพ์ผงรูปเหมือนท่าน เพราะท่านไม่มีต้นทุน เพราะกดเอง บางองค์ก็ปิดทอง
(พระผงรูปเหมือนยุคแรก หลวงปู่เจียม สันติธัมโม วัดกระมอล พิมพ์ผงรูปเหมือน นี้ อุดด้านใต้คือว่านร้อยปลา และสีผึ้ง นวด
 หรือ เครือฮ้อยปลา สรรพคุณ เด่นทางคงกระพันชาตรี และใช้ทาง ค้าขาย เป็นต้นไม้ที่ใช้ เสี่ยงโชคลาภ นำไปบดผสมรวมเป็นสีผึ้งใช้อธิษฐาน ยามเวลาใช้ เช่นใช้ทาง จีบ หนุ่ม สาว ก็ให้เสกคาถาและนำมาทาจะได้ดั่งใจนึก ใช้ทาง เสี่ยงโชคลาภ ท่านว่า จะกระดิกติด
มือมา ใช้ค้าขาย จะมีลูกค้ามาไม่ขาดสาย ใช้ว่านเครือร้อยปลา มาร้อยจับปลา ปลาจะอยู่เฉยไม่ดิ้น แม้แต่เกล็ดก็ไม่หลุด
เด่น ทางคงกระพัน อีกเช่นกัน ส่วนเรื่องยันต์ด้านหลังบ้างที่ไม่เท่ากัน ขอบอกไว้เลยครับว่าคือ ลวดกาน้ำร้อน เอามาดัดขึ้นรูปคง
หายสงสัยนะครับ ว่าทำไง เพราะหลวงปู่ท่านทำแล้วต้องใช้ได้ผล ไม่ดีท่านไม่ทำครับ)


มวลสารหลัก มีดินภูตะแบงที่หลวงปู่สรวงเอามา ผงเก่าหลวงปู่สรวงที่เอามาถวายหลวงปู่เจียม ผงอิทธิเจที่หลวงปู่เจียม
เขียนลบเองร้อยแปดจบเพื่อเก็บไว้เป็นมวลสารในพิมพ์พระสมเด็จ ตะไบเหล็กเปลี่ยนสีได้ที่หลวงปู่เจียมไม่ยอมบอกว่าเหล็กอะไร
ผงเขี้ยวเสือ ผงงาช้างหลวงปู่เจียม ชานหมากที่หลวงปู่เจียมบริกรรมก่อนเคี้ยวมอบให้เก็บไว้เป็นมวลสารเก็บเฉพาะวันอังคาร
ตะไบผงทองคำ ตะไบจากฐานพระทองคำที่ประจำตัวหลวงปู่เจียม องค์นี้ด้านหลัง ยันต์มหาละลวย
 
วิธีดูขั้นต้นของพระชุดนี้ เนื่องจากกดไว้หลายพิมพ์ ขั้นแรกดูพิมพ์ก่อนแบบไหน สีออกเปลือกมงคุด (จะมีโรยด้วยตะไบทองคำ
เพราะเอามาจากผงตะไบฐานพระทองคำองค์ที่หลวงปู่เจียมท่านติดในอังสะท่าน)
เขียนเพื่อวิทยาทาน ไม่มีจำหน่าย กว่าจะได้แต่ละองค์ตามหลายปีครับ เพราะคนรู้ไม่ค่อยออก ถึงขนาดต้องรอถ่ายเปลี่ยนมือครับ
ลองเถอะครับพระยังไม่ถึงหลักแสนหลักล้าน แต่พุทธคุณเกินครับ โชคดีครับ

10
พระขุนแผนยุคแรก หลวงปู่เจียม สันติธัมโม วัดกระมอล พิมพ์กุมารทอง
     พระของหลวงปู่เจียม สันติธัมโม เรื่องเสน่ห์มหาเมตตานานับประการทำให้คนเห็นคนทักคนเห็นคนหลงได้
หลงรักแล้วจะหลงเป็นอย่างมาก พระขุนแผนนี้หลวงปู่เจียมเน้นใช้ในทางเสน่ห์แรงๆ เมตามหาเสน่ห์  มหานิยม  มหาละลวย
ในเรื่องของการเจรจาค้าขาย ใคร่ชอบพอ  ไปไหนมีแต่คนเข้ามาทักทายพูดคุยด้วยความเสน่หา  นับว่าเป็นคุณทางด้านเมตา
มหาเสน่ห์  มหานิยมลุ่มหลงงวยงงที่รุนแรงเป็นอย่างมาก และหากไปใช้ด้านค้าขายดียิ่งคนเข้ามาซื้อของไม่ขาดสายพูดจา
อะไรที่เป็นด้านดีคนจะเชื่อฟังคล้อยตามได้ง่าย ทำให้ผู้ใหญ่เมตตา ต้องการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง มีพลังเสน่ห์
เป็นพลังมหาเสน่ห์รุนแรง กุมารทองนั้นแรกเริ่มเดิมทีมาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม
ขุนแผนผู้มีวิชาอาคมไปนำพาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก ติดตนออกเป็นพรายกระซิบ
มวลสาร มีดินภูตะแบงที่หลวงปู่สรวงเอามา ผงเก่าหลวงปู่สรวงที่เอามาถวายหลวงปู่เจียม ผงอิทธิเจที่หลวงปู่เจียม
เขียนลบเองร้อยแปดจบเพื่อเก็บไว้เป็นมวลสารในพิมพ์พระสมเด็จ ตะไบเหล็กเปลี่ยนสีได้ที่หลวงปู่เจียมไม่ยอมบอกว่าเหล็กอะไร
ผงเขี้ยวเสือ ผงงาช้างหลวงปู่เจียม ชานหมากที่หลวงปู่เจียมบริกรรมก่อนเคี้ยวมอบให้เก็บไว้เป็นมวลสารเก็บเฉพาะวันอังคาร
ตะไบผงทองคำ ตะไบจากฐานพระทองคำที่ประจำตัวหลวงปู่เจียม องค์นี้ด้านหลัง ยันต์มหาละลวย
 
