ขอบคุณที่มา:เพลงธงชาติ : Little Angel โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 คำร้อง-ทำนอง : หลง ลงลาย รายการ ครอบครัวเดียวกัน ThaiPBS

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็ป Timpirus.com

เรียนผู้ศรัทธาในหลวงปู่ทิม อิสริโก และผู้สนใจในเวปทิมภิรัติทุกท่านทราบ

เนื่องด้วยเวปทิมภิรัติมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งมาเพื่อเผยแผ่เกียรติคุณของหลวงปู่ทิม อิสริโก แห่งวัดละหารไร่และคณาจารย์ท่านอื่นๆที่มีปฏิปทาน่าเคารพเลื่อมใส ให้สาธุชนที่สนใจและมีความศรัทธาในองค์หลวงปู่ฯและคณาจารย์ท่านอื่นๆได้ทราบในข้อเท็จจริงจากแหล่งความรู้ด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง และเชื่อถือได้ โดยปราศจากวัตถุประสงค์ในการหาผลประโยชน์เข้าส่วนตัวหรือเข้ากลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง อันอาจจะทำให้ผู้ศรัทธาบางท่านเกิดความเสียหายได้  ดังนั้นทางผู้จัดทำเวปทิมภิรัติจึงเรียนมาเพื่อให้เหล่าสาธุชนได้ทราบอีกครั้งหนึ่งว่า การดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องกับกิจการกุศลและหรือสาธารณกุศลใดๆ ที่มีผู้สนใจนำมาลงเผยแพร่ผ่านทางเวปนั้น บางครั้งทางเวปก็ไม่สามารถตรวจสอบที่มาและรายละเอียดได้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าท่านผู้สนใจรายใดมีความสนใจในการเช่าหาวัตถุมงคลใดๆก็แล้วแต่ที่ท่านอาจจะได้รับข้อมูลผ่านทางเวปแห่งนี้หรือหนังสือพระเครื่องต่างๆหรือเกิดจากความสนใจศรัทธาส่วนตัวแล้วไซร้ ทางผู้จัดทำเวปก็อยากให้ท่านผู้สนใจหาข้อมูลในเรื่องนั้นๆให้กระจ่างชัดเสียก่อนที่จะได้มีการเช่าหาหรือซื้อหา เพราะบางครั้งความศรัทธาของเราอาจจะมากจนเป็นความงมงายแล้วไปบดบังปัญญาของเราจนอาจจะทำให้เราขาดสติได้  ซึ่งแน่นอนอาจทำให้เราเสียเงินเสียทองโดยใช่เหตุ ส่วนถ้าเป็นเรื่องสาธารณกุศลใดๆที่เกี่ยวข้องกับวัดหรือองค์กรสาธารณกุศลใดที่ทางผู้จัดทำสามารถยืนยันได้ ทางเวปยินดีที่จะพิจารณายืนยันให้เป็นกรณีไป เพราะถือว่าเป็นการช่วยกันเผยแพร่กิจกรรมในอันที่จะเป็นสาธารณกุศลเพื่อส่วนรวมได้ต่อไป และขอให้ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรมทุกท่านที่มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนา

ผ้าขอดแดงหลวงปู่บาง วัดสโมสร ปีละ ๑๐๘ ขอด เท่านั้นประสบการณ์ทั่วแดนเมือง นนทบุรี ใครมีก็หวงแหน
สุดยอดเกจิชาวรามัญ

เครดิต.Lineกนก "ตามรอยเท้าพ่อ" ตามรอยพระบาทยาตรา จังหวัดพัทลุง 29 มกราคม 2560

หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค โดยพระเครื่องเรื่องสนุกโดย คุณหนึ่ง พบพุทธ

 

http://www.timpirus.com/index.php?topic=227.msg292#msg292


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - admin

หน้า: [1] 2 3 ... 22
1
พระพุทธวิโมกข์๔ หน้าตัก ๖ นิ้ว ของหลวงปู่โง่น โสรโย โลหะหล่อหนา ทาทองบร็อนซ์ อุดปูนพลาสเตอร์ใต้ฐาน
ได้มาเพราะความโง่
      คุณแป๊ะเองก็คงเคยได้ยินได้ฟัง ซึ่งหลายคนเขามาถามหลวงพ่อว่า ท่านเอาเงินเอาทองมาจากไหน มาสร้างพระพุทธรูป
องค์ใหญ่ ๆ ส่งแจกไปให้โรงเรียนฟรีได้ถึงสองหมื่นองค์ ต้องใช้เงินมหาศาลเป็นร้อย ๆ ล้านบาทขึ้นไป และก็ไม่มีการเรี่ยไร
บอกบุญจากใครทั้งนั้น นอกจากนี้ยังสร้างโรงพยาบาล จัดหาเครื่องมือแพทย์จากอเมริกาและ ยุโรปมาอีกหลายล้านบาท
หลวงพ่อก็บอกว่า ได้มาจากความโง่ ความเซ่อ ความว่าง เพราะ ฉันชื่อ “โง่น” ที่ ตัดตัว น.หนู ออกไป ก็เหลือแต่ “โง่”
อย่างเดียว และก็ความเซ่อ ความว่างเข้าอีก พอคนถามเขาได้ยินเข้าเขาก็งง เพราะเขาไม่รู้จริงว่าจะเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว
เราได้นำพระพุทธรูปที่เราได้สร้างขึ้นมาด้วยความโง่ ความเซ่อ นำไปแจกทั่วประเทศ ภาคเหนือถึงแม่ฮ่องสอน ภาคใต้ถึงภูเก็ต
สตูล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ถึงหนองคาย อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น นครราชสีมา ฯลฯ ไปทุก
จังหวัดทั่วประเทศไทย และคุณก็ไปแจกด้วยแทบทุกครั้ง
ครั้งแรกประเดิมก่อนก็มีพุทธมณฑล จำนวน ๑,๒๕๐ องค์ ซึ่งใช้รถเทรลเล่อร์ถึง ๒๕ คัน เป็นขบวนยาวเหยียด คนเขาเห็นแล้ว
ตื่นตาตื่นใจ
ครั้งนั้นแจกให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอื่น ๆ บางจังหวัด
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็เสด็จมารับแทนโรงเรียนทุกโรง พอท่านรับเสร็จแล้ว เราก็ให้รถเทรลเล่อร์นั้น
วิ่งไปส่งตามจุดต่าง ๆ ทั้งหมด คุณก็รู้ดี ดังนั้นแหละ คุณแป๊ะเอ๋ย ขอให้เข้าใจและเอาหมาเป็นตัวอย่างบ้าง ฉันถือว่าคุณเป็นเสมือน
ลูกชายที่แสนรัก เพราะคุณหลวงก็ได้ฝากเอาไว้ และคุณเองก็รักเคารพฉันเหมือนพ่อ อันพ่อกับลูกจะสอนกันแบบไหน วิธีการอย่างไร
ก็พร้อมที่จะให้อภัยกัน ถ้าเป็นคนอื่น ฉันจะไม่สอนแบบนี้ เพราะดีไม่ดีโดนด่าเอา พอพูดเสร็จ คุณแป๊ะก็หัวเราะว่า
ดีมาก...เป็นคติที่ดี เพราะวันนี้หมามาอยู่เป็นเพื่อนอีกหลายตัว จึงได้ธรรมะจากมัน ข้าพเจ้าจึงพูดขึ้นว่า คุณแป๊ะเอ๋ย วิถีชีวิต
ของตัวเอง รู้ตัวเองนี้แหละ เป็นบทเรียนที่ดีที่สุด อันการเรียนจากหนังสือ หรือ จากครูอาจารย์ทั้งชั้นประถม มัธยม และอุดมศึกษา
เป็นการเรียนเทียบที่คนอื่นผู้อื่น เขากะเกณฑ์บทเรียนให้ และกำหนดระยะเวลาให้ แต่บทเรียนที่แท้จริงนั้น เราต้องเรียนจาก
ประสบการณ์ของชีวิตจริงของเรา ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรานี้ แม้แต่สุนัขก็เป็นครูอาจารย์ของเราดังกล่าวแล้ว
วันนี้ดึกแล้ว เวลาสองยามพอดี ก็ต่างคนต่างนั่งหรือนอนตามถนัด ใน โสสานิกังคธุดงค์ คือนั่งนอนในที่แจ้งเป็นวัตร
อยู่ในศาลาทิพยอาสน์ริมน้ำ จนรุ่งแจ้งพอดี

