.

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
เศรษฐีตราเจ้าแห่งทรัพย์ (พิมพ์ปิตตามหาลาภ)
ปิตตาเจ้าแห่งทรัพย์ ตราเจ้าแห่งทรัพย์ เชื่อกันว่าทางศาสตร์เวทพุทธคุณด้านแคล้วคลาดจากภยันตรายและเมตตามหานิยม หนักทางให้โชคลาภ ตามที่หลวงปู่โง่น โสรโย พระผู้สูงส่งด้วยอภิญญาณสมาบัติ ผู้รัตตัญญู ถือสัจจะเท่าชีวิต มีพลังจิตตานุภาพสูงส่งทั้งบุญฤทธิ์และอิทธิฤิทธิ์ จนเป็นที่กล่าวขวัญและยกย่องสรรเสริญของพระคณาจารย์ต่างๆ ที่ได้สัมผัสกับท่านท่านสื่อเห็นดินศักดิ์สิทธิแต่แห่งนี้เป็นดินอะไร เป็นดินของอธิบดียักษ์ผู้ที่ปกครองอสูรและทรัพย์ทั้งมวลมีการเสกอธิษฐานไว้แต่โบราณเรื่องความเจริญรุ่งเรืองท่านจึงได้อันเชิญตราเจ้าแห่งทรัพย์มาไว้ที่ด้านหลังพิมพ์พระนั่นเอง
เป็นเศรษฐีมีกินไม่มีอด ดินศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านได้นำมาใช้สร้างพระชุดนี้เป็นดินเก่าแก่ที่พบในกรุพระซุ้มกอของ จ.กำแพงเพชร หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านได้นำดินมาขึ้นพิมพ์พระพิมพ์ต่างๆหลากหลายพิมพ์แล้วเสกอธิษฐาน องค์พระเนื้อดินหนึบนุ่ม ไม่ได้กรองกรวด เผาและเสกแจกจ่ายกันไปตามวาระ แต่เนื่องจากพระไม่สวยปีลึกคนเก็บไม่ค่อยบอกต่อเก็บห่อไว้ให้ลูกหลาน แต่ลูกหลานนึกว่าพระดินธรรมดา หารู้ว่าเป็นดินเสกอธิษฐานของเจ้าแห่งทรัพย์ คนที่ทราบก็ขอเก็บเงียบกันหมด  พระเนื้อดินวัดเทพโมฬีชุดนี้ถือได้ว่าเป็นของหายากอีกพิมพ์หนึ่งที่หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านได้สร้างไว้ครับ.

วัดเทพโมฬี ชาวกำแพงเพชร เรียกว่า วัดหลวงพ่อโม้ เป็นวัดทิ้งร้างนอกเขตคูเมืองเดิมด้านทิศใต้เป็นเวลานานนับร้อยปี ซากปรักหักพังเป็นศิลาแดง จึงกำหนดอายุว่าน่าจะร่วมสมัยกับโบราณสถาน ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เมื่อครั้งยังเป็นเมืองชากังราว เฉพาะองค์หลวงพ่อเทพโมฬี เป็นพระประธานในอุโบสถมาแต่เดิม ได้ชำรุดแตกหักเหลือแต่พระปฤษฎางค์และพระเศียร ส่วนพระกรหลุดร่วงหายไป มีต้นไม้และเถาวัลย์ขึ้นรกคลุมจนแทบมองไม่เห็นองค์พระพุทธรูป นอกจากนี้ยังมี งู แมงป่อง เป็นต้น จำนวนมากมาย ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้
          ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ นายกาจ รักษ์มณี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ในสมัยนั้น มีความคิดที่จะบูรณะพุทธสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีคนกราบไหว้ เพื่อจะได้เป็นสาธารณสถานให้ชาวกำแพงเพชรได้กราบไหว้บูชา ท่านจึงปรึกษาหารือกับนายจำรูญ อรรถธรรมสุนทร อัยการจังหวัดกำแพงเพชร อัยการจังหวัดจำรูญเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่า มีพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์อยู่องค์หนึ่ง ชาวบ้านนับถือกันมาก อยู่หลังบ้านพักอัยการจังหวัด มีนามว่า หลวงพ่อโม้ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ชาวบ้านนิยมกราบไหว้บูชา บนบานศาลกล่าวกันอยู่เสมอ
          ผู้ว่าราชการจังหวัดและอัยการจังหวัดกำแพงเพชร จึงตกลงพร้อมใจที่จะบูรณปฏิสังขรณ์วัดเทพโมฬีแห่งนี้ เพื่อให้เป็นสถานที่บูชากราบไหว้ของชาวกำแพงเพชร