วิธีดูขั้นต้นของพระชุดนี้ เนื่องจากกดไว้หลายพิมพ์ ขั้นแรกดูพิมพ์ก่อนแบบไหน สีออกเปลือกมงคุด (จะมีโรยด้วยตะไบทองคำ
เพราะเอามาจากผงตะไบฐานพระทองคำองค์ที่หลวงปู่เจียมท่านติดในอังสะท่าน)
เขียนเพื่อวิทยาทาน ไม่มีจำหน่าย กว่าจะได้แต่ละองค์ตามหลายปีครับ เพราะคนรู้ไม่ค่อยออก ถึงขนาดต้องรอถ่ายเปลี่ยนมือครับ
ลองเถอะครับพระยังไม่ถึงหลักแสนหลักล้าน แต่พุทธคุณเกินครับ โชคดีครับ
[/color]

11
พระขุนแผนยุคแรก หลวงปู่เจียม สันติธัมโม วัดกระมอล พิมพ์ไก่กุมาร
     พระของหลวงปู่เจียม สันติธัมโม เรื่องเสน่ห์มหาเมตตานานับประการทำให้คนเห็นคนทักคนเห็นคนหลงได้
หลงรักแล้วจะหลงเป็นอย่างมาก พระขุนแผนนี้หลวงปู่เจียมเน้นใช้ในทางเสน่ห์แรงๆ เมตามหาเสน่ห์  มหานิยม  มหาละลวย
ในเรื่องของการเจรจาค้าขาย ใคร่ชอบพอ  ไปไหนมีแต่คนเข้ามาทักทายพูดคุยด้วยความเสน่หา  นับว่าเป็นคุณทางด้านเมตา
มหาเสน่ห์  มหานิยมลุ่มหลงงวยงงที่รุนแรงเป็นอย่างมาก และหากไปใช้ด้านค้าขายดียิ่งคนเข้ามาซื้อของไม่ขาดสายพูดจา
อะไรที่เป็นด้านดีคนจะเชื่อฟังคล้อยตามได้ง่าย ทำให้ผู้ใหญ่เมตตา ต้องการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง มีพลังเสน่ห์
เป็นพลังมหาเสน่ห์รุนแรง
มวลสาร มีดินภูตะแบงที่หลวงปู่สรวงเอามา ผงเก่าหลวงปู่สรวงที่เอามาถวายหลวงปู่เจียม ผงอิทธิเจที่หลวงปู่เจียม
เขียนลบเองร้อยแปดจบเพื่อเก็บไว้เป็นมวลสารในพิมพ์พระสมเด็จ ตะไบเหล็กเปลี่ยนสีได้ที่หลวงปู่เจียมไม่ยอมบอกว่าเหล็กอะไร
ผงเขี้ยวเสือ ผงงาช้างหลวงปู่ชาน ชานหมากที่หลวงปู่เจียมบริกรรมก่อนเคี้ยวมอบให้เก็บไว้เป็นมวลสารเก็บเฉพาะวันอังคาร
ตะไบผงทองคำ ตะไบจากฐานพระทองคำที่ประจำตัวหลวงปู่เจียม องค์นี้ด้านหลังอุด พระว่านจำปาสัก(ศักดิ์) เป็นพระที่พุทธคุณเด่น
ด้านคงกระพันชาตรีเป็นพิเศษ ตามตำราพิชัยสงครามระบุว่า "ว่าน" เป็น สุดยอดแห่งความมหาอำนาจ คงกระพันชาตรี มหาเสน่ห์
โดยธรรมชาติ นักรบไทยสมัยโบราณนิยมอาบน้ำว่าน เคี้ยวว่าน หรือ นำว่านมาสอดใส่ในผ้าประเจียดแล้วนำมารัดแขน
ก่อนออกศึกทำสงคราม... นักเลงโบราณรุ่นคุณปู่ คุณตา จะพกพา "พระว่านจำปาสัก" ติดตัวเสมอ
ด้านล่างองค์พระอุดผงกระดูก กับสีผึ้งหรือนวดหลวงปู่เจียม

เรื่องประสบการณ์ มีนายทหารได้รับพระไปใช้ ได้กับมาหาหลวงปู่อีกอยากได้พระแบบเดิม หลวงปู่บอกว่าไม่มีแจกหมดแล้ว
นายทหารท่านนั้นยังตื้อหลวงปู่ให้เสกทำให้ใหม่ขอมวลสารแบบเดิม แต่หลวงปู่ท่านบอกท่านไม่ได้ทำและทำไม่ได้แล้ว
เพราะไม่สามารถหามวลสารบางอย่างได้แล้ว
วิธีดูขั้นต้นของพระชุดนี้ เนื่องจากกดไว้หลายพิมพ์ ขั้นแรกดูพิมพ์ก่อนแบบไหน สีออกเปลือกมงคุด (จะมีโรยด้วยตะไบทองคำ
เพราะเอามาจากผงตะไบฐานพระทองคำองค์ที่หลวงปู่เจียมท่านติดในอังษะท่าน)
เขียนเพื่อวิทยาทาน ไม่มีจำหน่าย กว่าจะได้แต่ละองค์ตามหลายปีครับ เพราะคนรู้ไม่ค่อยออก ถึงขนาดต้องรอถ่ายเปลี่ยนมือครับ
ลองเถอะครับพระยังไม่ถึงหลักแสนหลักล้าน แต่พุทธคุณเกินครับ โชคดีครับ

