ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็ป Timpirus.com

เรียนผู้ศรัทธาในหลวงปู่ทิม อิสริโก และผู้สนใจในเวปทิมภิรัติทุกท่านทราบ

เนื่องด้วยเวปทิมภิรัติมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งมาเพื่อเผยแผ่เกียรติคุณของหลวงปู่ทิม อิสริโก แห่งวัดละหารไร่และคณาจารย์ท่านอื่นๆที่มีปฏิปทาน่าเคารพเลื่อมใส ให้สาธุชนที่สนใจและมีความศรัทธาในองค์หลวงปู่ฯและคณาจารย์ท่านอื่นๆได้ทราบในข้อเท็จจริงจากแหล่งความรู้ด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง และเชื่อถือได้ โดยปราศจากวัตถุประสงค์ในการหาผลประโยชน์เข้าส่วนตัวหรือเข้ากลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง อันอาจจะทำให้ผู้ศรัทธาบางท่านเกิดความเสียหายได้  ดังนั้นทางผู้จัดทำเวปทิมภิรัติจึงเรียนมาเพื่อให้เหล่าสาธุชนได้ทราบอีกครั้งหนึ่งว่า การดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องกับกิจการกุศลและหรือสาธารณกุศลใดๆ ที่มีผู้สนใจนำมาลงเผยแพร่ผ่านทางเวปนั้น บางครั้งทางเวปก็ไม่สามารถตรวจสอบที่มาและรายละเอียดได้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าท่านผู้สนใจรายใดมีความสนใจในการเช่าหาวัตถุมงคลใดๆก็แล้วแต่ที่ท่านอาจจะได้รับข้อมูลผ่านทางเวปแห่งนี้หรือหนังสือพระเครื่องต่างๆหรือเกิดจากความสนใจศรัทธาส่วนตัวแล้วไซร้ ทางผู้จัดทำเวปก็อยากให้ท่านผู้สนใจหาข้อมูลในเรื่องนั้นๆให้กระจ่างชัดเสียก่อนที่จะได้มีการเช่าหาหรือซื้อหา เพราะบางครั้งความศรัทธาของเราอาจจะมากจนเป็นความงมงายแล้วไปบดบังปัญญาของเราจนอาจจะทำให้เราขาดสติได้  ซึ่งแน่นอนอาจทำให้เราเสียเงินเสียทองโดยใช่เหตุ ส่วนถ้าเป็นเรื่องสาธารณกุศลใดๆที่เกี่ยวข้องกับวัดหรือองค์กรสาธารณกุศลใดที่ทางผู้จัดทำสามารถยืนยันได้ ทางเวปยินดีที่จะพิจารณายืนยันให้เป็นกรณีไป เพราะถือว่าเป็นการช่วยกันเผยแพร่กิจกรรมในอันที่จะเป็นสาธารณกุศลเพื่อส่วนรวมได้ต่อไป และขอให้ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรมทุกท่านที่มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนา

เครดิต.Lineกนก "ตามรอยเท้าพ่อ" ตามรอยพระบาทยาตรา จังหวัดพัทลุง 29 มกราคม 2560

หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค โดยพระเครื่องเรื่องสนุกโดย คุณหนึ่ง พบพุทธ


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - admin

หน้า: [1] 2 3 ... 12
1
พระนาคปรกรุ่นแรกเนื้อสตางค์
      พระอริยสงฆ์  ผู้วาจาสิทธิ์แห่งบ้านผึ้ง เนื่องจากหลวงปู่คำดีท่านศึกษาไสยเวทย์อาคมโบราณ จากหลวงปู่คําคะนิง จุลมณี
แต่ท่านไม่ค่อยบอกกล่าวกับใคร ทีรู้เพราะวันไหว้ครูยกครูท่านจะไปปรึกษาหาหลวงงปู่คําคะนิง จุลมณี บรรดาศิษย์ใกล้ชิดถึงรู้กัน
ไสยศาสตร์อาถรรพเวทย์ ท่านก็เรียนมาเพื่อแก้ หรือช่วยลูกศิษย์ให้หนักเป็นเบาได้ถ้าไม่เกิดกรรม ท่านเป็นพระที่เคร่งใน
ศีล และระเบียบมากและท่านจะดูแลทุกๆอย่างในวัดเพราะท่านกลัวลูกศิษย์ ของท่านอดท่านจะมีน้ำดื่มน้ำชากาแฟตลอด
ด้วยความที่ท่านเป็นพระที่มีระเบียบ สะอาดตาม วันหนึงท่านเดินบริหารขันธ์ เจอมีคนถ่มน้ำลายไว้กลางทาง เผอิญท่าน
หลุดพูด ว่าใครหน่อ จู่ๆรุ่งเช้าพระองค์หนึ่ง ปากเจ่อไม่ทราบสาเหตุบวม  พระรูปนั้นนึกขึ้นได้ท่านเลยเอาขันธ์ 5 ไป
ขอขมาหลวงปู่คำดี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลวงปู่ท่านจะระวังคำพูดของท่านมากๆ ส่วนหนึ่งที่มา ของอริยสงฆ์วาจาสิทธิ์แห่งบ้านผึ้ง