และชาวจังหวัดใกล้เคียงสืบไปภายหน้า โดยชักชวนข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวกำแพงเพชร ให้ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ หลวงพ่อเทพโมฬี ควบคู่กับ หลวงพ่อแป้งข้าวหมาก ที่ปรักหักพังด้วยกัน ขึ้นมาใหม่ให้เป็นองค์พระพุทธรูปที่สมบูรณ์ โดยก่อปูนสร้างครอบหุ้มองค์พระพุทธรูปเดิมไว้ภายใน ทางจังหวัดกำแพงเพชรได้ไปกราบอาราธนา หลวงพ่อโง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการปั้นและทำพิธีทางศาสตร์เวทในด้านนี้มาเป็นผู้ปั้น พร้อมทั้งบูรณปฏิสังขรณ์องค์หลวงพ่อเทพโมฬี หลวงพ่อโง่นได้เป็นองค์ประธาน ควบคู่กับการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีทุกขั้นตอน โดยใช้เวลาปั้นหลวงพ่อเทพโมฬี พร้อมทั้งปรับปรุงบริเวณโดยรอบแล้ว แล้วเสร็จในปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ ในระหว่างนั้น พระครูวิธานวชิรศาสน์ หรือหลวงพ่อภา อดีตเจ้าอาวาสวัดเสด็จ (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) ได้นำพาพระภิกษุ-สามเณรมาช่วยร่วมบูรณปฏิสังขรณ์โดยตลอด
         ปัจจุบัน วัดเทพโมฬี เป็นพุทธศาสนสถานแห่งสาธารณชน อยู่ในความดูแลของวัดเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร และถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชร ในแต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนแวะเวียนมากราบไหว้บูชาเพื่อขอพร และแก้บนเมื่อประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตนปรารถนาต่อท่านเสมอมิได้ขาด สำหรับเครื่องแก้บน นอกจากดอกไม้ธูปเทียนแล้วก็มีขนมจีนกับแป้งข้าวหมาก สาธุชนท่านใดที่มีโอกาสเดินทางผ่านไปยังจังหวัดกำแพงเพชร ควรจะแวะไปสักการบูชาขอพรต่อองค์หลวงพ่อเทพโมฬี ที่วัดเทพโมฬี เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว
2
เศรษฐีตราเจ้าแห่งทรัพย์ (พิมพ์หลวงพ่อโม้)
หลวงพ่อโม้ ตราเจ้าแห่งทรัพย์ ๒๕๑๙  วัดเทพโมฬี เกี่ยวเนื่องเรื่องไม่ว่าจะบนบานศาลกล่าวสิ่งใดในเรื่องที่ดีก็มักจะประสบความสำเร็จทุกรายไป ชาวกำแพงเพชรและใกล้เคียงเจอกันมาเยอะ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นพระพุทธรูปอันเป็นมิ่งขวัญหลักชัยของชาวเมืองกำแพงเพชรอยู่ตลอดมาไม่เสื่อมคลายเชื่อกันว่าทางศาสตร์เวทพุทธคุณด้านแคล้วคลาดจากภยันตรายและเมตตามหานิยม หนักทางให้โชคลาภ ตามที่หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านสื่อเห็นดินศักดิ์สิทธิแต่แห่งนี้เป็นดินอะไร เป็นดินของอธิบดียักษ์ผู้ที่ปกครองอสูรและทรัพย์ทั้งมวลมีการเสกอธิษฐานไว้แต่โบราณเรื่องความเจริญรุ่งเรืองท่านจึงได้อันเชิญตราเจ้าแห่งทรัพย์มาไว้ที่ด้านหลังพิมพ์พระนั่นเอง
เป็นเศรษฐีมีกินไม่มีอด ดินศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านได้นำมาใช้สร้างพระชุดนี้เป็นดินเก่าแก่ที่พบในกรุพระซุ้มกอของ จ.กำแพงเพชร หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านได้นำดินมาขึ้นพิมพ์พระพิมพ์ต่างๆหลากหลายพิมพ์แล้วเสกอธิษฐาน องค์พระเนื้อดินหนึบนุ่ม ไม่ได้กรองกรวด เผาและเสกแจกจ่ายกันไปตามวาระ แต่เนื่องจากพระไม่สวยปีลึกคนเก็บไม่ค่อยบอกต่อเก็บห่อไว้ให้ลูกหลาน แต่ลูกหลานนึกว่าพระดินธรรมดา หารู้ว่าเป็นดินเสกอธิษฐานของเจ้าแห่งทรัพย์ คนที่ทราบก็ขอเก็บเงียบกันหมด  พระเนื้อดินวัดเทพโมฬีชุดนี้ถือได้ว่าเป็นของหายากอีกพิมพ์หนึ่งที่หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านได้สร้างไว้ครับ.