12
รูปหล่อรุ่นแรกหลวงพ่อเจียม สันติธัมโม วัดกะมอล อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
          หลังจากที่หามานานรูปหล่อรุ่นแรกเมื่อก่อนบูชาไว้หนึ่งองค์หาไม่เจอ เลยต้องหาเก็บมาใหม่ แล้วนำอัฐิธาตุท่านติดไว้บูชา
โดยมีคุณอาท่านเมตตาแบ่งมาให้ จำได้ว่าทางอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่ารูปหล่อรุ่นนี้เวลาหลวงพ่อท่านเสกท่านจัดวาง
วัตถุมงคลในโบสถหน้าพระประธาน หลังจากที่หลวงปู่ไหว้พระประธานเรียบร้อย แล้วท่านจุดธูปเป็นกำใหญ่ๆแล้ววางมือบนที่วัถุมงคล
โดยที่ท่านกำไม่กลัวขี้ธูปที่มีไฟแดงหักล่วงใส่มือท่านเลย ด้วยความแปลกตามที่อาจารย์ท่านอยู่ในพิธีท่านเล่าว่า
ควันลอยเป็นสายขึ้นไปที่เพดานโบสถ แล้วควันม้วนลงเป็นสายมาคุ่มที่วัดถุมงคลหลวงปู่เจียม หลังจากที่หลวงปู่เจียมเสกเสร็จไม่นาน
ก็มีทหารมาขอแล้วกลับมาบอกหลวงปู่เจียม (ห้อยองค์เดียวเลย ไม่ขอพิมพ์นะครับว่าทำไม) อาจารย์ท่านนี้ยังเล่าเรื่องสมเด็จแหวกม่าน
ยุคแรก ชุดขุนแผนพิมพ์รูปเหมือนหลวงปู่ที่นายทหารเจอประสบการณ์และพยายามจะขอให้จัดทำมวลสารแบบเดิมแต่ก็ไม่มีมวลสารนั้นแล้ว
อีกทั้งสุดยอดปิตตาจิ๋ว และเครื่องรางลิงปิตตาต่างวัดที่หลวงปู่เจียมเสก(ท่านยังยิ้มเย้ยว่าหาของแท้ให้เจอล่ะกัน) ให้หามาติดตัวเป็นเครื่องรางที่แปลกมากๆของหลวงปู่เจียม

หลวงปู่เจียมได้สร้างรูปหล่อขนาดเล็ก (แขวนคอ) ขึ้นเป็นครั้งแรก
โดยรวบรวมชนวนโลหะและแร่ธาตุต่างๆ ตลอดจนแผ่นอักขระลงยันต์จำนวนมากมาทำการหล่อหลอม เพื่อสร้างรูปหล่อเล็กรุ่นนี้
ด้านล่างของรูปหล่อได้บรรจุเส้นเกศาและผงพุทธคุณผสมว่านที่หลวงพ่อได้จากธุดงควัตรในเวลาอันยาวนานของท่าน
โดยเอาบรรจุไว้ในฐานองค์พระ นอกจากนี้การสร้างได้ทำพิธีและปลุกเสกอย่างเต็มที่ เพื่อมอบให้ผู้ร่วมทำบุญในการสร้าง
ศาลาปฏิบัติธรรม จะได้รับบารมีจากพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายและดลบันดาลให้ชีวิตประสบ
แต่โชคลาภ มีความสุขกายสบายใจ หลวงพ่อเจียมท่านกล่าวว่า รูปหล่อเล็กรุ่นแรกของท่านที่สร้างครั้งนี้ ท่านได้ทุ่มเทกำลัง
ความสามารถด้านพุทธคุณและไสยเวทที่ได้ศึกษามาทั้งหมด เพราะเป็นรูปท่านเอง ผู้นำไปบูชาสักการะจะต้องได้รับผลดีตาม
ที่ท่านสร้างและปลุกเสกด้วยจิตอธิษฐานเอาไว้ รูปหล่อรุ่นนี้สร้างขึ้น
เป็น 5 เนื้อ ด้วยกัน คือเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ เนื้อทองแดง เนื้อทองทิพย์