2
เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่คำดี ฐิติธมฺโม จารมือ
 
    เหตุจากตะเข็บชายแดน หลังจากที่ชาวบ้านที่นับถือหลวงปู่คำดี ได้มาร่วมบุญกับหลวงปู่คำดีแล้ว หลวงปู่คำดีที่ท่านมี
ความเมตตาสูง และวาจาสิทธิ์นัก เวลาที่พูดท่านจะระวังคำของท่านมาก หลังจากลูกศิษย์ลูกหาไปร่วมงานที่วัด หลวงปู่ท่าน
จะคอยดูแลเรื่องอาหารการกิน ความสะดวกของลูกศิษย์เกือบทุกเรื่อง ถ้าอาหารไม่พอท่านจะให้ลูกศิษย์ไปซื้อมาเพิ่มทันที
ท่านเมตตาจิตมากๆ  ส่วนเรื่องวัตถุมงคลที่ท่านได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงปู่คำคนิง นั้นถ้าใช้ยังไม่ได้ท่านจะยังไม่เอา
มาแจกให้เลย วัตถุมงคลของหลวงปู่คำดีนั้นที่ทำยุคแรกๆ ส่วนใหญ่ที่ท่านเสกเองนั้นท่านจะ แจก เป็นส่วนใหญ่ มายุคหลัง
วัตถุมงคลท่าน ส่วนมากลูกศิษย์ทำมาให้ที่วัดออกร่วมบุญซ่อมบูรณะวัดเสียส่วนใหญ่ เรื่องปัจจัยนั้นหลวงปู่คำดีมีบัญชี
กรรมการวัดให้ตรวจสอบ ท่านเป็นพระที่บริสุทธิ์จริงๆในยุคนี้ แต่เหตุที่คนไม่ค่อยรู้จักท่านเพราะท่านนั้น ท่านได้ปฏิเสธนิตยสาร
ต่างๆที่จะมาขอทำ แต่ก็อีกนั่นล่ะเพราะเป็นพระปฏิบัติ ประสบการณ์เรื่องวัตถุมงคล เรื่องค้าขาย เมตตา แคล้วคลาดมากจน
ลูกศิษย์หลวงปู่คำดี ต้องมีของหลวงปู่ไปฝากลูกหลานเสมอ เพราะรู้ดีว่าวัตถุมงคลของหลวงปู่คำดีนั้นช่วยลูกศิษย์ได้เสมอ
ตั้งแต่ภาคเหนืออีสานออกตก เรื่องที่จะบอกวันนี้คือ มีลูกศิษย์ของหลวงปู่คำดี อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนมาเล่าว่าหลังจาก
ได้เหรียญหลวงปู่คำดี ก็แขวนคอให้ลูกชายตัวเล็กกำลังน่ารักเดินยังไม่แข็งมากนัก แม่ของเด็กชายนั้นให้เด็กนั่งเล่นดินอยู่
ห่างไม่ถึง ๕ เมตรอยู่กับหมาคู่ใจยามเย็นแล้ว แม่ของเด็กน้อยนั้นเดินไปตั้งหม้อนึ่งข้าวเพราะไฟเริ่มได้แล้วซึงก็เป็นแค่ช่วง
เวลาแค่ แป็บเดียวได้ยินหมาเห่าแล้วร้องเอ็งๆเขามาบ้านแม่ของเด็กน้อยมองออกไปยังเด็กน้อย ก็เห็นยายแก่ๆมาเดินมาที่เด็ก
แม่ของเด็กก็มองตลอดเวลา เพราะไม่เคยเห็นยายแก่ๆแต่เดินเหินเหมือนไม่ใช่คนมีอายุ แม่เด็กน้อยกะว่าถ้าเห็นถ้าไม่ดีนาง
จะวิ่งไปทันเพราะห่างไม่กี่ก้าว แต่ที่แปลกใจคือแม่เด็กน้อยไม่เคยเห็นยายแถวนี้ แม่ของเด็กน้อยเลย ลุกเตรียมไปถามว่ายาย
มาหาใครไปไหนมา ไม่ทันได้ถามยายเอื้อมมือไปจับมือเด็กน้อย และเรื่องที่ไม่คลาดฝันก็เกิดขึ้น ยายร้องหวีด....เสียงหลงทำให้
เด็กน้อยร้องจ้า...แม่เด็กตกใจรีบวิงไปอุ้มลูกชายและ ดึงออกมาจากยายทันที แต่แปลกคือยายนั้นวิงออกไปเลยไม่พูดจา
ทำให้แม่ของเด็กกลัว วันหลังพอได้ไปทำบุญที่วัดก็ได้ไปเล่าให้พระฟัง และไม่ค่อยได้ห่างลูกชายเลย
ชาวอีสานมักเรียกผู้ถูกผีปอบเข้าสิงว่า “ปอบเข้า” โดยจะมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันไป บางคนอาจแสดงลักษณะอาการก้าวร้าย
 ดุร้าย บางคนอาจนอนซมคล้ายกับคนป่วยไข้หนัก แต่บางคนก็อาจจะร่ำไห้ รำพึงรำพันไปต่างๆ นาๆ ลักษณะอีกหนึ่งอย่างที่เราสามารถพบเห็นได้อยู่ทั่วไป คือ ผู้ที่ถูกผีปอบเข้าสิงมักจะเรียกหาอาหารที่สุกๆ ดิบๆ อาทิ ตับหมู ตับไก่ เวลาที่กินก็จะมูมมาม แสดงความตะกละออกมา และกินจุได้มากกว่าปกติ ซึ่งเมื่อญาติพี่น้องที่รู้ว่ามีคนที่ป่วยนั้นกำลังถูกผีปอบเข้าสิงก็มักจะไปตามหมอผีให้มาช่วยขับไล่ ว่ากันว่าผีปอบที่คนโบราณ หรือคนในยุคปัจจุบันนี้พบกันนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นวิญญาณผีปอบที่เกิดจากคนที่เรียนวิชาปอบที่ตายไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ เมื่อตนมีชีวิตอยู่ยึดติด ยึดมั่นในวิชาอย่างไร พอตายจากโลกนี้ไปก็ยังเป็นเช่นนั้น เช่น ยังอยากกินเนื้อดิบๆ เครื่องในสดๆ ก็เลยหาวิธีเข้าสิงคนเพื่ออาศัยร่างเหล่านั้นในการหากินของดิบๆ สดๆ ต่อไป มีภาวะคล้ายๆ กับ “สัมภเวสี” หรือ “อสูรกาย” ซึ่งผีปอบเหล่านี้เมื่อแผ่ส่วนบุญไปให้ พูดคุยขับไล่ก็จะออกง่ายกว่าพวกที่เรียนวิชาแล้วกลายเป็นผีปอบ หรือจำพวกที่มีการสืบทอดแท้ๆ หากเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่มีวิชาอาคมมาก และมีจิตแข็ง พลังจิตสูงจะไล่ยาก อีกทั้งยังสามารถเอาชีวิตคนที่มีเวรกรรมเนื่องต่อกันได้ เรียกว่า “ผีปอบเจ้ากรรมนายเวร” โดยผีปอบประเภทนี้สามารถทำบุญแผ่ส่วนกุศลให้สามารถอโหสิกรรมได้  ถึงแม้ว่าในยุคสมัยนี้จะไม่ค่อยได้เห็นพิธีการไล่ผีปอบกันสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพิธีกรรมเหล่านี้จะหายไปจากสังคม สิ่งที่เราทำได้คือการใช้ชีวิตให้อยู่บนความสุจริต คิดดี ทำดี แล้วก็อย่าลืมหมั่นทำบุญทำทานกันด้วย เราจะได้อยู่รอดปลอดภัย ไม่สามารถมีภัยอันตรายใดใดมาทำลายเราได้ แต่เรื่องเร้นลับตามแนวชายแดนป่าเขายังไม่สามารถที่จะอธิบายเรื่องราวหลายๆอย่างได้ (หลวงปู่คำดี ฐิติธมฺโม ท่านเป็นศิษย์สายสมเด็้จลุน ผ่านหลวงปู่คำคนิง หลวงปู่คำดีท่านอยู่จ.ศรีสะเกษ)ท่านที่ไม่ทราบประวัติ อาจจะงงมีหลวงพ่อที่อุบลซึ่งปราบปอบอีกองค์คือ พระครูวุฒิสารคุณ (คำดี ธมฺมวุฑฺโฒ) เจ้าอาวาสวัดบัวระพา อดีตเจ้าคณะตำบลทรายมูล เขต 1 อ.น้ำพอง หลวงพ่อคำดี มรณภาพแล้ว




3
หลวงปู่ฉาบ เขมจิตโต วัดคลองจันทร์
รูปหล่อ พระครูเกษมชัยคุณ หลวงปู่ฉาบ เขมจิตโต วัดคลองจันทร์ ต.ห้วยงู อ.หันคา จ.ชัยนาท อายุ ๙๓ ปี