วัดเทพโมฬี ชาวกำแพงเพชร เรียกว่า วัดหลวงพ่อโม้ เป็นวัดทิ้งร้างนอกเขตคูเมืองเดิมด้านทิศใต้เป็นเวลานานนับร้อยปี ซากปรักหักพังเป็นศิลาแดง จึงกำหนดอายุว่าน่าจะร่วมสมัยกับโบราณสถาน ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เมื่อครั้งยังเป็นเมืองชากังราว เฉพาะองค์หลวงพ่อเทพโมฬี เป็นพระประธานในอุโบสถมาแต่เดิม ได้ชำรุดแตกหักเหลือแต่พระปฤษฎางค์และพระเศียร ส่วนพระกรหลุดร่วงหายไป มีต้นไม้และเถาวัลย์ขึ้นรกคลุมจนแทบมองไม่เห็นองค์พระพุทธรูป นอกจากนี้ยังมี งู แมงป่อง เป็นต้น จำนวนมากมาย ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้
          ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ นายกาจ รักษ์มณี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ในสมัยนั้น มีความคิดที่จะบูรณะพุทธสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีคนกราบไหว้ เพื่อจะได้เป็นสาธารณสถานให้ชาวกำแพงเพชรได้กราบไหว้บูชา ท่านจึงปรึกษาหารือกับนายจำรูญ อรรถธรรมสุนทร อัยการจังหวัดกำแพงเพชร อัยการจังหวัดจำรูญเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่า มีพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์อยู่องค์หนึ่ง ชาวบ้านนับถือกันมาก อยู่หลังบ้านพักอัยการจังหวัด มีนามว่า หลวงพ่อโม้ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ชาวบ้านนิยมกราบไหว้บูชา บนบานศาลกล่าวกันอยู่เสมอ
          ผู้ว่าราชการจังหวัดและอัยการจังหวัดกำแพงเพชร จึงตกลงพร้อมใจที่จะบูรณปฏิสังขรณ์วัดเทพโมฬีแห่งนี้ เพื่อให้เป็นสถานที่บูชากราบไหว้ของชาวกำแพงเพชร
และชาวจังหวัดใกล้เคียงสืบไปภายหน้า โดยชักชวนข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวกำแพงเพชร ให้ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ หลวงพ่อเทพโมฬี ควบคู่กับ หลวงพ่อแป้งข้าวหมาก ที่ปรักหักพังด้วยกัน ขึ้นมาใหม่ให้เป็นองค์พระพุทธรูปที่สมบูรณ์ โดยก่อปูนสร้างครอบหุ้มองค์พระพุทธรูปเดิมไว้ภายใน ทางจังหวัดกำแพงเพชรได้ไปกราบอาราธนา หลวงพ่อโง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการปั้นและทำพิธีทางศาสตร์เวทในด้านนี้มาเป็นผู้ปั้น พร้อมทั้งบูรณปฏิสังขรณ์องค์หลวงพ่อเทพโมฬี หลวงพ่อโง่นได้เป็นองค์ประธาน ควบคู่กับการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีทุกขั้นตอน โดยใช้เวลาปั้นหลวงพ่อเทพโมฬี พร้อมทั้งปรับปรุงบริเวณโดยรอบแล้ว แล้วเสร็จในปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ ในระหว่างนั้น พระครูวิธานวชิรศาสน์ หรือหลวงพ่อภา อดีตเจ้าอาวาสวัดเสด็จ (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) ได้นำพาพระภิกษุ-สามเณรมาช่วยร่วมบูรณปฏิสังขรณ์โดยตลอด