พระเถระ ผู้มองเห็นอนาคต แม่นยำเหมือนตาเห็น เป็นเหตุการณ์จริงที่น่าอัศจรรย์เหลือเชื่อ พระเถระ ผู้บำเพ็ญเพียร อยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนา
ไพรแถบพนมดงรัก ภูตะแบง ประเทศเขมร นานหลายปี พบพระอริยะและพระผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงกลางป่าลึกมากมาย จนได้ร่วมแสวงหาธรรมกับ หลวงปู่สรวง ผู้ได้รับฉายาว่า เทวดาเล่นดิน ซึ่งต่อมาบรรลุธรรมหลุดพ้นและมีอภินิหารมากมาย ที่คนแถบชายแดนเขมรและไทย รู้จักท่านเป็นอย่างดี ท่านเป็น พระเถระ ผู้หลีกเร้น จากความวุ่นวายมานานหลายปี
วันนี้ ลานโพธิ์ นำท่านมาให้ท่านผู้อ่านได้กราบไหว้ พระดี พระขลัง ผู้มีพุทธาคมสูงส่งอีกองค์หนึ่ง ซึ่งท่านผู้อ่านจะได้กราบไหว้และร่วมบุญบารมีกับท่านสืบไป
เดือนตลุาคม พ.ศ.2537 คณะผู้มีจิตเป็นกุศลแห่งเมืองนครปฐม จำนวนหนึ่ง ภายใต้การนำของพระภิกษุหนุ่มชาว ศรีสะเกษ ที่ไปจำพรรษาอยู่วัดเสน่หา นครปฐม ได้ชักชวนกันไปทอดกฐินที่ วัดกะมอล บ้านโดนอาว์ อ.กันทรลักษณ์ วัดที่อยู่ห่างไกล ใกล้ชายแดน อีกไม่กี่กิโลก็จะถึงเขาพระวิหารและชายแดนเขมร วัดเล็กๆ แห่งนี้อยู่ในหมู่บ้านที่เรียกเป็นภาษาเขมรว่า โดนอาว์ ซึ่งแปลว่า บ้านตาอาว์ นั่นเอง หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้มีบ้านเรือนคนไทย ส่วนใหญ่พูดเขมรอยู่ไม่มากนัก เมื่อคณะกฐินไปถึงวัดชาวบ้านก็ต้อนรับกันตามสมควรกับท้องถิ่น พระเถระ ผู้เป็นเจ้าอาวาส วัดกะมอล ก็คือ หลวงพ่อเจียม ก็ให้การดูแลหลังจากถวายกฐินเรียบร้อยแล้ว คุณนฤมล จินตนะโรจน์ วัย 51 ปี ในขณะนั้น ซึ่งเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ (ตราดาว) ถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 49 นครปฐม เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมคณะไปทอดกฐิน ก็มองไปที่ หลวงพ่อเจียม ซึ่งนั่งอยู่บนอาสนะ เห็นท่านมีราศีแจ่มใสผุดผ่องน่าศรัทธายิ่ง จึงเข้าไปกราบนมัสการท่าน และสนทนาด้วย หลังจากสนทนากับ หลวงพ่อเจียม ได้ครู่หนึ่ง ก็บอกคุณนฤมลว่า ลูกสาวของคุณนฤมล จะอยู่กับคุณนฤมลอีกเพียงปีเดียวเท่านั้น ก็จะหมดกรรมแล้ว เขาเป็นผู้มีบุญมาเกิด เขาจะจากไปเมื่อเขาหมดกรรมแล้วในปีหน้า (หมายถึงปี พ.ศ.2538)
คุณนฤมล จินตนะโรจน์
คุณนฤมล เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า หลังจากฟัง หลวงพ่อเจียม พูดแล้ว เธอตกใจมาก จึงถามหลวงพ่อว่าจะช่วยลูกสาวเธอได้อย่างไร หลวงพ่อนั่งนิ่งนานสลับกับหลับตาเป็นบางครั้ง แล้วบอกกับคุณนฤมลว่าให้ลองพามาหาท่านดูสักครั้ง คุณนฤมลเล่าว่ารู้สึกสับสนและไม่สบายเป็นอย่างยิ่ง เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าจะเป็นจริง แต่เป็นชีวิตของลูกสาวเธอที่เธอรัก และทะนุถนอมเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก และเรียนหนังสือเก่ง ขณะนั้นลูกสาวของเธอที่ชื่อ นิภาพรรณ จินตนะโรจน์ กำลังเรียนอยู่สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ความกังวลของเธอเมื่อกลับไปนครปฐมแล้ว จึงรีบพาลูกสาวไปหา หลวงพ่อเจียม  ที่ วัดกะมอล ศรีสะเกษ ทันที โดยไม่บอกลูกสาวว่าไปทำไม
ขณะนั้น วัดกะมอล กำลังก่อสร้างโบสถ์ใกล้จะเสร็จอยู่แล้ว ขาดการตกแต่งและใส่บานประตู หน้าต่างเท่านั้น ทันทีที่ หลวงพ่อเจียม มองเห็นหน้าลูกสาวคุณนฤมล ก็บอกให้พาเข้าไปในโบสถ์ที่กำลังก่อสร้าง และให้จุดธูปเทียนบูชาพระประธาน จากนั้น หลวงพ่อเจียม ได้ถามลูกสาวคุณนฤมลว่า หนูอยากทำบุญอะไร ระหว่างหน้าต่างกับประตูโบสถ์ ซึ่งกำลังบอกบุญให้การทำบุญในขณะนี้ ประตูทำบุญ 40,000 บาท หน้าต่างทำบุญ 20,000 บาท หนูเลือกเอาหนึ่งอย่าง
โบสถ์วัดกะมอล อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ
คุณนฤมลเล่าว่า ลูกสาวคุณนฤมลเลือกทำบุญประตูโบสถ์ หลวงพ่อเจียม ถามย้ำว่า ประตูแพงกว่าหน้าต่าง หนูจะทำบุญหรือ ลูกสาวคุณนฤมลยืนยันจะทำบุญประตูโบสถ์ โดยบอกให้คุณนฤมลเอาเงินมาให้ หลวงพ่อเจียม หลังจากนั้น หลวงพ่อเจียม ได้กระซิบบอกกับคุณนฤมลว่า ลูกสาวคุณนฤมลเขาหมดกรรมแล้ว หลวงพ่อไม่รู้จะช่วยอย่างไรได้ แต่ก็ทำพิธีรดน้ำมนต์ให้ คุณนฤมลพาลูกสาวกลับนครปฐมด้วยความไม่สบายใจ
หลังจากกลับมาแล้วก็ตระเวนเอาดวงลูกสาวไปให้หมอดู ทั้งพระที่มีชื่อเสียง และหมอดูที่โด่งดัง ไม่มีหมอดูคนไหนบอกว่าลูกสาวคุณนฤมลจะหมดอายุเลยแม้แต่คนเดียว ทำให้คุณนฤมลคลายกังวลลงไปได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สบายใจไปเล่าให้คนใกล้ชิดฟัง ให้พระที่เคารพนับถือฟังบ้าง โดยไม่บอกให้ลูกสาวรู้ มีบางคนแนะนำว่าเพื่อกันเอาไว้ก็ให้แก้ดวง โดยส่งลูกสาวไปอยู่เมืองนอก เพราะต่างพื้นที่ต่างเมืองอาจช่วยได้ จึงตัดสินใจให้ลูกสาวพักการเรียน โดยส่งไปเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้ผ่านระยะ 1-2 ปี ไปก่อนค่อยคิดกันใหม่
พระเถระ ผู้มองเห็นอนาคต หลวงพ่อเจียม วัดกะมอล
ลูกสาวคุณนฤมล ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงของแม่ แต่เป็นคนตามใจแม่เสมอ ก็เดินทางไปอยู่ออสเตรเลีย ตามที่คุณนฤมลได้ติดต่อประสานงานเอาไว้ วันเวลาผ่านไปท่ามกลางความกังวลไม่สบายใจของคุณนฤมล ที่พยายามเดินทางไปทำบุญในสถานที่ต่างๆ ที่ไหนมีคนบอกว่าศักดิ์สิทธิ์ เธอก็ไปจุดธูปเทียนขอชีวิตลูกสาวมากมายหลายแห่ง ทำทุกอย่างเท่าที่นึกได้หรือทำได้ เพื่อลูกสาวอันเป็นที่รักของเธอ ตามหัวอกของผู้เป็นแม่จะทำได้ ระหว่างที่ลูกสาวอยู่ต่างประเทศ ก็พยายามติดต่อกับลูกสาวอย่างใกล้ชิด