4
            ชีวประวัติ หลวงพ่อฉาบ วัดคลองจันทร์
        มีนามเดิมว่า ฉาบ นามสกุล เกรงขาม เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12 ปีมะโรงตรงกับ
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2447 ณ.ตำบลจำลอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เป็นบุตรนายชม นางแผ้ว
เกรงขามบิดามารดามีอาชีพทำนาตอนเด็กๆบิดามารดาได้นำไปฝาก เรียนหนังสือที่วัดใกล้บ้านจนสามารถอ่าน
ออกเขียนได้ พออายุได้ 18 ปีถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารสังกัดทหารช่าง ที่บางซื่อ จนกระทั่งอายุได้ 22 ปี จึงปลด
ประจำการจึงกลับมาอยู่บ้านช่วยบิดามารดาทำนา
อุปสมบท
หลวงพ่อฉาบไดัการอุปสมบท ณ พัธสีมาวัดบ้านพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง โดยมีพระครูสุภาวินิต เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอธิการบาง วัดบ้านพราน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์หล่ำ วัดบ้านพราน เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับฉายาว่า เขมจิตโตหลังจากอุปสมบทแล้วเป็นพระชอบค้นคว้าทดลองในด้านวิชาอาคมต่างๆ ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น
ด้วยท่านมีนิสัยพูดจริงทำจริง ไม่กลัวใคร และได้ปรนนิบัติรับใช้ครูบาอาจารย์และฝึกฝนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
จนมีความรู้ความชำนาญจึงได้กราบลาอาจารย์ไปศึกษาวิชาเพิ่มเติมกับพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงในขณะนั้น อาทิ

หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา หลวงพ่อศรี วัดพระปรางค์
หลวงพ่ออินทร์ วัดเกาะหงษ์เรียนวิชาฝังเข็มทอง
หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพเรียนวิชาการทำมีดหมอและการทำผ้ายันต์พญาฉัททันต์
หลวงพ่อแจ่มวัดวังแดงเหนือเรียนวิชาการทำมีดปากกา
หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก เป็นต้น

หลังจากบวชใหม่ๆท่านก็ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อเเจ่ม วัดวังแดงเหนือ อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา ท่านปรนนิบัติรับใช้
หลวงพ่อเเจ่มอยู่หลายปี ได้รับการถ่ายถอดวิชามีดพระขรรค์และผ้ายันต์นางกวักเมตตตาค้าขาย มาโดยตรง ซึ่งวิชามีด
พระขรรค์นี้เรียนได้ยากลำบากมาก หลวงพ่อเเจ่มท่านก็คนจริง เมื่อเวลาเสกมีดต้องเสกให้ปลอกมีดกับด้ามมีดวิ่งเข้า
หากันให้ใด้ ถ้าดัง "แกร็ก" ถือว่าใช้ได้หลวงปู่ฉาบได้เพียรพยายามจนสำเร็จ หลวงพ่อแจ่มจึงแนะนำให้ไปเรียนทาง
เมตตาลงนะหน้าทองกับหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ซึ่งหลวงปู่ฉาบเองท่านก็เรียนจากหลวงพ่อจงมาเพียงอย่างเดียว
จากนั้นท่านก็ศึกษาหาความรู้มาเรื่อยๆ มาพบกับครูบาอาจารย์รูปต่างๆอาทิหลวงพ่อศรี วัดพระปรางค์ จ.สิงห์บุรี
ก็ได้ศึกษาทำแหวนแขน แหวนนิ้ว และน้ำมนต์ ,หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ ได้ศึกษาเรื่องการทำมีดหมอ พระปิดตา
ผ้ายันต์ช้างและเคล็ดการใช้ธาตุทั้ง 4 ซึ่งวิชาเรื่องธาตุ4 นี้ ภายหลังหลวงพ่อจ้อย วัดศรีอุทุมพร นครสวรรค์
ยังมาขอศึกษาโดยตรงกับหลวงพ่อฉาบ (ในประวัติหลวงพ่อจ้อย ได้ลงไว้) จากเกจิหลายรูปที่กล่าวมาแล้ว
หลวงปู่ฉาบยังมีอาจารย์องค์สำคัญอีกรูปคือ หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี
ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาตะกรุดมหาอุด-คงกระพัน ให้กับหลวงปู่ฉาบ จนเป็นที่มาในตำนาน "ตะกรุดเสาอากาศ"
ตะกรุดเสาอากาศเป็นตำหรับวิชา จากหลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา ที่หลวงปู่ฉาบ ได้ไปร่ำเรียนมาด้วยความยากลำบาก
เพราะอ.เดิมบาง เมืองสุพรรณในสมัยนั้นมีแต่ป่า มีสัตว์ร้ายชุกชุม วัดหลวงพ่ออิ่มก็ไม่ได้สะดวกสบายอะไร
ต้องอยู่รับใช้หลวงพ่ออิ่ม จนได้วิชาทำตะกรุดมา ท่านมั่นใจในวิชานี้มาก ทดลองทำจนเชื่อมั่นว่าดีจริง
ซึ่งประสบการณ์มีให้เห็นอยู่มากมายตะกรุดเสาอากาศท่านมีประสบการณ์มากตั้งแต่ครั้งสงครามเวียดนาม ปี2510 เป็นต้นมา
ท่านลงเองเสกเอง ตอนแรกเข้าใจว่าลงเป็นตะกั่วยังไม่ได้หุ้ม แต่เมื่อนำมาใช้กันแล้วตะกั่วนั้นชำรุดง่าย
จึงได้ตัดเสาอากาศทีวีสมัยนั้นนำมาหุ้มด้านนอกอีกที เสมือนสวมหลอดป้องกันตะกรุดด้านใน สิ่งนี้เองก็กลายเป็นเอกลักษณ์ไป
ตะกรุดเสาอากาศ ลงอาคมแบบเด็ดขาดนิยมกันมานาน สร้างช่วงสงครามเวียดนามครั้งเดียว และมีให้เห็นอยู่แบบเดียว
ที่มีกันอยู่ทุกวันนี้ท่านได้ลงไว้ตั้งครั้งสงครามแล้ว ทำไว้จำนวนมาก และได้เก็บไว้เรื่อยมา ให้บูชาบ่าง แจกบ้าง
จนท่านมรณภาพเมื่อปี 2545 ของก็ยังมีอยู่
นอกจากนี้ท่านยังได้เรียนวิชาการสักยันต์ต่างๆด้วย
และท่านยังได้เรียนวิชาเกี่ยวกับธาตุทั้งสี่จนมีความชำนาญอย่างดียิ่ง ส่วนผ้ายันต์พญาฉัททันต์ ซึ่งท่านเรียนมาจากหลวงพ่อเดิม
นั้นดีทางค้าขายทางเมตตาและด้านการงานให้มีความประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ต้องการเป็นเอกอุทางด้านเสริมบารมี
เรียกว่าครอบจักรวาลครับ บูชาไว้ในบ้านคุ้มครองบ้าน ไว้ในร้านค้าก็รุ่งเรืองครับ พกติดตัวไว้ป้องกันตัวและเสริมบารมี
เรื่องหนึ่งที่ได้ยินมาคือเรื่องผ้ายันต์คุ้มบ้านมีคนบูชาผ้ายันต์ของหลวงพ่อฉาบไว้ในบ้านแล้วทิ้งบ้านไปหลายวันเพื่อเดินทาง
ไปต่างจังหวัดแต่เพื่อนบ้านใกล้เตียงเห็นเปิดหน้าต่างไว้จึงคิดว่ามีคนอยู่ไม่ได้สนใจว่าหน้าต่างบ้านเปิดไว้เพราะถูกคนร้าย
งัดบ้านหน้าต่างเปิดไว้จนเจ้าของบ้านกลับมาจึงทราบว่ามีขโมยเข้ามาในบ้านแต่เป็นที่น่าอัศจรรย์ไม่มีทรัพย์สินเสียหาย
หรือถูกขโมยไปแม้แต่ชิ้นเดียวนอกจากรอยเท้าคนร้ายย่ำวนไปมาและรอยถูกงัด ภายในบ้านมีเพียงรูปยันต์บูชาติดผนัง
ไว้ข้างหิ้งพระผืนเดียวเท่านั้นแถมชาวบ้านเองยังบอกว่านึกว่ามีคนอยู่ในบ้านทุกวันไม่รู้ว่าเจ้าของไม่อยู่เชื่อว่าเป็นผ้ายันต์
ผืนนี้ที่แสดงปาฎิหารย์ให้คนร้ายหนีไป เพราะผ้ายันต์หลวงพ่อฉาบไม่ได้ใช้ผ้าธรรมดา แต่เป็นผ้าที่ใช้คลุมศพ
 มาสกรีนยันต์พญาฉัททันต์