         ปัจจุบัน วัดเทพโมฬี เป็นพุทธศาสนสถานแห่งสาธารณชน อยู่ในความดูแลของวัดเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร และถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชร ในแต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนแวะเวียนมากราบไหว้บูชาเพื่อขอพร และแก้บนเมื่อประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตนปรารถนาต่อท่านเสมอมิได้ขาด สำหรับเครื่องแก้บน นอกจากดอกไม้ธูปเทียนแล้วก็มีขนมจีนกับแป้งข้าวหมาก สาธุชนท่านใดที่มีโอกาสเดินทางผ่านไปยังจังหวัดกำแพงเพชร ควรจะแวะไปสักการบูชาขอพรต่อองค์หลวงพ่อเทพโมฬี ที่วัดเทพโมฬี เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว
3
เศรษฐีตราเจ้าแห่งทรัพย์
พระพิมพ์ซุ้มกอ ตราเจ้าแห่งทรัพย์ ๒๕๑๙  วัดเทพโมฬี เกี่ยวเนื่องจากเศรษฐีทั้งปวง เชื่อกันว่าทางศาสตร์เวทพุทธคุณด้านแคล้วคลาดจากภยันตรายและเมตตามหานิยม หนักทางให้โชคลาภ ตามที่หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านสื่อเห็นดินศักดิ์สิทธิแต่แห่งนี้เป็นดินอะไร เป็นดินของอธิบดียักษ์ผู้ที่ปกครองอสูรและทรัพย์ทั้งมวลมีการเสกอธิษฐานไว้แต่โบราณเรื่องความเจริญรุ่งเรืองท่านจึงได้อันเชิญตราเจ้าแห่งทรัพย์มาไว้ที่ด้านหลังพิมพ์พระนั่นเอง
เป็นเศรษฐีมีกินไม่มีอด ดินศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านได้นำมาใช้สร้างพระชุดนี้เป็นดินเก่าแก่ที่พบในกรุพระซุ้มกอของ จ.กำแพงเพชร หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านได้นำดินมาขึ้นพิมพ์พระพิมพ์ต่างๆหลากหลายพิมพ์แล้วเสกอธิษฐาน องค์พระเนื้อดินหนึบนุ่ม ไม่ได้กรองกรวด เผาและเสกแจกจ่ายกันไปตามวาระ แต่เนื่องจากพระไม่สวยปีลึกคนเก็บไม่ค่อยบอกต่อเก็บห่อไว้ให้ลูกหลาน แต่ลูกหลานนึกว่าพระดินธรรมดา หารู้ว่าเป็นดินเสกอธิษฐานของเจ้าแห่งทรัพย์ คนที่ทราบก็ขอเก็บเงียบกันหมด  พระเนื้อดินวัดเทพโมฬีชุดนี้ถือได้ว่าเป็นของหายากอีกพิมพ์หนึ่งที่หลวงปู่โง่น โสรโย ท่านได้สร้างไว้ครับ.