จนถึงต้นปี พ.ศ.2538 ราวเดือนมกราคม ลูกสาวได้บอกเธอว่าคิดถึงบ้านอยากกลับมาบ้านสักระยะหนึ่ง ด้วยความสงสารลูกสาวและเริ่มคลายกังวลลงไปบ้างแล้ว จึงให้ลูกสาวกลับมาในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2538 และในระหว่างก่อนถึงเดือนกุมภาพันธ์ คือในเดือนมกราคม 2538 นั้นเอง คุณนฤมลได้ขับรถผ่านองค์พระปฐมเจดีย์ในตอนบ่ายวันหนึ่ง ทันทีที่รถผ่านองค์พระปฐมเจดีย์ ใจเธอก็นึกอยากกราบพระร่วงโรจนฤทธิ์ ที่องค์พระปฐมเจดีย์ขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่ผ่านไป-มาแทบทุกวันก็ไม่เคยนึกมาก่อน จึงเลี้ยวรถเข้าไปจอด แล้วเดินขึ้นบันไดด้านหน้าองค์พระร่วงโรจนฤทธิ์ เพื่อจะไปกราบพระร่วงโรจนฤทธิ์
พอพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอมองไปข้างหน้าเห็นพระภิกษุองค์หนึ่ง ยืนอยู่คล้ายกับเคยเห็นมาก่อน จึงเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็จำได้ว่าเป็น หลวงพ่อเจียม เธอเล่าว่าดีใจมาก รีบเข้าไปนั่งคุกเข่ากราบท่านทันที แล้วถามว่าหลวงพ่อมากับใคร ท่านไม่ตอบ แต่เมื่อมองไปรอบๆ ข้างท่านก็ไม่เห็นมีใครมากับท่านแม้แต่คนเดียว จึงถามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อมาธุระอะไรที่นครปฐม ท่านตอบคุณนฤมลในขณะนั้นว่า จะมาช่วยลูกสาวโยม ลูกสาวโยมอยู่ไหนล่ะ คุณนฤมลเล่าว่าได้ยิน หลวงพ่อเจียม พูดเช่นนั้น เธอขนลุกไปทั้งตัว ตอบหลวงพ่อไปว่า ลูกสาวอยู่เมืองนอกจะกลับมาเดือนหน้า หลวงพ่อเจียม มีสีหน้าผิดหวัง แล้วบอกกับคุณนฤมลว่า หลวงพ่อไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะลูกสาวโยมไม่อยู่ในขณะนี้
เมื่อหลวงพ่อพูดเช่นนี้ คุณนฤมลเล่าต่อไปว่า รู้สึกผิดหวังจนน้ำตาซึมออกมา มองเห็น หลวงพ่อเจียม หันหลังให้เธอแล้วเดินไปทางซุ้มระฆังด้านข้างพระร่วงโรจนฤทธิ์  เธอลุกขึ้นเพื่อเดินตามไป ขณะนั้นเธอเหลียวไปมองด้านข้างด้วยเหตุไรไม่ทราบ แต่พอหันกลับมามองทาง หลวงพ่อเจียม ท่านหายไปแล้ว เธอพยายามเดินหารอบองค์พระปฐมเจดีย์ก็ไม่พบ หลวงพ่อเจียม ทั้งๆ ที่คนเคยไปองค์พระปฐมเจดีย์จะทราบว่าลานข้างองค์พระฯ เป็นลานกว้างๆ หลวงพ่อไม่น่าจะหายไปรวดเร็วเช่นนั้นได้ เธอรู้สึกผิดหวังมาก แล้วเธอก็ลงมาแบบหมดอาลัยในชีวิต ขับรถกลับบ้านด้วยสงสัยในใจว่าหลวงพ่อมาอย่างไร และหายไปไหนอย่างรวดเร็วเช่นนั้น หรือเธอฝันไปเองก็ไม่ใช่ เพราะเป็นเหตุการณ์กลางวันที่เกิดขึ้นจริงๆ
ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ (ตราดาว) ถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 49 นครปฐม
หลังจากเหตุการณ์ที่คุณนฤมลพบ หลวงพ่อเจียม ไม่นานก็ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2538 ลูกสาวคุณนฤมล คือ คุณนิภาพรรณ จินตนะโรจน์ ก็เดินทางกลับมาจากประเทศออสเตรเลีย คุณนฤมลเล่าว่าได้ไปรับที่สนามบิน แล้วพาไปกราบพระตามวัดต่างๆ หลายแห่ง ระหว่างนั้นแทบทุกวันจะพาลูกไปทำบุญตลอด จนวัน นี้ 8 กุมภาพันธ์ 2538 เธอให้ลูกสาวคอยหน้าปั๊มน้ำมันของเธอที่ถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 49 เพื่อถอยรถมารับไปทำบุญที่กรุงเทพฯ ขณะที่ลูกสาวของเธอยืนอยู่ รถปิกอัพนิสสันเก่าๆ คันหนึ่งวิ่งมาในถนนเพชรเกษม พอถึงจุดที่ลูกสาวเธอยืนอยู่ รถคันนั้นก็พุ่งขึ้นมาบนเกาะ ชนร่างลูกสาวคุณนฤมลล้มลงตรงหน้าปั๊มน้ำมันของเธอเอง โดยไม่มีบาดแผล ไม่มีเลือดออก ลูกสาวของคุณนฤมลได้สิ้นลมไปทันที คุณนฤมลเล่าด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า คนขับรถปิกอัพบอกเธอว่า พวงมาลัยรถหมุนขึ้นมาทันทีโดยไม่รู้สาเหตุเมื่อถึงจุดนั้น ลูกสาวคุณนฤมลเสียชีวิตในขณะนั้นอายุเพียง 22 ปี เท่านั้น