หลวงปู่ฉาบ เมื่อท่านได้ศึกษาวิชากับพระอาจารย์จนเชี่ยวชาญแล้ว ท่านได้มาจำพรรษา ณ วัดคลองจันทน์ ต. ห้วยงู
อ. หันคา จ. ชัยนาท ซึ่งขณะนั้นมี หลวงพ่อโป๋ เป็นเจ้าอาวาส ภายหลังหลวงพ่อโป๋มรณภาพลงชาวบ้านจึงพร้อมใจ
กันอาราธนานิมนต์ หลวงปู่ฉาบ เป็นเจ้าอาวาสสืมต่อมาจนถึงวันที่ 28 มีนาคม 2542 ซึ่งเป็นวันที่หลวงปู่มรณภาพ

สุดยอดวิชาของหลวงปู่ฉาบ คือสักกระหม่อมเป็นตัวอัง ฝังเข็มทองตำรับหลวงพ่ออินทร์ และเครื่องรางที่สุดยอด
คือมีดหมอลงยันต์นูน ผ้ายันต์พระยาฉัตทัน ตะกรุดเสาอากาศ ปลัดขิกตะกั่ว พระเครื่องที่สุดยอดคือเหรียญรุ่นแรกหลัง
ฌาปนกิจโยมแผ้ว เกรงขาม ท่านเป็นพระที่เก่งจริงขนาดท่านนั่งซ้อนมอเตอร์ไซด์แล้วเกิดอุบัติเหตุขาหักท่านยังไม่ยอม
ไปหาหมอเป่าคาถาเองจนหายเป็นปกติ ผ้ายันต์ช้างของท่านมีคนบูชาแล้ววันดีคืนดีมีเสียงร้องให้ได้ยินด้วยอภินิหาร
ของท่านมีให้เล่าอีกเยอะ ผมเองบังเอิญได้มีวาสนาเป็นลูกศิษย์ท่านช่วงไปรับราชการที่อำเภอหันคาได้มีโอกาสลงกระหม่อม
กับท่านในวันเสาร์ห้าโดยลงในโบสถ์และท่านเคยชวนไปปลุกเสกพระกับท่านที่จังหวัดเพขรบูรณ์ พระคณาจารย์หลายองค์
ในยุคนั้นให้ความเคารพท่านมาก

5
เหรียญเงินหลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก รุ่นเเรก ปี๒๕๓๖
จัดสร้างเป็นเหรียญสี่เหลียม วงกลม เเละ รูปไข่ สร้างตามจำนวนจองสมัยนั้น
สมัยหลวงปู่โง่นดำรงขันธุ์ อยู่ ลูกศิษย์ของจัดสร้างสมัยนั้น มี ทอง คำและเงิน เนื้อทองแดงไม่ทัน
สร้างทีหลัง ถ้าจำไม่ผิด ธนาคารศรีนคร จัดสร้างสมัยนั้น

6
       พระผงท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี องค์พิเศษฝังแร่
ท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี  สร้างโดย หลวงปู่โง่น โสรโย
หลวงปู่โง่น ท่านสร้างมาช่วยเหลือลูกศิษย์หลายที่ ทำสร้างเสกเสร็จก็เอาไปบรรจุไว้ตามหลุมลูกนิมิตบ้าง เจดีย์บ้าง
ในวัดและสถานที่สำคัญ ๆ  ทั่วประเทศ พอ พ.ศ.๒๕๑๔ ครั้งสร้างเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน  หลวงปู่โง่นก็นำพระว่าน
ผงไม้เสาหลักเมืองเก่า และดินศักสิทธิ์นำมากด ขึ้นรูปพระผงท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี หลวงปู่โง่นยังเมตตา
กล่าวรับรองว่า  ผู้ใดก็ตามที่พกท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี ของท่านย่อมรอดพ้นจากภัยพิบัติอันตรายทังปวง 
ไม่ว่าจะคุณไสย คุณคน หรือคุณผีก็ป้องกันได้ทั้งหมด  เพราะท่านสร้างเสกและเชิญลงท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี
ด้วยสรรพวัสดุที่มีคุณค่าทางจิตใจ จากทุกสารทิศทั่วโลกหรือการ มีอำนาจวาสนา ทางโภคทรัพย์ ขจัดสิ่งอัปมงคล
        อีกทั้งมวลสารเหล่านั้น  หลวงปู่โง่นท่านได้ดำเนินการเก็บรวบรวมมาด้วยองค์ท่านเองทั้งสิ้น  ปลุกเสกเดี่ยวโดยลำพังจากท่าน
 “พระผงท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี  ”  ของหลวงปู่โง่น
จะเป็นพระผงพิมพ์สี่เหลี่ยม  เนื้อดินศักสิทธิ์อุดพระธาตุ