2
โปสการ์ดเสกภาพหลวงปู่เทพโลกอุดรหลวงปู่โง่น โสรโย ครูบาบุญชุ่ม
พบหลวงพ่อโลกอุดร
หลวงพ่อโง่น เมื่อครั้งไปประเทศเนปาล
และซ้ายสุดที่กล่าวขานกันว่าเป็นพระครูโลกอุดร
หลวงพ่อโง่น โสรโย ได้เล่าถึงการพบหลวงพ่อโลกอุดร ในครั้งที่ท่านไปประเทศเนปาลว่า
“ฉันไปในที่แห่งหนึ่ง เป็นกำแพงมีแผ่นหินอ่อนจารึกอักษรไว้ แล้วข้าง ๆ กำแพงมีท่อทองแดงยื่นออกมาท่อหนึ่ง
เจ้าบุญชุ่มแกบอกว่า
“หลวงพ่อ เคยอยู่อุตตรประเทศมาตั้งนาน ถ้าหลวงพ่ออ่านตัวหนังสือเหล่านี้ออก ทุกถ้อยกระทงความแล้วละก็
จะมีน้ำไหลออกมาจากท่อทองแดงทันที”
แถวนั้นไม่มีคนเลย มีแต่รั้วกั้นโดยรอบ ฉันก็อ่านตัวหนังสือที่เขาจารึกไว้
พออ่านจบ แทนที่จะมีน้ำพุ่งออกมา กลับมีพระองค์หนึ่งปรากฏปุ๊บออกมาต่อหน้า โกนหัวเหมือนพระภิกษุเรานี่แหละ
ฉันก็คว้าข้อมือไว้ ให้คนที่ไปด้วยถ่ายรูป ถ่ายแล้วล้างฟิล์มอัดออกมากลายเป็นแขก ซ้ำมีผ้าโพกหัวเสีย อีก !
พระองค์นั้น คือ หลวงพ่อโลกอุดร นั่นเอง !”

3
ล็อคเก็ตที่หลวงปู่โง่น ทำตลับบรรจุสีผึ้งเสกเกศาแจก หายาก
เมตตามหาเสน่ห์ มหานิยม แคล้วคลาด             
เป็นพระต้องทวนกระแส
ท้ายสุด หลวงพ่อโง่น โสรโย กล่าวว่า
“พระโลกนาถศาสดาของเรา ท่านมีปราสาทราชมณเฑียรอยู่ถึง ๓ ฤดู ท่านยังทิ้งไปบำเพ็ญทุกรกิริยาถึง ๖ ปี
ท่านก็ทรงเสวยพระกระยาหารของนางสุชาดา เสร็จแล้วเอาถาดทองคำลอยน้ำ ถ้าถาดทองคำนี่ทวนกระแสน้ำได้ก็จะเป็น
พระพุทธเจ้า อันนี้มันเป็นบุคลาธิษฐาน
แต่ถ้า ธรรมาธิษฐาน จริง ๆ วิถี ชีวิตของชาวบ้านกับชาววัดมันทวนกระแสกัน ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข โยมต้องเอา เพราะ
เป็นสิ่งที่เลี้ยงตัวเองกับครอบครัวและวงศ์ตระกูล เงินทอง ลาภยศ ต้องเอา แต่ต้องเอาในทางที่ถูก ยศก็ต้องมี สรรเสริญ
ก็ต้องเอา สุขก็ต้องเอา


แต่พระนี่ทวนกระแสเขา ลาภมี กูไม่เอา ได้มากูก็บริจาคให้คนอื่นหมด ยศกูไม่เอา เพราะเป็นเรื่องของกิเลส สรรเสริญ
ใครไม่ต้องมาสรรเสริญ ความสุขนี่อย่าติดซีโยม เพราะ ดวงจิตเรา ถ้ามีทุกข์ มันจะเห็นทุกข์ จิตใจจะเข้มแข็ง ถ้าเจอแต่
ความสุขมันจะ อ่อนแอ