หลวงพ่อเจียม กำลังก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรม
เรื่องที่เล่ามานี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริง เป็นปรากฏการณ์ที่สามารถพิสูจน์ได้ ด้วยพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด คุณนฤมล จินตนะโรจน์ ขณะนี้เธออายุ 61 ปี เป็นสมาชิกสโมสรโรตารีนครปฐม เล่าเรื่องของเธอให้ คุณบุญส่ง ไหลธนานนท์ สมาชิกโรตารีนครปฐม เช่นเดียวกันฟัง คุณบุญส่ง ไหลธนานนท์ เป็นเพื่อนกับผู้เขียน เป็นผู้สนใจพระเครื่อง และมีภาพพระเครื่องมาลงปกใน ลานโพธิ์ ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นอยู่เสมอ คุณบุญส่งเล่าเรื่องนี้ให้ผู้เขียนฟัง แล้วพาผู้เขียนไปสัมภาษณ์ คุณนฤมล โดยนัดสัมภาษณ์ที่โรงแรมเวล นครปฐม เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา

จากนั้นผู้เขียนและคุณบุญส่ง ไหลธนานนท์ ก็เดินทางไปพบ หลวงพ่อเจียม ที่ วัดกะมอล บ้านโดนอาว์ ต.ทุ่งใหญ่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อพบเห็น หลวงพ่อเจียม แล้วก็รู้สึกศรัทธาเลื่อมใสในวัตรปฏิบัติของท่านเป็นอย่างยิ่ง และทราบว่าหลวงพ่อกำลังก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมอยู่ ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการดำเนินการจำนวนหนึ่ง คุณบุญส่ง ไหลธนานนท์และผู้เขียน จึงนำเรื่องของท่านไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง แต่ละคนก็สละเงินคนละเล็กละน้อยร่วมทุนสร้าง เหรียญรูปเตารีด โดยให้หลวงพ่อจารอักขระเลขยันต์ มาหล่อหลอมเป็นเนื้อก่อนปั๊มเป็น พระพิมพ์เตารีด ของท่าน จากนั้นท่านปลุกเสกนานนับเดือน เพื่อให้คนร่วมทำบุญสร้างศาลาปฏิบัติธรรมของท่าน

นอกจากนี้ วัตถุมงคลของท่านอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งท่านสร้างอยู่แล้วคือ พระพิมพ์สมเด็จ เนื้อผงผสมว่าน ว่านต่างๆ ที่ท่านสะสมและเก็บมาจากป่าระหว่างพนมดงรักและภูตะแบง จำนวนมากนำมาผสมกับผงพุทธคุณและแร่ธาตุ ตลอดทับทิมดับที่ได้จากภูเขาในเขมรมาเป็นส่วนผสม พระพิมพ์สมเด็จนี้ ผู้ที่ได้ไปต่างเล่าว่ามีพุทธคุณทางเมตตามหานิยม ค้าขาย และแคล้วคลาดเป็นเยี่ยม เมื่อพูดถึงเรื่องเมตตาแล้ว หลวงพ่อเจียม ท่านเสกสีผึ้งเมตตาผสมว่านศักดิ์สิทธิ์ได้ขลังมาก สีผึ้งเมตตาของท่านผู้ที่นำไปใช้ล้วนแต่ได้รับประสบการณ์ดีแทบทุกคน

พระพิมพ์เตารีด รุ่นแรก มีเพียง 8,000 องค์ หลวงพ่อเจียม จะมอบให้ผู้ทำบุญร่วมสร้างศาลาปฏิบัติธรรม องค์ละ 200 บาท เท่ากับพระพิมพ์สมเด็จของท่านองค์ละ 200 บาท เช่นกัน