7
    หลวงปู่ชื่น ติคญาโณ วัดตาอี จ.บุรีรัมย์
     ยอดพระเกจิอาจารย์สายเขมรที่เปี่ยมไปด้วยเมตตามหาบารมี หลวงปู่ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสายวิปัสนากรรมฐาน
ถือธุดงค์เป็นวัตร มีพลังจิตญานขั้นสูง เชี่ยวชาญในพระเวทย์วิทยาคมอาถรรพณ์เวทย์สายเขมรโบราณ ท่านเป็นหนึ่งในศิษย์สาย
เขากุเลนซึ่งเป็นสถานที่ ในการเจริญวิปัสสนากรรรมฐานและพระเวทย์วิทยาคมขั้นสูงของเขมร วัตถุมงคลที่หลวงปู่ได้ทำการอธิฐานจิต
ปลุกเสก ล้วนแล้วแต่แรง เห็นผล และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้บูชามากมาย โดยเฉพาะทางมหาเสน่ห์ เมตตา-มหานิยม โชคค้าขาย
เสริมดวงชะตาราศี เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน วัตถุมงคลของท่านหลายรายการที่สร้างออกมาแล้วสร้างประสบการณ์ใช้กับผู้ใช้บูชามากที่สุด เป็นที่กล่าวขานมากถึงความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลัง วัตถุมงคลของหลวงปู่ชื่นที่ได้รับความนิยมสูง เช่นขุนแผน กุมารทอง ตุ๊กตามหาเสน่ห์ ดวงตราอาถรรพณ์ แก้ฮวงจุ้ยสุดยอด..ฯลฯ ถึงแม้หลวงปู่ท่านจะมรณะภาพไปแล้ว(มรณะปี 2547)แต่ก็ยังมีผู้คนเสาะแสวงหาวัตถุมงคล
ของท่านอยู่ไม่ขาด เพราะว่าใช้แล้วเห็นผลดีแรงเห็นผลทันตาอธิษฐานได้ดั่งใจปรารถนา หลวงปู่เป็นหนึ่งในพระสงฆ์ที่เป็นที่เคารพบูชาของศิษยานุศิษย์และผู้คนทั้งหลายที่ศรัทธาในบุญบารมีของท่าน วัตถุมงคลของหลวงปู่ชื่นเป็นสุดยอดวัตถุมงคลแห่งยุคที่ต้องมีไว้บูชา
กุมารรับทรัพย์ รุ่นรับทรัพย์ เนื้อโลหะชุบเงินผิวโบราณ สร้างปี พ.ศ.2545 เป็นหนึ่งในวัตถุมงคลรุ่นรับทรัพย์ สร้างปี พ.ศ.2545 วัตถุมงคลรุ่นรับทรัพย์นี้ทำพิธีพุทธาภิเศกโดยพระเดชพระคุณหลวงปู่ชื่น อย่างสุดศักดิ์สิทธิ์และเข้มขลัง ที่ปราสาทพนมรุ้ง โดยหลังพิธีหลวงปู่บอกว่าเห็นนางฟ้านางอัปสร มาโปรยดอกไม้ทิพย์ไปยังวัตถุมงคลที่หลวงปู่ปลุกเสกด้วย จึงไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าทำไมวัตถุมงคลรุ่นนี้จึงได้รับความนิยมมากและมีผู้นำไปใช้แล้วดีมีประสบการณ์สูง เพราะแม้นแต่เทพเทวดาก็ยังลงมาอวยพรให้ กุมารรุ่นนี้เป็นกุมารอีกรุ่นหนึ่งที่หลวงปู่ชื่นท่านได้ปลุกเสก เนื่องจากกุมารของหลวงปู่ในแต่ละรุ่น เช่นกุมารดูรก(พรายขอดทรัพย์) ,กุมาร 9 โกฎิ กุมารในน้ำมัน ...ฯลฯ
แต่ละรุ่นล้วนได้รับความนิยมสูงมากในบรรดาผู้ที่ชื่นชอบกุมารทอง
***กุมารรับทรัพย์ มีลักษณะเป็นกุมารทองกวัก ถือพานเงิน ด้านล่างตอกโค๊ด อุดผง ฝังตะกรุด หลวงปู่ได้ทำการอธิษฐานจิตปลุกเสก
เรียกจิตเรียกตน หนุนธาตุ 4 เรียกอาการ 32 ให้มีจิตมีตนอย่างสุดเข้มขลัง หลวงปู่ปลุกเสกให้แรงไม่แพ้กุมารรุ่นอื่นๆของหลวงปู่
 ถือเป็นกุมารอีกรุ่นหนึ่งที่น่าบูชา สำหรับท่านที่ชอบกุมารทอง

8
         เหรียญทองแดงรมดำ พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล วัดเขากง จังหวัดนราธิวาส
ขนาด 2.3 X 3.5 c.m. เป็นรุ่นแรก สร้างพ.ศ.๒๕๑๑
*** พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเททองหล่อ*** รัชกาลที่ ๙
ชนวนมวลสารจะเป็นชนวนและวัตถุมงคลเก่าๆจากหลายเกจิอาจรย์และยังได้รับแผ่นมาจาก พ่อท่านเส้ง วัดแหลมทราย สงขลา
พ่อทิม วัดช้างให้ พ่อท่านนำ วัดดอนศาลา ตามประวัติการสร้างเล่าว่าในการหลอมครั้งแรกแผ่นของทั้ง 3 อาจารย์ไม่สามารถ
ละลายมาหลอมรวมกันได้จนต้องตักออกมาทำพิธีใหม่จึงสามารถหลอมได้สำเร็จ เป็นหนึ่งในเหรียญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์
อีกองค์หนึ่งของดินแดนตอนใต้ พิธีปลุกเสกยิ่งใหญ่จากพระคณาจารย์สายใต้ผู้เข้มขลังในยุคสมัยนั้นจำนวนหลายๆ รูป
   เหรียญพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล ปี๒๕๑๑ วัดเขากง จ.นราธิวาส เหรียญนี้จัดสร้างโดยนำชนวนมวลสารจากเกจิอาจารย์
ดัง-สายใต้มากมายหลายท่านอาทิเช่น ***** หลวงปู่นาค วัดระฆัง อาจารย์นอง วัดทรายขาว หลวงพ่อแดง วัดเชิงเขา
อาจารย์ชุม ไชยคีรี ฯลฯ และยังได้ทำการปลุกเสกอีกหลายวาระ รายนามพระเกจิอาจารย์ที่ร่วมปลุกเสก
๑.พ่อท่านเส้ง วัดแหลมทราย จ.สงขลา
๒.พ่อท่านแสง วัดคลองน้ำเจ็ด จ.ตรัง
๓.พ่อท่านเมือง วัดท่าแหน ลำปาง
๔.หลวงปู่นาค วัดระฆัง กทม.
๕.พ่อท่านหมุน วัดเขาแดงตะวันออก จ.พัทลุง
๖.พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ จ.ปัตตานี
๗.หลวงพ่อดำ วัดตุยง จ.ปัตตานี
๘.พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา จ.พัทลุง
๙.พ่อท่านเขียว วัดหลงบล
๑๐.ฆราวาสสายเขาอ้อ ท่านขุนพันธุ์ฯ อาจารย์ชุม ไชยคีรี ฯลฯ


** เหรียญพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล วัดเขากง จ.นราธิวาส ปี ๒๕๑๑ เกจิดังปลุกเสกเพียบ สร้างจากชนวนวัตถุมงคลเก่าๆ
และตะกรุดของเกจิอาจารย์จำนวนมาก และต่อมายังเข้าปลุกเสกอีกหลายวาระ ในพิธีเททอง ขณะกำลังหลอมโลหะวัตถุดิบ
ว่ากันว่าแผ่นยันต์ของพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้, พ่อท่านเส้ง วัดแหลมทราย และของอาจารย์นำ วัดดอนศาลา หลอมไม่ละลาย
ทำให้ต้องตักแผ่นขึ้นมาใหม่ทำพิธีอีกจึงหลอมได้สำเร็จ เหรียญเนื้อทองแดงรมดำ เป็นรุ่นแรก เหรียญมีห่วงเดิมๆ สภาพสวยๆ
ตามภาพ เป็นเหรียญที่มีพิธีปลุกเสกดีมากพิธีหนึ่งของภาคใต้ในยุคนั้นครับ พระเกจิอาจารย์ทั้งสายเขาอ้อ และ
พระอาจารย์สายใต้ที่เก่งๆและโด่งดังในยุคนั้นร่วมปลุกเสกมากมาย เหรียญดี ราคาเบา น่าบูชา มีประสบการณ์ในพื้นที่
สามจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายต่อครั้งอีกทั้งพุทธศิลป์ที่งดงามเลิศล่ำ เหมาะที่จะบูชาสะสม ราคาเบามาก ถ้าเทียบกับ
พิธีการสร้างและตัวเกจิอาจารย์ที่ร่วมปลุก...... วัดเขากง สถานที่ประดิษฐาน บริเวณพุทธอุทยาน วัดเขากงมงคลมิงมิตรปฏิฐาราม
ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส สถานที่อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่เป็นศรีสง่าแก่ภาคใต้องค์หนึ่งได้แก่
พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล การก่อสร้างได้เริ่มขึ้นในปี ๒๕๐๙ แล้วเสร็จในปี ๒๕๑๒
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเสด็จพระราชดำเนินทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเมื่อปี ๒๕๑๓ พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล
เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่มีพุทธลักษณะงดงาม ประกอบกับประดิษฐานอยู่ยอดเขาจึงสูงเด่นเป็นที่น่าเลื่อมใสศรัทธา
วัดเขากง-พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล จากตัวเมืองใช้ทางหลวงสายอำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอระแงะ
(ทางหลวงสาย 4055) ประมาณ 6กิโลเมตร ถึงกิโลเมตรที่ 105จะมองเห็นวัดเขากงและพระพุทธรูป ทักษิณมิ่งมงคลสีทอง
ประทับนั่งปางประทานพรอยู่บนยอดเขา วัดเขากงตั้งอยู่ในตำบลเขากง อำเภอเมือง มีเนื้อที่กว้าง ๑๔๒ ไร่
พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙ แล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๑๒ สิ้นค่าก่อสร้าง ทั้งสิ้นกว่า ๕ ล้านบาท
องค์พระเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา หน้าตักกว้าง ๑๗ เมตร สูงจากบัวใต้พระเพลา ถึงพระเกศบัวตูม ๒๓ เมตร และ
ได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมด้วยดินจากสังเวชนียสถาน มา ประดิษฐานที่พระอุระเบื้องซ้าย การก่อสร้างเป็นแบบคอนกรีตเสริมเหล็กประดับด้วยกระเบื้องโมเสดสีทอง องค์พระพุทธรูป มีลักษณะตามอิทธิพลของสกุลศิลปะอินเดียใต้โจฬะรุ่นหลัง
จะพบพุทธรูปสกุลนี้ มากที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จนเรียกกันว่า "แบบนครศรีธรรมราช" หรือเรียกอย่างสามัญว่า พระพุทธรูป
แบบ "ขนมต้ม" เนื่องจากพระวรกายล่ำสันทุกส่วน สังฆาฏิจัดกลีบแผ่กว้างเต็มพระอังสาเบื้องซ้ายและชายจีวร ใต้พระเพลา
ทำเป็นริ้วให้ความรู้สึกของการตกแต่งสวยงามกว่าแบบอื่นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากองค์พระพุทธทักษิณมิ่งมงคลแล้ว
ยังมีพระอุโบสถและเจดีย์สิริมหามายา ซึ่งเป็นรูปทรง ระฆัง ภายในโปร่ง บนยอดสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์
เหรียญพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล พระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาเป็นประธาน อาจารย์นำ วัดดอนศาลา ปลุกเสก ปี๒๕๑๑
วัดเขากง จ.นราธิวาส เนื้อทองแดงรมดำสวยเดิมมาก พิธีใหญ่น่าใช้มาก ในหลวงเสด็จในพิธี เกจิสมัยนั้นร่วมปลุกเสกมากมาย.
...ปัจจุบันไม่ค่อยเห็น....ออกไม่มากเพียงสองหมื่นเหรียญเอง

9
ขุนแผนรามัญ ขมังเวทย์ เมืองปทุม

     หลวงพ่อหร่ำ เป็นพระเกจิที่ชาวปทุม เคารพนับถือท่านมาก วัตถุมงคลของท่านเป็นที่ต้องการของชาวเมืองปทุม
ลูกศิษย์ลูกหามากมาย วัตถุมงคลของท่านมีประสบการณ์มาก ตัดแบ่งกันก็เคยมี วาจาสิทธิ์ แค่เตือนโจรก็กลับใจแล้ว
หลวงพ่อหร่ำเป็นพระที่มีอายุยืนยาวมาก มรณภาพด้วยโรคชราเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๔
วัตถุมงคลของท่านหายากครับ

10
พระชัยวัฒน์ นเรศวรเมืองงาย ปี ๒๕๑๒

               พระชัยวัฒน์ นเรศวรเมืองงาย  สร้างเพื่อหาทุนก่อสร้าง “พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์”
ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยมี พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เป็นประธานจัดสร้าง
พล ต.ต.ยรรยง สะท้านไตรภพ และ พระอาจารย์ไสว สุมโน วัดราชนัดดา เป็นเจ้าพิธี
             ก่อนประกอบพิธีเททอง คณะกรรมการได้ส่งแผ่นทอง เงิน นาก ให้พระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศ ปลุกเสกตลอดพรรษา พระพุทธรูปปั้นและเททองหล่อโดยนายแม้น บัวแดง ช่างหล่อพระพุทธชินราชชื่อดัง
            พระชัยวัฒน์ นเรศวรเมืองงาย  ออกแบบและแกะแม่พิมพ์โดย นายช่างเกษม มงคลเจริญ สุดยอดฝีมือช่างแกะพระแห่งยุค
โดยได้กำหนดฤกษ์วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๒ เป็นวันประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่
 เริ่มพิธีจุดเทียนชัย และเจริญพุทธมนต์ สวดพุทธาภิเษก ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๑๒
            *****พระชัยวัฒน์ นเรศวรเมืองงาย  เนื้อนวโลหะ สร้าง ๒,๕๑๒ องค์****
พระชัยวัฒน์นเรศวร เนื้อนวโลหะ สร้าง ๒,๕๑๒ องค์ ๓.พระร่วงรางปืน เนื้อทองแดงรมดำ สร้าง ๙๘,๐๐๐ องค์ ๔.พระร่วงรางปืน หลังแบบ สร้าง ๒,๐๐๐ องค์ ๕.เหรียญสมเด็จพระนเรศวร สร้าง ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ มีเนื้อทองแดงรมดำ และเนื้อทองแดงผิวไฟ ส่วนเนื้อทองคำสร้างน้อยมาก (ข้อมูลจาก “หนังสือพระเครื่องเมืองเหนือ ๑๕ จังหวัด” โดยทรงชัย เจตะบุตร อ.ยุทธ เดชคำรณ พิมพ์ครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๕๑๕)
         