4
ภาพถ่ายแขวนคอหลังจีวรเสก หลวงปู่โง่น โสรโย
เกิดมาเพื่ออะไร
หลวงพ่อขอย้อนไปตอบข้อสงสัย และคำถามของคุณที่ว่า
“คนเราก็บ้า อยู่ในโลกอันเป็นทิพย์ดี ๆ หนีมาเกิดโลกมนุษย์ เป็นมนุษย์มันแสนจะสับสนวุ่นวาย ไม่รู้จักจบจักสิ้น ตั้งแต่เกิดจนตาย”
หลวงพ่อขอบอกว่า เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมีต่อ มาก่อกุศลบารมี เพื่อหนีทุกข์
รวมความว่า เราเกิดมาเพื่อมาหาหนทางพ้นทุกข์ มิใช่สะสมทุกข์
ถ้าเราอ่านดูพระไตรปิฎกตอน ทศชาติ คือ ตอนสิบชาติของพระพุทธองค์แล้ว ท่านมาเกิดเพื่อสร้างบารมี ทั้งนั้น
ชาติที่สิบที่ท่านเกิดมาเป็นพระเวสสันดร ท่านสร้างบารมีทุกอย่าง เอาชีวิตเป็นเดิมพันในอันที่จะเสียสละ เพื่อสังคม
หวังเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อที่จะรื้อขนเวไนยชนให้พ้นจากโอฆ สงสาร ก็สมความปณิธานของพระองค์ ท่านได้
ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณจริง ๆ
เมื่อเรานึกถึงวัฏสงสาร คือการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว ก็นึกถึงการท่องเที่ยวทัศนาจรของวิญญาณและสัตว์โลก
ดูแต่นางวิสาขามหาอุบาสิกา เดิมท่านเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ชั้นนิมมานรดี คือชั้นที่จะต้องเนรมิตเอา ไม่ต้องทำ
เพราะมันเป็นโลกทิพย์เมื่อท่านกับพวกเหล่าเทพธิดา พากันไปเด็ดมาลาดอกไม้อันหอมหวน ในขณะนั้นท่านพลัดหลงพวก
ไปประเดี๋ยวเดียว มาอุบัติเกิดในเมืองมนุษย์ เป็นบุตรสาวของเศรษฐีผู้มีอันจะกิน ได้แต่งงานมีบุตรชาย-หญิงถึง 12 คน
มีหลานอีก 144 คน มีเหลนอีกพันกว่าคน มีโหลน มีหลอนอีกเป็นหมื่น ๆ คน มีอายุถึง 120 ปีจึงได้ถึงแก่มรณะ
ในขณะที่นางมีชีวิตอยู่ ได้ช่วยเชิดชูบูชาพระพุทธศาสนา ร่วมเป็นมหาอุบาสิกาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เข้าถึงและ
สำเร็จเป็นอนาคามีบุคคล คือบุคคลที่จะไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกแล้ว เพราะจิตใจผ่องแผ้วในสัจธรรม
แต่นางมาระลึกได้ว่า ก่อนมาเกิดเมืองมนุษย์มาจากไหน จึงรู้แจ้งชัดในกุศลมัยว่า มาจากชั้นนิมมานรดี พอท่านจะสิ้นชีวิต
ท่านก็ขอไปพักที่นั่นก่อน พอไปถึงก็พบพวกเก่าเหล่าเทวเทพที่พากันมาเที่ยวอุทยานดอกไม้ ยังเก็บดอกไม้ร้อยมาลากันอยู่
ยังไม่เสร็จ พวกจึงถามขึ้นว่า
“ท่านไปไหนมา พวกเราร้อยมาลากันอยู่ เห็นท่านหายไปแผล็บเดียว”
เทวดาวิสาขามหาอุบาสิกาจึงบอกว่า “ไปเที่ยวเมืองมนุษย์ถึง 120 ปีของเขา แต่ก็เท่ากับเวลานาทีเดียวของเราโลกทิพย์นี้”
นี่แหละคุณแป๊ะเอ๋ย คนเราเกิดมาเพื่อมาสร้างบารมีต่อให้พ้นทุกข์ ให้หลุดพ้นจากโอฆสงสาร คือพระนิพพาน เป็นที่ปรารถนา
อันพวกเราเกิดมามีอายุได้แค่นี้ ก็นับว่ามากแล้ว คงจะยังไม่ถึงเสี้ยวนาทีของโลกทิพย์เขาหรอก ให้ถือว่ามาเที่ยวทัศนาจรกันชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็กลับไปดังที่คุณว่าไว้นั่นแหละ

5
ล็อกเก็ตรูปถ่ายต้นแบบเหรียญรุ่นแรกหลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก หายาก
จิตเตนะนิยะติโลโก   โลกอันจิตย่อมนำไป   ยุคใดสมัยใดที่ทางโลก  คือด้านรูปธรรมนำจิต  โลกจะถึงวิกฤตขึ้นมา
และน่าจะยังความวินาศสูญเสียอย่างใหญ่หลวงให้เกิดแก่มวลมนุษย์ทั้งโลก  ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ที่ผ่านมาก็มาจากวิวัฒนาการ
ความก้าวหน้าทางรูปธรรม  คือ  ทางวิทยาศาสตร์  และเทคโนโลยีทั้งนั้น  ดังนั้น  จึงได้เห็นชัดว่าไม่ว่าจะเป็นผู้เก่งกาจทาง
ด้านวิทยาศาสตร์หรือศาสตร์อะไรๆ  ในทางรูปธรรม  คือทางโลกแล้วเขาก็ยังไม่มีทุกข์ทางใจ  และไม่มีทางที่จะปลดเปลื้อง
จิตใจของตัวเองให้พ้นจากกองทุกข์  คือ  เกิด  แก่  เจ็บ  ตาย  ไปได้  คือ  ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ตลอดไปไม่มีสิ้นสุด