ส่วนประวัติชีวิตของท่านมีความน่าสนใจมาก โดยเฉพาะในส่วนของอภินิหาร ระหว่างท่านใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเขมร และในป่าแถบภูตะแบงและพนมดงรัก ซึ่งท่านมีความใกล้ชิดและผูกพันกับ หลวงปู่สรวง พระเถระ ที่มีปาฏิหาริย์ อายุหลายร้อยปี ที่ได้รับฉายาว่า เทวดาเล่นดิน ล้วนเป็นเรื่องน่าสนใจอย่างยิ่ง จะนำมาเขียนให้ท่านผู้อ่านทราบในตอนต่อๆ ไป

ที่มา : ลานโพธิ์

13
ตะกรุดรกแมวบันดาลโชคลาภหลวงปู่คำดี ฐิตธัมโม
รกแมว ของขลังช่วยบันดาลโชคลาภ จากความเชื่อของคนโบราณ
รกแมว ถือเป็นเครื่องรางของขลังจากธรรมชาติ เชื่อกันว่าเป็นของดี ของหายาก เพราะปกติเวลาแมวคลอดลูก มักจะแอบ
ไปคลอดในที่ลับตา และคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้เห็นรกแมวเท่าไร เนื่องจากส่วนมากหลังจากคลอดเสร็จแล้วแมวมักจะ
กินรกของตัวเองตามสัญชาตญาณ เพื่อเป็นอาหารบำรุงกำลังหลังจากที่คลอดลูกและเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ตาม
ความเชื่อของคนโบราณว่ากันว่าหากใครที่ได้บูชารกแมวจะทำให้ทำมาค้าขายขึ้น ช่วยเรียกทรัพย์ เป็นเมตตามหานิยม
มีเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น และให้โชคลาภแก่ผู้พกพา
ดังนั้นหากใครที่ทำมาค้าขายหรือหากินไม่คล่อง ดวงกำลังตก การงานถดถอย ทำอะไรก็ติดขัด ชักหน้าไม่ถึงหลัง เป็นหนี้เป็นสิน
หรือเคราะห์ซ้ำกรรมซัด โบราณว่าให้พกรกแมวติดตัวไว้ จะช่วยบันดาลให้เงินทองไหลมาเทมาเป็นระยะ ๆ มีใช้ไม่ขาดมือ
ดวงที่เคยตกก็จะถูกหนุนนำให้สูงขึ้น โชคลาภจะเข้ามาบ่อย ๆ เหตุการณ์ร้าย ๆ จะพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ
สามารถเจรจาเข้าหาผู้ใหญ่ได้ง่าย ผู้ใหญ่จะรักและเอ็นดู ลูกน้องก็จะเชื่อฟัง ทำอะไรก็จะไม่ติดขัด เปรียบเสมือนกับ
สายรกแมว ที่เวลาลูกแมวที่อยู่ในท้องหิว อาหารที่แม่แมวกินเข้าไปก็จะถูกส่งต่อผ่านสายรกมาให้นั่นเอง

เหตุที่มาของตะกรุด เริ่มที่พี่นริศอดีตข้าราชกาลเกษตรอําเภอยางชุมน้อย ท่านไปพบรกน้องแมวเพิ่งคลอด และไม่กินรก
ท่านเลยเก็บไว้เพราะโดยธรรมชาติแม่แมวจะไม่ทิ้งไว้ให้เห็นเลย หลังจากที่ตากจนแห้งพี่นริศท่านเลยนำไปถวาย
หลวงปู่คำดี ฐิตธัมโม วัดบูรพาบ้านผึ้ง ท่านทราบด้วยญาณของท่านว่าเป็นของที่ สามารถช่วยเหลือเหล่าบรรดาลูกศิษย์
ของหลวงปู่คำดี ฐิตธัมโม ได้ท่านจึงเสกและจารตะกรุดกำกับผงน้องแมวเป็นพรรษาๆแล้วหลวงปู่คำดี ฐิตธัมโม วัดบูรพาบ้านผึ้ง
ท่านทำเข้าเป็นหลอดแจกลูกศิษย์ให้ใช้เลย