        ในพิธีพุทธาภิเษกนี้ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ได้กราบบังคมทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธาน
ในพิธีเททองพระพุทธสิหิงค์ และนมัสการ สมเด็จพระวันรัต เป็นประธานเททอง พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย
เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๒
             รายนามพระเกจิอาจารย์ที่ร่วมนั่งปรกปลุกเสกในพิธีพุทธาภิเษก
๑.พ่อท่านคล้าย วัดจันดี ๒.พระเทพวิสุทธิเมธี (เจีย) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ๓.หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
๔.หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร ๕.พระครูสงัด วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ๖.หลวงพ่อก๊ก วัดดอนขมิ้น
๗.หลวงพ่ออั้น วัดพระญาติการาม ๘.หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ ๙.หลวงพ่อนอ วัดท่าเรือ ๑๐.หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช
๑๑.หลวงพ่อคง วัดบ้านสวน ๑๒.พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา ๑๓.หลวงพ่อเล็ก วัดดินแดง ๑๔.หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู
๑๕.หลวงพ่อชื่น วัดตำหนักเหนือ ๑๖.พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ๑๗.หลวงพ่อแดง วัดบางเกาะเทพศักดิ์
๑๘.หลวงพ่อจ้วน วัดเขารูปช้าง ๑๙.หลวงพ่อเตียง วัดเขารูปช้าง ๒๐.หลวงพ่อจ้อน วัดเจ็ดริ้ว
๒๑.พระวิบูลย์เมธาจารย์ วัดดอนเจดีย์ ๒๒.พระอาจารย์สมคิด วัดระฆังโฆษิตาราม ๒๓.พระราชมุนี วัดปทุมวนาราม
๒๔.พระอริยเมธี วัดปทุมวนาราม ๒๕.พระครูพุทธิวัฒน์ วัดธรรมจักร ๒๖.พระครูอภัยจริยานิยม วัดใหม่ ๒๗.ครูบาวัง วัดบ้านเด่น
๒๘.พระราชวิสุทธิ วัดสวนดอก ๒๙.พระอาจารย์สม วัดหัวข่วง ๓๐.พระอาจารย์ชุบ วัดเกาะ ๓๑.หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน
๓๒.พระราชปัญญาโสภณ วัดราชนัดดาราม ๓๓.พระครูพิทักษ์วิหารกิจ วัดราชนัดดาราม ๓๔.หลวงพ่อเปี่ยม วัดเทพธิดา
๓๕.พระพิธีธรรม ๔ รูป สำนัดวัดราชนัดดารามวรวิหาร ๓๖.พระพิธีธรรมรามัญ ๔ รูป สำนักวัดตำหนักเหนือ จ.นนทบุรี
๓๗.พระพิธีธรรม ภาคพายัพ สำนักจังหวัดเชียงใหม่

11
พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย ปี ๒๕๑๒

               พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย สร้างเพื่อหาทุนก่อสร้าง “พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์”
ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยมี พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เป็นประธานจัดสร้าง
พล ต.ต.ยรรยง สะท้านไตรภพ และ พระอาจารย์ไสว สุมโน วัดราชนัดดา เป็นเจ้าพิธี
             ก่อนประกอบพิธีเททอง คณะกรรมการได้ส่งแผ่นทอง เงิน นาก ให้พระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศ ปลุกเสกตลอดพรรษา พระพุทธรูปปั้นและเททองหล่อโดยนายแม้น บัวแดง ช่างหล่อพระพุทธชินราชชื่อดัง
             พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย ออกแบบและแกะแม่พิมพ์โดย นายช่างเกษม มงคลเจริญ สุดยอดฝีมือช่างแกะพระแห่งยุค
โดยได้กำหนดฤกษ์วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๒ เป็นวันประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่
 เริ่มพิธีจุดเทียนชัย และเจริญพุทธมนต์ สวดพุทธาภิเษก ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๑๒
            *****พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย เนื้อนวโลหะ สร้าง ๒,๕๑๒ องค์****
นอกจากนี้ยังมีพระกริ่งนเรศวรเมืองงายพิเศษ สร้างขึ้นเป็นพระคะแนนของพระกริ่งนเรศวรเมืองงาย ๙ องค์”
(ข้อมูลจาก “หนังสืออนุสรณ์การสร้างอนุสาวรีย์และพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ จ.เชียงใหม่ พิมพ์ พ.ศ.๒๕๑๔)
พระกริ่งใต้ฐานมีตรากลมว่า ‘นเรศวรเมืองงาย เชียงใหม่’ และมีตราสถูปตอกประทับอยู่ ๑-๒ อัน มีอยู่ ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์โต และพิมพ์ย่อม” (ข้อมูลจาก “หนังสือพระเครื่องเมืองเหนือ ๑๕ จังหวัด” โดยทรงชัย เจตะบุตร อ.ยุทธ เดชคำรณ พิมพ์ครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๕๑๕)
         
        ในพิธีพุทธาภิเษกนี้ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ได้กราบบังคมทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธาน
ในพิธีเททองพระพุทธสิหิงค์ และนมัสการ สมเด็จพระวันรัต เป็นประธานเททอง พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย
เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๒
             รายนามพระเกจิอาจารย์ที่ร่วมนั่งปรกปลุกเสกในพิธีพุทธาภิเษก
๑.พ่อท่านคล้าย วัดจันดี ๒.พระเทพวิสุทธิเมธี (เจีย) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ๓.หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
๔.หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร ๕.พระครูสงัด วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ๖.หลวงพ่อก๊ก วัดดอนขมิ้น
๗.หลวงพ่ออั้น วัดพระญาติการาม ๘.หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ ๙.หลวงพ่อนอ วัดท่าเรือ ๑๐.หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช
๑๑.หลวงพ่อคง วัดบ้านสวน ๑๒.พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา ๑๓.หลวงพ่อเล็ก วัดดินแดง ๑๔.หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู
๑๕.หลวงพ่อชื่น วัดตำหนักเหนือ ๑๖.พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ๑๗.หลวงพ่อแดง วัดบางเกาะเทพศักดิ์
๑๘.หลวงพ่อจ้วน วัดเขารูปช้าง ๑๙.หลวงพ่อเตียง วัดเขารูปช้าง ๒๐.หลวงพ่อจ้อน วัดเจ็ดริ้ว
๒๑.พระวิบูลย์เมธาจารย์ วัดดอนเจดีย์ ๒๒.พระอาจารย์สมคิด วัดระฆังโฆษิตาราม ๒๓.พระราชมุนี วัดปทุมวนาราม
๒๔.พระอริยเมธี วัดปทุมวนาราม ๒๕.พระครูพุทธิวัฒน์ วัดธรรมจักร ๒๖.พระครูอภัยจริยานิยม วัดใหม่ ๒๗.ครูบาวัง วัดบ้านเด่น
๒๘.พระราชวิสุทธิ วัดสวนดอก ๒๙.พระอาจารย์สม วัดหัวข่วง ๓๐.พระอาจารย์ชุบ วัดเกาะ ๓๑.หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน
๓๒.พระราชปัญญาโสภณ วัดราชนัดดาราม ๓๓.พระครูพิทักษ์วิหารกิจ วัดราชนัดดาราม ๓๔.หลวงพ่อเปี่ยม วัดเทพธิดา
๓๕.พระพิธีธรรม ๔ รูป สำนัดวัดราชนัดดารามวรวิหาร ๓๖.พระพิธีธรรมรามัญ ๔ รูป สำนักวัดตำหนักเหนือ จ.นนทบุรี
๓๗.พระพิธีธรรม ภาคพายัพ สำนักจังหวัดเชียงใหม่