                เพื่อเป็นการปลดเปลื้องความทุกข์ทางใจ  กับความสับสนวุ่นวายของสังคมในความระทมตรมตรอม  กับอารมณ์ที่
ไม่สมหวังและระแวง  ระวัง  กังวลกับสารพัดเรื่องในโลกมนุษย์  ในสังคมมนุษย์ยุคโลกาภิวัฒน์นี้  ควรจะมีเวลาปลีกกาย  ปลีกใจ
ไปหาความสงบทางจิตวิญาณกันบ้างเพื่อหาทางไปสู่แดนอันสงบทางจิตวิญาณกันบ้างเพื่อหาแนวทางอันสงบ  แดนที่เป็นพิภพ
ทางนามธรรม  คือ  ทางจิตวิญาณ  โลกวิญญาณ  โลกทิพย์  โดยการทำสมาธิจิต  คือฝึกหัดจิตของเรา  ให้ตัดกระแสแห่งความ
ยึดมั่นถือมั่น  กับเรื่องอารมณ์ที่ผ่านมา  ในอดีตและอนาคต  กำหนดจิตให้อยู่ในปัจจุบัน  ให้รู้ตัวรู้จิต  รู้จักความนึกคิดในปัจจุบัน
เอาจิตจ้องมองคอยดูอยู่ที่ลมเข้าๆ  ออกๆ  ทางช่องนาสา  (ช่องจมูก)  คือทีแรกให้ผู้รู้วิ่งตามเข้าตามออกให้จิตรู้อยู่เท่านี้ 
คือ  เข้าออก  เข้าออกไปเรื่อย  เสร็จแล้วเปลี่ยนมาเป็นจ้องคอยอยู่ที่จุดใดก็จะเป็นที่ท้องหัวใจหรือช่องจมูกก็ได้ 
แล้วแต่ความถนัดของท่านแล้วลมนั้นมันก็จะละเอียดลงๆ  จนรู้สึกว่าไม่มีอีกแล้ว  ความผ่องแผ้วของจิตมันจะเกิดขึ้น 
แล้วเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า  อุปปจาระ และ อัปปนาสมาธิ  เป็นจิตที่ละเอียด  ซึ่งตั้งอยู่ในเอกกัคตารมณ์  คือ  อารมณ์เดียว
จิตไม่มีอะไรมาเกี่ยวข้องมันก็อยู่ที่ความสุข  พ้นจากความทุกข์ที่มนุษย์ เขาวุ่นวายกัน   อันการทำสมาธิจิตนี้เป็นการปลีกตัว
ปลีกไกลให้ห่างไกลจากความวุ่นวายของโลก  ถ้าทำได้บ่อยๆ  เท่ากับเราได้ปล่อยทุกข์ทางใจ  ทางจิต  ทางวิญาณ 
และจะเป็นสะพานให้เข้าสู่โลกทิพย์โลกวิญญาณ  จะรับรู้รับเห็นเหตุการณ์  ตลอดทั้งจิตวิญญาณ  ดวงอื่นๆ  ที่เขาได้จากโลกนี้ไปแล้ว
และจะเห็นเหล่าทวยเทพเทวา  ภูตผีปีศาจที่คนขี้ขลาดเขาว่าน่าเกลียดน่ากลัว  แต่ถ้าเขาเข้าไปสัมผัสด้วยจิตวิญาณที่อ่อนโยน 
รู้สึกรักใคร่ในเขา  เขาก็จะมาสัมผัสกับเราในร่างที่สวยงามน่ารักน่านับถือ  คบง่ายซื่อสัตย์  ดังนั้น หลวงปู่โง่นเองจึงชอบที่จะเป็นมิตร 
อยู่ใกล้ชิดกับพวกวิญญาณ  พวกผี  พวกเทวดา  มากกว่าชอบคน   ดังกล่าวมา   และยังมีหลายท่านที่ไม่เข้าใจในเรื่องจิตวิญญาณ
ที่ล่วงลับไปแล้ว  คือ  ตายไปแล้ว  ว่าถ้ามาหล่อรูปของท่านไว้เป็นอนุสรณ์  นั้นจะไม่เป็นการสร้างกรรมให้ท่านต้องมาเฝ้ามมารักษา
หรือหลวงปู่อธิบาย  ตามที่ได้สัมผัสทางฝันว่า  ท่านผู้จากไปถ้าไปเสวยสุขอยู่ในชั้นตั้งแต่สวรรค์  ชั้นจาตุมไปถึงดุสิตา  อันกาลเวลา
ของพวกท่านเหล่านั้นคือหนึ่งวันของเขาเท่ากับร้อยปีของเรา    แต่ถ้าอยู่ในชั้นตั้งแต่  นิมารนรตีถึงปริมิตตาวสาวถี  ก็จะมีเวลาหนึ่งวัน
ของเขาท่ากับพันปีของเรา   แต่ชั้นมหาพรหม  ตั้งแต่ชั้นพระพรหมปริสัชชา ถึง  อาภัสรา  กาลเวลาหนึ่งหมื่นปีของโลกมนุษย์อีกแล้ว
จะเสวยสุขและสร้างบารมีอยู่เป็นล้านๆ  ปี  ส่วนท่านที่เข้าสู่พระปรินิพพาน ก็จะกลายเป็นสสารอันศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่คู่กับอนันตจักรวาล 
ถึงโลกและจักรวาลของเราจะมีการแตกดับไปแล้วหลายๆ  ครั้ง  แต่โลกทิพย์ยังไม่หายไปไหน  ดังนั้นเราหล่อรูป  ปั้นรูปท่านเอาไว้ 
ไม่ต้องเป็นกังวลเพราะท่านจากโลกของคนไปไม่กี่วินาที  อันรัศมีซึ่งเป็นสสารของท่านจะยังอยู่ตลอดไป  ผู้มีความเลื่อมใส  ก็ได้รับ
ผลคือ เครื่องยึดเหนี่ยว  มันก็อยู่ที่ใจของท่านเท่านั้น  มันสำคัญอยู่ที่จิตใจ เมื่อเราได้อ่าน  ได้รู้เรื่องราวของเหล่าบรรพชน  หลายยุค
หลายสมัยของวีรชนไทยเหล่านั้นได้ประสบมาแล้วก็มานึกถึงหลักคำสอนของหลักพรพุทธศาสนา ที่มาในอภิณหะปัจจเวกขณว่า
  สัพเพหิเม   ปิเยหิ  นานาภาโว  วินาภาโว  อันการจะเป็นประสบกับความพลัดพรากทุกท่านทุกคนจะต้องประสบจำจากสิ่ง
อันเป็นที่รักใคร่ชอบใจนั้นทุกคนทุกชีวิต   จะหลบหลีกไม่พ้นอย่างเที่ยงแท้แน่นอนอย่าว่าแต่เราๆ   ท่านๆ คนธรรมดาสามัญเลย
   

6
นอกจากวัตถุมงคลเครื่องลางของขลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันขึ้นชื่อเรื่องแคล้วคลาด หลวงปู่โง่น โสรโย
งานเพื่อสังคม
หลวงพ่อโง่น ถอนใจ พลางพูดต่อไปว่า
“คนที่สอนได้ถูกหลักก็คือ ท่านพุทธทาส ท่านสอนถูก อาตมาเองไม่มีเวลา ไม่มีวิชาที่จะไปสอนอย่างท่าน อาตมามีงานประจำ
อยู่ตลอดเวลา งานเพื่อสังคมอยู่นี่แหละ
๑.โรงเรียนสองหมื่นโรงเรียน อาตมารับรองหมด
๒.ทางด้านทหารที่อยู่ในร่มเกล้านี่ ล้มตายกันเป็นเบือ เครื่องไม้เครื่องมือเป็นยังไง ก็เข้าไปสำรวจดูว่าเราจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไร
ก็ได้ไปปรึกษากับแม่ทัพเขา แม่ทัพเขาก็ว่า “หลวงพ่อจะช่วยเหลือได้อย่างไร”
อาตมาก็บอกว่า
๑.เราต้องมีไฟแห้ง ถ้าเรามีไฟธรรมดาอย่างนี้ เราก็ตายอย่างเดียว เพราะเราอยู่ในที่ต่ำ
๒. เครื่องมือเครื่องแพทย์ยังขาดอยู่หลายอย่าง เดี๋ยวอาตมาสั่งให้เอง
เอาไฟแห้งมาลองดูก่อนไหม ? เพราะคุณสมบัติมันมี ๒ ประการ

ประการแรก ไม่มีควัน
ประการหลัง ไฟมีแสงสว่างพอ ถ้าอยู่ไกล ๑ เส้นจะไม่เห็นแสงเลย
แล้วฉันก็สั่งไฟแห้งมาจากแคนาดา หมื่นก้อน...ส่งมาให้ห้าหมื่นก้อน ! ส่งมาทันควัน !
ไฟแห้งนี้มันมีรูปร่างเป็นแท่ง ทำด้วยหินลิกไนต์
หินลิกไนต์หนักพันตัน สามารถจะหลอมได้ 10 กิโลกรัม แต่การใช้งานเท่ากัน คนที่อยู่ขั้วโลกเหนืออาศัยความอบอุ่นจากไฟแห้ง
มาตลอด เมื่อได้ไฟแห้งอ้ายลาวก็ถอยจ๊าก เลย ! เพราะมันไม่เห็นเรา
ครั้งที่สอง อาตมาส่งของไปให้อีก พอเห็นเขาหัวเราะกันก๊ากเลย ! อ้ายนี่มันโกเต็กของผู้หญิงเขา ท่านเอามาทำไม ? ฉันก็บอกว่า
เมื่อฉันไปอยู่กรุงเบรุต เขาสู้รบกันใหญ่ พอเลือดออก เขาเอาผงชูรสแปะ แล้วเอาโกเต็กผู้หญิงพัน เลือดจะหยุดทันที จึงจัดส่งมาให้”

รวมทั้งหมด ฉันส่งโกเต็กไปให้ ๕๐ กล่อง มีดสำหรับผ่าตัดหมื่นเล่ม ไฟแห้งห้าหมื่นแท่ง แล้วฉันก็บอกแม่ทัพภาคว่า
ขออย่าเอาชื่อฉันออกประกาศ ฉันไม่อยากดัง ถ้าเอาชื่อฉันออก เป็นเลิกคบกัน มีแต่ว่าหลวงพ่อจะไปวันไหน แม่ทัพภาคก็จัดเครื่องบินไว้ให้”