14
ตะกรุดโทนพยัคฆราช  หลวงปู่คำดี ฐิตธัมโม
เครื่องรางของขลัง ถือกำเนิดจากความเชื่อและอยู่คู่คนไทยมาช้านาน จากคำบอกเล่ารุ่นสู่รุ่น ถึงแม้จะพิสูจน์ไม่ได้ว่าความเชื่อ
เหล่านั้นจะเป็นจริงหรือไม่  แต่วิถีชีวิตของคนไทยก็ถือว่าเรื่องโชคลาง ของขลัง หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย คือ ศรัทธา คือ
เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่สามารถดลบันดาลให้ชีวิตแคล้วคลาดปลอดภัย ประสบแต่ความสุข ความเจริญ หากพบกับตัวจะไม่รู้
แต่ถ้าได้เจอประสบการณ์แล้วตามไปสัมผัสกับเครื่องรางของขลังที่ถือกำเนิดมาจากสัตว์โดยธรรมชาติที่มีฤทธิ์เดชเหลือคณา
“เสือ” เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจราชศักดิ์ สำแดงฤทธิ์ทำให้เป็นที่ครั่นคร้ามเกรงกลัว สำหรับคนเกิดปีขาล หรือปีเสือ
ตามคติความเชื่อของคนเล่นของ เชื่อว่าใครที่มีพลังของเสือไว้ครอบครอง พกหรือใช้เครื่องรางประเภทเสือ ไม่ว่าจะเป็น
เขี้ยวเสือแกะ ตะกรุดหนังเสือ ผ้ายันต์รูปเสือ รวมทั้งการสักยันต์ลายเสือ จะมีพุทธคุณเด่นด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตา
ตะกรุดหนังเสือ โดดเด่นไปในทางมหาอำนาจ แคล้วคลาด คงกระพัน โดยถือเอาสัญชาตญาณของเสือที่เป็นสัตว์ที่มีพลัง
อำนาจมาก เป็นสัตว์ที่ถือว่าเป็นใหญ่ในป่า เป็นสัตว์ที่เอาตัวรอดได้ดี คล่องแคล่ว มาเป็นเคล็ดในการสร้างตะกรุด อานุภาพของ
ตะกรุดหนังเสือ จึงมีลักษณะดังกล่าว ซึ่งเหมาะกับผู้บูชาที่ศรัทธาชื่นชอบในตะกรุดประเภทนี้ หรือผู้ที่ต้องเดินทางไกลบ่อยๆ
ผู้ที่ต้องทำงานเสี่ยงอันตราย หรือแวดล้อมด้วยศัตรู คนที่คิดไม่ดี หรือต้องการบูชาเพื่อเสริมอำนาจวาสนาบารมี มีเสน่ห์ในด้าน
เมตตามหานิยม เดินทางเข้าป่าดงพงพี ฝูงสัตว์ร้ายและภูตผี จะมิกล้าทำอันตรายใดๆ  โดยตะกรุดหนังเสือเป็นที่นิยมสะสม
ในกลุ่มคนที่ชื่นชอบเครื่องราง
(ตะกรุดดอกนี้ ผมได้นำหนังเสือของหลวงปู่ที่ผมนับถือที่เสือหลวงปู่ท่านเลี้ยงไว้พอมันตายตามอายุขัย ด้วยความรักผูกพัน
ท่านเสกเก็บไว้ใน ห้องแต่ ไม่วายโดนโจรขโมยไปเหลือที่ ผนังติดไว้แผ่นเท่าa4 เพราะเอาออกยาก และด้วยความรีบของโจร
วันหนึงไปกราบหลวงปู่คุณลุงเอามาให้เป็นแผ่น ผมเลยส่งไปให้พี่นริศฝากหลวงปู่คำดีทำตะกรุด ไว้แจกลูกศิษย์ ซึงเป็นที่รู้กัน
ว่าหลวงปู่เสกเป็นพรรษา แล้วต้องใช้ได้ แล้วใช้เลย เพราะตะกรุดโทนพยัคฆราชหลวงปู่คำดี ฐิตธัมโมจารแผ่นโลหะสอดกลางไว้
เสกเสร็จเลี่ยมเป็นหลอดให้เลย ด้วยความเมตตาของหลวงปู่คำดี แถมได้เสกถึงสององค์ สาธุ)


15
ล็อกเก็ตฉากทอง หลวงปู่คำดี ฐิติธมฺโม
ล็อกเก็ตฉากทอง หลวงปู่คำดี ฐิติธมฺโม ชิ้นนี้นอกจากมวลสารเดิมมีจีวร เกศาหลวงปู่ก็มีนาคปรกเนื้อทองแดง ขุนแผนตะกรุดทองคำ เบอร์๑๙
      เรื่องบางเรื่องไม่ค่อยอยากนำมาลงเพราะว่ามันเกินวิสัย อย่างมนุษย์เราๆท่านๆ
(เรื่องที่ลงนี้ขอบอกท่านที่มีทิฐิไว้ก่อนอย่าได้ไปติงหรือติเตียน ขอให้อ่านผ่านๆเพราะท่านอาจตกนรก เหมือนเปรตชาวนา
ที่เผอไปติเตียนพระอรหันต์ในพุทธประวัติ)

เรื่องของ พระพุทธวิสัย คือเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ของพระพุทธเจ้า เช่น พระพุทธเจ้าทรงมีพระสัพพัญญุตญาณทรงรู้แจ้งโลก
มนุษย์เราทั่วไปเป็นคนมีปัญหาเมื่อมีปัญหาแล้วไม่รู้คำตอบก็ต้องพยายามแสวงหาคำตอบ กว่าจะได้คำตอบบางทีเป็นปีบางที
เป็นสิบเป็นร้อยเป็นพันปี หาทั้งชีวิตก็ไม่เจอ แต่พระพุทธเจ้าไม่ใช่สำหรับพระองค์คำตอบมีมากกว่าคำถามเวลามีใครถามปัญหา
ถามปุ๊บ พระองค์ทรงตอบทันที ไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์วิจัยเพราะทรงมีพระสัพพัญญุตญาณ รู้แจ้งสรรพสิ่ง ในเวลาเสี้ยววินาที
ทรงระลึกชาติของสรรพสัตว์ทั้งหลายได้ล้านชีวิต ล้านชาติ คือ แต่ละคนรู้เป็นล้าน ๆชาติ
เรื่องนี้เราจะมาคิดด้วยเหตุผลธรรมดาไม่มีทางคิดออกเพราะเป็นพุทธวิสัย
เรื่องที่ลงนี้สมัยก่อนหลังจากอาจารย์ของท่านได้ละสังขารไปแล้ว หลวงปู่คำดี ฐิติธมฺโม เวลามีงานวัดท่านมัก ไปวัดถ้ำคูหาสวรรค์
เพื่อไปหาหลวงปู่หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี(ท่านละสังขารแล้ว) แต่ท่านลงมาผ่านพระครูพิพัฒนากร (ทองสา ฐานทินโน)มาบอกว่า
ให้จัดงานวัดแบบไหน ยอดปัจจัยได้เท่าไหร่ซึ่งหลังงานดำเนินงานแล้วเสร็จก็จะตรงตามที่หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี(ท่านละสังขารแล้ว)
แต่ท่านลงมาผ่านพระครูพิพัฒนากร(ทองสา ฐานทินโน) บอกตรงตามนั้นทุกประการ

หน้า: [1] 2 3 ... 13




Facebook Page