12
พระผงท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี ออกวัดมิ่งเมือง จ.น่าน
ท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี  สร้างโดย หลวงปู่โง่น โสรโย
หลวงปู่โง่น ท่านสร้างมาช่วยเหลือลูกศิษย์หลายที่ ทำสร้างเสกเสร็จก็เอาไปบรรจุไว้ตามหลุมลูกนิมิตบ้าง 
เจดีย์บ้าง  ในวัดและสถานที่สำคัญ ๆ  ทั่วประเทศ
   พอ พ.ศ.๒๕๑๔ ครั้งสร้างเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน  หลวงปู่โง่นก็นำพระว่าน ผงไม้เสาหลักเมืองเก่า และดินศักสิทธิ์
นำมากด ขึ้นรูปพระผงท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี หลวงปู่โง่นยังเมตตากล่าวรับรองว่า  ผู้ใดก็ตามที่พก
ท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี ของท่านย่อมรอดพ้นจากภัยพิบัติอันตรายทังปวง  ไม่ว่าจะคุณไสย คุณคน หรือคุณผี
ก็ป้องกันได้ทั้งหมด  เพราะท่านสร้างเสกและเชิญลงท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี ด้วยสรรพวัสดุที่มีคุณค่าทางจิตใจ
จากทุกสารทิศทั่วโลกหรือการ มีอำนาจวาสนา ทางโภคทรัพย์ ขจัดสิ่งอัปมงคล
           อีกทั้งมวลสารเหล่านั้น  หลวงปู่โง่นท่านได้ดำเนินการเก็บรวบรวมมาด้วยองค์ท่านเองทั้งสิ้น  และนอกเหนือ
ไปจากการปลุกเสกเดี่ยวโดยลำพังจากท่านแล้ว ยังปลุกเสกโดยหลวงพ่อวัดดอนตัน หลวงพ่อวัดศรีบุญเรือง หลวงปู่ก๋ง
และพระคณาจารย์เมืองน่านสมัยนั้นขึ้น จากนั้นท่านนำขึ้น ทูลเกล้าถวาย  “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” 
ให้ทรงบรรจุไว้ใต้เสาหลักเมือง เหลือนอกจากนั้นท่านก็แจกให้ทหาร  ตำรวจ  ข้าราชการ
และประชาชนทั่วไป  โดยเฉพาะทหาร  รับแล้วไปรบกับผู้ก่อการร้ายจนชนะ
          “พระผงท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผี ออกวัดมิ่งเมือง จ.น่าน ”  ของหลวงปู่โง่น
จะเป็นพระผงพิมพ์สี่เหลี่ยม เนื้อว่านเสาหลักเมืองโบราณ เนื้อดินศักสิทธิ์อุดพระธาตุ และมีมีพิมพ์พระเจ้าทองทิพย์
 * ปลุกเสกโดยหลวงพ่อวัดดอนตัน หลวงพ่อวัดศรีบุญเรือง หลวงปู่ก๋ง หลวงปู่โง่นและพระคณาจารย์เมืองน่านสมัยนั้น
นับเป็นของดีเมืองน่านทีเดียว

*** พระท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งทรัพย์ เทพคุมเหล่าผีของท่านมีสร้างที่วัดพระพุทธบาทเขารวก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
จะมียันต์ และอักษรความเก่าแตกต่างกัน

13
พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่าพิมพ์พิจิตรหน้าวัง เป็นสุดยอดแห่งพระเครื่องเมืองพิจิตรทั้งมวล
    เชื่อกันว่า มีส่วนผสมของเหล็กน้ำพี้ มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเนื้อชินเงิน พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่ามีความแปลกไปจากเนื้อชินเมืองอื่น
เป็นเนื้อชินกรอบ วรรณะออกเทาอมดำ  มีคราบกรุตามซอกพระเกศจะคดไปทางด้านขวาขององค์พระ นอกจากเนื้อชินเงินแล้ว
ยังพบเนื้อชินเขียว และเนื้อชินตะกั่ว มักปรากฎไขขาวสลับกับสนิมแดง
พุทธลักษณะพระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า เป็นพระปางสมาธิ ประทับนั่งอยู่บนฐาน ซึ่งมีลักษณะแบบฐานหมอน ปีกองค์พระทรงกลมรีคล้ายรูปไข่ มีด้วยกันหลายพิมพ์ได้แก่ พิมพ์แขนกลม (นิยม) พิมพ์แขนหักศอก พิมพ์ฐานขีด พิมพ์ไม่มีฐาน
แตกกรุครั้งแรกที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ บริเวณพระราชวังโบราณ พ.ศ.๒๔๙๒ และยังพบพระอีกหลายพิมพ์ ได้แก่
พิมพ์พิจิตรหน้าวัง พิมพ์นาคปรก พิมพ์พิจิตรผงดำ
และยังพบได้อีกหลายกรุ อาทิ กรุวัดช้าง กรุวัดโพธิ์ประทับช้าง กรุท่าฉนวน กรุหัวดง เป็นต้น

14
พระครูวิภัชกิตติสาร (ครูบามงคล) เจ้าอาวาสวัดบางเบน
รับนิมนต์งานพิธีเปิดอาคารบริษัทสุวรรณภูมิทราเวลล์ จำกัด โดยเจิมป้ายวางฤกษ์มงคล
โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้อาวุโส คณาจารย์ บุคลากร ร่วมงาน



15
สมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์
พระชัยวัฒน์ฉลองพระหิรัญบัตร๒๔๖๖
ในปี พ.ศ.๒๔๖๖ นั้นทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช และเลื่อนเป็นกรมหลวง พระบรมวงศานุวงศ์
พ่อค้าประชาชนและสงฆ์ในปกครองพร้อมใจกันจัดงานฉลองอย่างสมพระเกียรติ ในการนี้ได้ทรงโปรดให้สร้างพระหล่อขึ้น
เป็นที่ระลึกเรียกกันว่า "พระชัยวัฒน์ฉลองพระหิรัญบัตร ๒๔๖๖" ทรงประกอบพิธีเททองด้วยพระองค์เองที่ลานพระอุโบสถ
วัดราชบพิธฯ โดยมีพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมและพระราชาคณะมาร่วมเจริญพระพุทธมนต์และนั่งปรกปลุกเสกกันอย่างเต็มที่
ซึ่งท่านเป็นทั้งศิษย์หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อีกทั้งหลวงพ่อเนียมวัดน้อยอีกด้วย

หน้า: [1] 2 3 ... 12




Facebook Page