7
เจตนาที่แจก
ผู้เขียนกราบเรียนถามถึงการที่ท่านสร้างพระพุทธรูปแจกไปตามโรงเรียนต่าง ๆ ว่า เนื่องจากเหตุใด ? หลวง พ่อโง่นชี้แจงว่า
“การที่อาตมาแจกพระพุทธรูปตามโรงเรียนต่าง ๆ เป็นจำนวนสองหมื่นองค์ไปแล้วนั้น ก็เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการเขามีเจตนาดี
คืออยากให้นักเรียนชั้นประถมศึกษา ที่มีเวลาเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนเป็นเวลา 6 ปีนี้ ได้มีโอกาสเห็นและสักการะรูปของพระพุทธเจ้า
อันเป็นผู้ให้กำเนิดพระพุทธศาสนา อย่างน้อยก็เป็นการอบรมจิตใจเยาวชนให้มีศีลมีธรรมทางอ้อม
แล้วบุคคลที่ควรจะได้สนองนโยบายนี้ คือใครเล่าโยม ?...ไม่ใช่รัฐบาลนะโยม !
คนที่จะช่วยเหลือให้นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สัมฤทธิผลควรจะได้แก่ บุคลากรของพระศาสนา เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ
เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาสทุกวัด ควรจะร่วมทำขึ้นมาแจกให้โรงเรียนในเขตของตัวเอง ให้นักเรียนได้กราบไหว้ ให้ครูกับนักเรียนกับ
หลวงพ่อเข้ากันได้
กระทรวงศึกษาธิการเขามีนโยบายไกลถึงปานนี้ เขาดีอย่างนี้ แล้วทำไมพระท่านเห็นโรงเรียนเป็นลูกค้าของท่านไป ท่านสร้างขาย
เยอะแยะไปโยม ท่านเลยถือเป็นพุทธพาณิชย์ไปโยม อาตมาก็เลยตัดบทเรื่องนี้
เอาของข้าซี ! ของข้าสวยกว่า ไม่ลอก ไม่ดำ เข้าโรงจำนำก็ไม่ได้ ให้ฟรีด้วย !
คุณชวน หลีกภัยสมัยนั้นท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเคยมาหา บอกว่า
“นโยบายนี้ดี ผมอยากทดแทนบุญคุณของหลวงพ่อ ถ้าขาดงบประมาณก็บอกไปนะครับ ผมจะเจียดให้ 2-3 ล้าน”
อาตมาบอกว่า ไม่ต้อง ! เราสร้างด้วยอาศัยพระบารมีของพระพุทธองค์ กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายอย่างนี้ ก็ขอให้ฉันถือได้เดี๋ยวนี้ว่า กระทรวงศึกษาธิการของคุณ สร้างเนื้อนาบุญอันไพศาลให้แก่ฉัน...ยอเขาเสียอีก ! คุณชวนก็ดีใจ
พอ คุณมารุต บุนนาค มาแทน เอาใหญ่เลยคราวนี้ จะทำเหรียญตรา จะทำตาลปัตรเป็นงา จะทำอะไรต่ออะไรให้ เพื่อเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีของหลวงพ่อหลวงพ่อใช้ทุนรอนเหลือเกิน หมดไปประมาณเท่าไหร่หลวงพ่อ
สองร้อยกว่าล้านละมั้ง ทั้งค่าส่ง ค่าปูน ค่าอะไรต่ออะไรด้วย สองร้อยกว่าล้าน ! แล้วโยมจะเอาเหรียญตรา ตาลปัตร เอามาทำไม
อย่าเลยโยม 3 วันเท่านั้น อีกาฉันจิกแตกหมด ! กระทรวงศึกษาธิการอย่าช่วยฉันเลย ให้ฉันช่วยกระทรวงฯ ดีกว่า กระทรวงฯ ช่วยฉันอย่างมหาศาลในทุกวันนี้คือสร้างเนื้อนาบุญอันไพศาลให้แก่ฉันอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว”
ผู้เขียนกราบเรียนถามท่านถึงการปฏิบัติทุกวันนี้ หลวงพ่อโง่น บอกว่า
“การปฏิบัติของอาตมา คือทำจิตให้ว่าง ลองทำใจให้โง่ ๆ เซ่อ ๆ บ้างซี
ฉันเลี้ยงหมานี่ เลี้ยงให้เป็นครูบาอาจารย์ฉัน กินอิ่มแล้วไม่ดิ้นรนกระเสือกกระสน มันว่าง
อ้ายคนที่ดิ้นรนกระเสือกกระสน น่ะ มันทุกข์
ทรัพย์สมบัติที่จะมีอยู่กับคนน่ะ เราต้องมองดูว่าจิตใจว่างจริงหรือเปล่า ?
อย่างโยมจะไปนอนโรงแรม ก็ต้องถามทางโรงแรมว่า "ว่างไหม” ถ้าว่างแล้วจึงจะนอนได้
ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่กับเราน่ะ เรามันว่างไหม ? แต่ว่างมันไม่มี ! มันอยาก อยู่เรื่อย ! มันจึงไม่เต็ม
ทำใจให้มันว่างเถอะ ให้มันวางเถอะ ให้มันสงบเถอะ มันดีเอง
ข้อนี้เคยสอนใครต่อใครมามากแล้ว คือให้มีมหาสติปัฏฐาน 4 ตลอดเวลา คือ ให้มีสติ ให้รู้อยู่เสมอ อย่าปล่อยให้กิเลสมันเข้ามาครอบงำได้ แล้วจะสบายเอง

8
อำนาจแห่งบารมีเหนือปกติธรรมดา หลวงปู่โง่น โสรโย
พรหมวิหาร ๔ หรือ พรหมวิหารธรรม เป็นหลักธรรมประจำใจเพื่อให้ตนดำรงชีวิตได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์เฉกเช่นพรหม
เป็นแนวธรรมปฏิบัติของผู้ที่ผู้ปกครอง และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ประกอบด้วยหลักปฏิบัติ ๔ ประการ คือ
๑.เมตตา คือ ความรักใคร่ ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข มีจิตอันแผ่ไมตรีและคิดทำประโยชน์แก่มนุษย์สัตว์ทั่วหน้า
๒.กรุณา คือ ความสงสาร คิดช่วยให้พ้นทุกข์ ใฝ่ใจในอันจะปลดเปลื้องบำบัดความทุกข์ยากเดือดร้อนของปวงสัตว์
๓.มุทิตา คือ ความยินดี ในเมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีสุข มีจิตผ่องใสบันเทิง ประกอบด้วยอาการแช่มชื่นเบิกบานอยู่เสมอ ต่อสัตว์ทั้งหลาย
            ผู้ดำรงในปกติสุข พลอยยินดีด้วยเมื่อเขาได้ดีมีสุข เจริญงอกงามยิ่งขึ้นไป
๔.อุเบกขา คือ ความวางใจเป็นกลาง อันจะให้ดำรงอยู่ในธรรมตามที่พิจารณาเห็นด้วยปัญญา คือมีจิตเรียบตรงเที่ยงธรรมดุจตาชั่ง
ไม่เอนเอียงด้วยรักและชัง พิจารณาเห็นกรรมที่สัตว์ทั้งหลายกระทำแล้ว อันควรได้รับผลดีหรือชั่ว สมควรแก่เหตุอันตนประกอบ
พร้อมที่จะวินิจฉัยและปฏิบัติไปตามธรรม

เทวทูตจากสวรรค์
พอกำลังพูดกันอยู่ยังไม่จบ ลางร้ายก็มาเตือนอีกเป็นครั้งที่สอง
คราวนี้เป็นพวกอีกา ซึ่งมันมาอาศัยอยู่นานแล้ว มีเป็นจำนวนมาก มันมาจับที่เตียงนั่งของคุณแป๊ะและตามเก้าอี้บ้าง กิ่งไม้บ้าง ใกล้ๆ
บ้าง คุณแป๊ะเขาเห็นเข้าก็รีบจัดอาหารให้มันกิน มันรับแล้วสลัดทิ้งไม่ยอมกิน เหมือนแต่ก่อน ๆ มา แล้วอีกาทุก ๆ ตัว ก็อ้าปากร้อง
พร้อม ๆ กันว่า“กาวา ๆ ๆ ๆ”
เสียงอึกทึกไปหมด ข้าพเจ้ารำคาญหู ต้องหาบ่วงหาไม้เรียวทำท่าจะคล้องคอหรือจะตี มันจึงบินหนีไปอยู่ห่าง ๆ จากคุณแป๊ะ
แล้วยังร้องอีก ส่งเสียงอย่างเดิม คือ
“ก า ว า ๆ ๆ ๆ”
ข้าพเจ้าบอกกับคุณแป๊ะว่า“ คุณ แป๊ะเอ๋ย อันตัวอีกานี้ ทางหิมาลัยประเทศ คือประเทศเนปาล ซึ่งเป็นถิ่นฐาน พุทธกำเนิดของเรานั้น
ชาวบ้านชาวเมืองนั้นทั้งประเทศเขานับถืออีกา เคารพอีกาว่าเป็นเทพเจ้า คือเทวทูตผู้บอก ลางดีลางร้าย เขาจึงมีพิธีเทศกาลเลี้ยงอีกา
หลวงพ่อเองไป ๆ มา ๆ ทุกปีที่เมืองนี้ ก็เพราะว่าเราบวชในพระพุทธศาสนา พระศาสดาของเราอุบัติเกิดอยู่ที่นั่น จึงต้องไปบ่อย
เมื่อไปเห็นพิธีเลี้ยงกา เทศกาลเลี้ยงกาของเขาแล้ว จึงนึกสงสัยสนใจ หาหนังสืออีกาของเขามาอ่านดู ก็พบว่าอีกานี้คือ เทวทูต
เป็นผู้สื่อข่าวจากเทวดามาบอกมวลมนุษย์ และมาดูแลเมืองมนุษย์
ดังนั้น เมืองนี้ ประเทศนี้ โดย เฉพาะอย่างยิ่งกรุงกาฎมัณฑุ ซึ่งเป็นนครหลวง ยิ่งมีอีกามากที่สุด พอตื่นขึ้นมา หรือถ้าจะไปไหน
เขาต้องนั่งฟังเสียงอีกาว่ามันมาร้องอย่างไร จะดี จะร้ายเอาเสียงอีกาเป็นหมอดู จึงพอสรุปได้ว่า

ถ้าอีกามันร้องว่า “กา กา กา” ไปทั่วหน้า จะได้ลาภดั่งใจจง
ถ้ามันร้อง “กาวั้ก กาวั้ก กาวั้ก” จักทะนงจะเสียทรงเกิดทุกข์ไม่สุขใจ
ถ้ามันร้อง “กาวา กาวา กาวา” จะม้วยมรณ์จะสังหรณ์วายชนม์จนตักษัย
ถ้ามันร้องว่า “กาวู้ กาวู้ กาวู้” ผู้อยู่ไกลจะมาใกล้ถึงถิ่นให้ยินดี หรือจะได้รับข่าวดี
เหล่านี้เป็นความเชื่อถือของชาวเนปาล ถ้าหากเราเชื่อตามเขาเราก็โง่ ถ้าไม่เชื่อเราก็ตาย
เรื่องอีการ้องนี้ หลวงพ่อเคยเชื่อมัน จึงได้เลี้ยงมัน ให้อาหารมัน เวลามันขอ ถ้ามันไม่มาก็แล้วไป เพราะเขาเป็นสัตว์ป่าที่ดุร้าย ไม่ไว้ใจใคร
แต่นี่ดี มันไว้ใจหลวงพ่อ มันจึงมาอาศัยอยู่ด้วย ดังที่คุณเห็นนี้เอง มันรื้อโน่นค้นนี่ทั้งวัน ฉันปลงตกแล้ว ปล่อยมัน นึกว่ามีใครบ้างในประเทศไทยที่เลี้ยงอีกาให้เชื่องได้ ก็มีเรานี้เอง ภูมิใจ เหมือนกันที่เอาพวกนี้อยู่ได้
                ในอากาศหฤโหดร้าย          คือ กา
สัตว์สี่ตีนคือ ลา                                   โหดแท้
นักบวช ใช้โกรธา                                ยิ่งหฤโหด
แต่พวกที่โฉดชั่วช้า                              คือ ผู้นินทา
พวกที่ชอบฆ่าเขา ชอบนินทาเขา ยิ่งเลวกว่าอีกาอีก

9
รูปสกรีนแผ่นอลูมิเนียม หลวงปู่โง่น โสรโย นั่งสมาธิกลางหิมะภาวนากสิณเตโชกสิณ  วัดพระพุทฦธบาทเขารวก
เตโชกสิณ (ธาตุไฟ ธาตุร้อน) จิตเพ่งไฟ คือการเพ่งเปลวไฟ โดยกำหนดว่าสิ่งนี้เป็นไฟ หายใจเข้าให้ภาวนาว่า
"เตโช" หายใจออกภาวนาว่า "กสิณัง"พระธิเบต เคยออกรายการต่างๆทั่วโลกสามารถจะยืนหยัดหรือนั่งอยู่กลางหิมะ
โดยเปลือยกายอยู่ตลอดคืนได้ ยิ่งกว่านั้นลามะชั้นอาจารย์ที่เก่งๆ สามารถนั่งภาวนาเป่าหญ้าแห้งอยู่ประเดี๋ยวหนึ่ง
ก็มีไฟลุกโพลงขึ้นมาได้  “กสิณไฟ” เป็นกรรมฐานกองที่มีพลังมากที่สุดในการปฏิบัติสมาธิภาวนา
การเพ่งกสิณไฟสามารถช่วยประคองจิตของผู้ปฏิบัติให้เกิดสมาธิจนเข้าสู่รูปฌานและอรูปฌานได้
พลังแห่งกสิณไฟนอกจากจะมีอำนาจอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติและกฎบัญญัติบนโลกแล้ว พลังแห่งกสิณไฟยังนำมา
ซึ่งพลังจิตที่สามารถแทรกแซงเข้าไปในวิถีชีวิตของเราได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการบังคับธาตุทั้งสี่ (ดิน น้ำ ลม ไฟ)
เช่น ทำให้เกิดฝนตก ฟ้าร้อง มีลมพายุ หรือแม้กระทั่งสามารถนำไปใช้ควบคุมความคิดและจิตใจของคนเราได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง
พลังอำนาจของกสิณไฟจึงสมควรนำไปใช้อย่างถูกวิธี อย่างมีความเข้าใจ เพราะหากเราไม่มีความเข้าใจในอำนาจแห่งพลังกสิณไฟ
แล้ว ผู้ปฏิบัติที่สำเร็จกสิณไฟอาจไม่สามารถควบคุมพลังอำนาจพิเศษจากกสิณไฟได้ และอาจนำพลังอำนาจจากกสิณไฟนั้นไปใช้
ในทางที่ผิด เช่น ใช้พลังอำนาจจิตจากกสิณไฟบังคับธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ หรือใช้พลังอำนาจจิตจากกสิณไฟครอบงำความรู้สึกนึกคิด
และจิตใจของมนุษย์ ฯลฯ ซึ่งผลที่เกิดจากการใช้พลังอำนาจจิตจากกสิณไฟได้ก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างความวุ่นวายต่อ
เพื่อนมนุษย์บนโลกเป็นอย่างมาก อันเป็นการสร้างบาปกรรมให้เกิดขึ้นจากการใช้พลังอำนาจจิตจากกสิณไฟโดยที่ผู้ฝึกกสิณไฟ
ไม่ได้ตั้งใจ ผู้ที่ฝึกกสิณไฟจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงวิธีการควบคุมพลังอำนาจแห่งกสิณไฟ
ผู้ที่ฝึกกสิณไฟจึงจำเป็นต้องให้สัจจะวาจารับศีลและปฏิญาณตนรับข้อห้ามต่างๆ กับครูบาอาจารย์ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้
ผู้ฝึกกสิณไฟในชั้นสูงนำเอาพลังอำนาจพิเศษจากกสิณไฟไปใช้เบียดเบียนผู้อื่น ด้วยขอบเขตของศีลห้าจะเป็นเครื่องเตือนใจของ
ผู้ที่ฝึกกสิณไฟให้มีสติเท่าทันกิเลสทั้งปวง กล่าวกันว่าบรรดาผู้ปฏิบัติสมาธิภาวนาด้วยการเพ่งกสิณและสำเร็จกสิณ (ไฟ)
ยามเมื่อตายลง ร่างกายสังขารของผู้ที่สำเร็จกสิณไฟจะสามารถลุกไหม้เผาทำลายตัวเองได้ ที่เป็นเช่นนี้ได้ก็สืบเนื่องมาจาก
พลังอำนาจของกสิณไฟที่พวกเขาได้เฝ้าฝึกปรือเอาไว้จนชำนิชำนาญ แม้เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาได้ตายจากโลกนี้ พลังกสิณไฟ
ที่อยู่ภายในจิตของผู้สำเร็จกสิณไฟจะทำหน้าที่ของตนด้วยการลุกไหม้เผาร่างกายสังขารอันเป็นก้อนธาตุทั้งสี่นี้ให้สูญสิ้นไป
สามารถจะยืนหยัดหรือนั่งอยู่กลางหิมะ

10
พระจ้าวทองทิพย์ ด้านหลังเป็นเสาหลักเมืองน่าน ออกที่วัดมิ่งเมือง จัดสร้างปี ๒๕๑๔
  ใครที่ยังหาท้าวเวสสุวรรณ ปี๒๕๑๔ ออกวัดมิ่งเมือง ไม่ได้ถ้าเจอ พิมพ์พระเจ้าทองทิพย์ก็เก็บไว้ก่อนผงเดียวกันเสกเหมือนกัน
*เสกที่วัดมิ่งเมือง *พิธีท้าวขาถ่าน *พิธีพุทธาภิเษกวัดท้ายน้ำ อ.โพทะเล *พิธีพุทธาภิเษก เสาร์๕ วัดราษฎรเจริญ ต.วังหลุม
*พิธีตั้งเสาหลักเมืองนคร น่าน

ปีพุทธศักราช ๒๕๑๔ ท่าน ดร.สุกิจ จุลละนันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในขณะนั้น ได้นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนชาวน่าน
ร่วมกันสร้างเสาหลักเมืองน่าน และสร้างศาลไทยจัตุรมุขครอบเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ ตามคำแนะนำของหลวงปู่โง่น โสรโย
โดยได้นำเอาเสาหลักเมืองน่านต้นเดิมที่โค่นล้มลงมาเกลาแต่งใหม่และสลักหัวเสาเป็นพระพรหมสี่หน้า
หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดมิ่งเมือง ปรากฏว่าท่านได้สังเกตเห็น “เสาหลักเมืองเดิม” ที่หักโค่นผุพัง
แล้วมีคนนำไปพิงไว้ที่กุฏิ หลวงปู่โง่นจึงนำมาพิจารณาดูเปลือกไม้ด้านนอกผุกร่อนแต่เนื้อไม้ข้างในยังดีอยู่จึงให้คนนำไม้ไปเกลา
เสียใหม่แล้วแกะเป็นพรหมสี่หน้าแล้วประสานงานกับทางจังหวัด จึงเป็นที่มาของการสร้างเสาหลักเมืองน่านดังกล่าว
          ส่วน “เศษไม้เสาหลักเมืองเก่า” ที่ผ่านการเกลา หลวงปู่โง่นมีความคิดเห็นว่า “เป็นของดีของศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรทิ้ง”
จึงให้ลูกศิษย์นำไปบดและแกะพิมพ์พระมาโดยมีพิมพ์พระเจ้าทองทิพย์, พิมพ์ท้าวเวสสุวรรณ
          ซึ่งมวลสารสำคัญในการกดพิมพ์พระ นอกเหนือจากส่วนผสมที่เป็นว่านต่างๆ ก็คือ เนื้อไม้เสาหลักเมืองน่านที่นำไป
บดนั่นเอง ในงานสมโภชเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน หลวงปู่โง่นก็นำพระผงเนื้อว่านพิมพ์รูปท่านท้าวเวสสุวัณขึ้นถวาย
 ‘สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี’ ให้ทรงบรรจุไว้ใต้เสาหลักเมือง เหลือนอกจากนั้นก็แจกให้ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ
และประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะทหารที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภาคสนาม รับแล้วไปรบกับผู้ก่อการร้าย ในพื้นที่ห้วยโกร๋นชายแดนไทย-ลาว
และที่สมรภูมิเขาค้อ นอกจากฝีมือแล้วก็ยังเป็นเพราะมีกำลังใจส่วนหนึ่งจากท้าวเวสสุวรรณ และพระเจ้าทองทิพย์ ของหลวงปู่โง่น
       ในคราวนั้นหลวงปู่โง่น ท่านเมตตากล่าวรับรองกับศิษย์ว่า ผู้ใดก็ตามที่พกท้าวเวสสุวรรณและพระเจ้าทองทิพย์ของท่านย่อม
รอดพ้นจากภัยพิบัติ อันตรายทั้งปวง ไม่ว่าจะ คุณไสย คุณคน หรือคุณผี ก็ป้องกันได้ทั้งหมด พระเครื่องชุดนี้มีพุทธคุณดีทางแคล้วคลาดปลอดภัย กันคุณไสย ที่น่าบูชาพกพาติดตัว

ข่าวสารอีกส่วนจาก คม ชัด ลึก
https://www.komchadluek.net/news/knowledge/383894

11
เหรียญรุ่นแรกสุดยอดงานปิดทองฝังลูกนิมิต  ปี๒๕๒๓ หลวงปู่บัวถามโก
   เนื้อทองแดง จำนวนจัดสร้างประมาณ๒๕,๐๐๐เหรียญ
      เหรียญหลวงปู่บัวรุ่นแรก สุดยอดแห่งเหรียญออกในงานปิดทองฝังลูกนิมิต  เมื่อใครไปทำบุญจะมากน้อย
หรือเท่าไรก็ตาม วัดที่จัดงานปิดทองฝังลูกนิมิตมักจะสร้างวัตถุมงคลมอบให้เป็นที่ระลึกทุกคน แต่ถ้าไปร่วมงานวันสุดท้าย
ซึ่งเป็นวันตัดลูกนิมิต "หวายลูกนิมิต" ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวัตถุมงคลที่เป็นของดีพุทธคุณสูง และราคาถูก วัดไหนก็ได้ ถึงแม้
จะไม่มีพระเกจิอาจารย์ดังๆ มาปลุกเสกโดยตรง แต่เชื่อว่า จิตภาวนาอธิษฐานจากผู้คนทั่วๆ ไป นับหมื่นนับแสนคน
ที่มาร่วมกันปิดทองกับลูกนิมิตนั้น ได้แผ่จิตที่เป็นเมตตาภาวนาแต่สิ่งที่ดีๆ เพื่อเป็นสิริมงคลทั้งนั้น ทั้งนี้ วัดส่วนใหญ่
จะตัดแจกฟรี สำหรับผู้ไปร่วมบุญวันสุดท้ายของงาน วัดศรีบูรพาราม ประกอบพิธีฝังลูกนิมิต เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๔ ในปีที่วัด
จัดงานปิดทองฝังลูกนิมิตนั้น วัดได้เหรียญที่สร้างเพื่อแจกญาติโยมที่ไปร่วมงานปิดทอง ชนิดที่เรียกว่า ใครทำบุญแล้วแต่ศรัทธา
ก็จะได้รับมอบเหรียญเป็นที่ระลึก ๑ เหรียญ หลังจากจบงานปิดทองฝังลูกนิมิตปรากฏว่ามีเหรียญเหลืออยู่อีกจำนวนมาก
คณะกรรมการวัดนำออกจำหน่ายในราคาเหรียญละ ๑๐-๑,๐๐๐ บาท ซึ่งกว่าจะหมดใช้เวลาอยู่หลายปี เมื่อเวลาผ่านไปเหรียญ
รุ่นนี้เริ่มแสดงประสบการณ์ ทั้งด้านแคล้วคลาด ค้าขาย รวมทั้งเมตตาโชคลาภยอดเยี่ยม ราคาเหรียญก็เริ่มขยับขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจุบันอยู่ที่หลักหมื่น วันเวลาผ่านไปนับวันจะหายากมีการเช่าหากันหลักหมื่นต้นๆ และมีการทำของปลอมออกมา

 

12
กระดาษยันต์บูชา พระพุทธวิโมกข์ หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก

13
ภาพถ่ายพระพุทธวิโมกข์หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวกบูชาป้องกันสรรพอันตรายและให้เกิดลาภ๑-๒
        ในยุคนั้น กิตติศัพท์ความเข้มขลังด้านวิทยาคมของหลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก เป็นที่กล่าวขวัญ
ชาวพิจิตรและจังหวัดใกล้เคียงกันอย่างมาก ภาพถ่ายพระพุทธวิโมกข์เสกหลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก ก็ถือ
เป็นของดีของชาวพิจิตรและศิษยานุศิษย์ ถือเป็นของที่มีคุณค่าทางจิตใจและของหายาก นานๆจะหาเจอเป็นภาพรูปพระพุทธวิโมกข์
หลวงปู่โง่น โสรโยวัดพระพุทธบาทเขารวก ภาพนี้ภาพสียุคเก่าสร้างเสกอธิษฐานในครั้งสมัยหลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก
ท่านยังดำรงขันธ์อยู่บูชาไว้จะป้องกันสรรพอันตรายทุกอย่าง หากจะให้เกิดลาภผลเนืองๆก่อนบูชาให้ระฤกถึงพระพุทธคุณ ธรรมคุณ
สังฆคุณ พระปัจเจกพุทธเจ้า จะมีลาภไปเสมอ (รูปพระพุทธวิโมกข์นี้ ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน)สร้างมาให้
หลวงปู่เสกแจก ก่อนธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน)สมัยนั้นจะเปลี่ยนมาเป็น โอนกิจการของธนาคาร ไปยัง
ธนาคารกรุงไทย ปี๒๕๔๑)


พระพุทธวิโมกข์  เป็นพระพุทธรูปที่หลวงปู่โง่นท่านได้สร้างขึ้น 
เพื่อแจกให้แก่โรงเรียนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ  ที่จะให้ทุกโรงเรียน
ได้มีพระพุทธรูปบูชาประจำโรงเรียน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หน้าเสาธง  ในการนี้ หลวงปู่โง่นท่านได้ขอรับหน้าที่ดังกล่าว
ท่ามกลางเรื่องของผลประโยชน์ของ การประมูลรับเหมาของนายทุนต่าง ๆ  ซึ่งท่านก็ต้องผจญกับความชั่วร้ายต่าง ๆ 
ทั้งการขัดขวางและที่สุดคือท่านถูกลอบยิง  แต่ท่านก็ยังสามารถจัดสร้างขึ้นได้       
โดยท่านส่งมอบพระพุทธวิโมกข์ในขั้นต้นจำนวน  ๒,๕๒๘  องค์  จนถึงก่อนที่ท่าน
จะมรณภาพลงจำนวนของพระพุทธวิโมกข์ที่ท่านได้สร้างขึ้นและมอบให้ไว้คิดเป็นจำนวนมากถึง  ๓๐๐๐,๐๐๐ องค์
ซึ่งทั้งหมดนั้นท่านมอบให้โดยไม่คิดมูลค่าแต่อย่างใด

14
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ ๑๐   
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว(พระราชสมภพ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495) เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

15
๒ พระโพธิสัตว์ ผู้ข้องอยู่ในพระโพธิญาณ หลวงปู่โง่น โสรโย หลวงพ่อเกษม เขมโก
รวย รวย รวยबोधिसत्त्व
พระโพธิสัตว์มี 3 ประเภท คือ
พระมหาโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีเพื่อให้ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า
พระปัจเจกโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีเพื่อให้ได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
พระสาวกโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีเพื่อให้ได้เป็นพระอนุพุทธ


หน้า: [1] 2 3 ... 22




Facebook Page