วัดเทพโมฬี ชาวกำแพงเพชร เรียกว่า วัดหลวงพ่อโม้ เป็นวัดทิ้งร้างนอกเขตคูเมืองเดิมด้านทิศใต้เป็นเวลานานนับร้อยปี ซากปรักหักพังเป็นศิลาแดง จึงกำหนดอายุว่าน่าจะร่วมสมัยกับโบราณสถาน ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เมื่อครั้งยังเป็นเมืองชากังราว เฉพาะองค์หลวงพ่อเทพโมฬี เป็นพระประธานในอุโบสถมาแต่เดิม ได้ชำรุดแตกหักเหลือแต่พระปฤษฎางค์และพระเศียร ส่วนพระกรหลุดร่วงหายไป มีต้นไม้และเถาวัลย์ขึ้นรกคลุมจนแทบมองไม่เห็นองค์พระพุทธรูป นอกจากนี้ยังมี งู แมงป่อง เป็นต้น จำนวนมากมาย ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้
          ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ นายกาจ รักษ์มณี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ในสมัยนั้น มีความคิดที่จะบูรณะพุทธสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีคนกราบไหว้ เพื่อจะได้เป็นสาธารณสถานให้ชาวกำแพงเพชรได้กราบไหว้บูชา ท่านจึงปรึกษาหารือกับนายจำรูญ อรรถธรรมสุนทร อัยการจังหวัดกำแพงเพชร อัยการจังหวัดจำรูญเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่า มีพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์อยู่องค์หนึ่ง ชาวบ้านนับถือกันมาก อยู่หลังบ้านพักอัยการจังหวัด มีนามว่า หลวงพ่อโม้ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ชาวบ้านนิยมกราบไหว้บูชา บนบานศาลกล่าวกันอยู่เสมอ
          ผู้ว่าราชการจังหวัดและอัยการจังหวัดกำแพงเพชร จึงตกลงพร้อมใจที่จะบูรณปฏิสังขรณ์วัดเทพโมฬีแห่งนี้ เพื่อให้เป็นสถานที่บูชากราบไหว้ของชาวกำแพงเพชร
และชาวจังหวัดใกล้เคียงสืบไปภายหน้า โดยชักชวนข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวกำแพงเพชร ให้ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ หลวงพ่อเทพโมฬี ควบคู่กับ หลวงพ่อแป้งข้าวหมาก ที่ปรักหักพังด้วยกัน ขึ้นมาใหม่ให้เป็นองค์พระพุทธรูปที่สมบูรณ์ โดยก่อปูนสร้างครอบหุ้มองค์พระพุทธรูปเดิมไว้ภายใน ทางจังหวัดกำแพงเพชรได้ไปกราบอาราธนา หลวงพ่อโง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการปั้นและทำพิธีทางศาสตร์เวทในด้านนี้มาเป็นผู้ปั้น พร้อมทั้งบูรณปฏิสังขรณ์องค์หลวงพ่อเทพโมฬี หลวงพ่อโง่นได้เป็นองค์ประธาน ควบคู่กับการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีทุกขั้นตอน โดยใช้เวลาปั้นหลวงพ่อเทพโมฬี พร้อมทั้งปรับปรุงบริเวณโดยรอบแล้ว แล้วเสร็จในปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ ในระหว่างนั้น พระครูวิธานวชิรศาสน์ หรือหลวงพ่อภา อดีตเจ้าอาวาสวัดเสด็จ (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) ได้นำพาพระภิกษุ-สามเณรมาช่วยร่วมบูรณปฏิสังขรณ์โดยตลอด
         ปัจจุบัน วัดเทพโมฬี เป็นพุทธศาสนสถานแห่งสาธารณชน อยู่ในความดูแลของวัดเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร และถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชร ในแต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนแวะเวียนมากราบไหว้บูชาเพื่อขอพร และแก้บนเมื่อประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตนปรารถนาต่อท่านเสมอมิได้ขาด สำหรับเครื่องแก้บน นอกจากดอกไม้ธูปเทียนแล้วก็มีขนมจีนกับแป้งข้าวหมาก สาธุชนท่านใดที่มีโอกาสเดินทางผ่านไปยังจังหวัดกำแพงเพชร ควรจะแวะไปสักการบูชาขอพรต่อองค์หลวงพ่อเทพโมฬี ที่วัดเทพโมฬี เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว
4
รูปถ่ายแขวนคอจาร“ยันต์ประจุธาตุ”พระครูธรรมกิจโกวิท (ยงยุทธ ธมฺมโกสโล)

“ยันต์ประจุธาตุ”ที่หลวงพ่อท่านลงจารไว้หลังรูปถ่าย เรียกได้ว่าพุทธคุณครอบจักรวาล
เด่นทาง แคล้วคลาด ป้องกัน และยังมีเมตตาประจุธาตุของวัดเขาไม้แดง ใช้ยันต์เน้นพุทธคุณด้าน
คงกระพันแต่ก็มีการบรรจุพุทธคุณด้านเมตตาลงไปด้วย ”ยันต์ประจุธาตุ” ประกอบด้วย”ยันต์เฑาะว์”
มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์สูงบวก “ยันต์อุณาโลม” เน้นไปในทาง “คงกระพัน” ป้องกันสิ่งที่มองไม่เห็น
ตัว T คือ ”ยันต์พญากาเผือก” หรือ “ยันต์พระพุทธเจ้า 5 พระองค์” แสดงถึงความรักความเมตตา
พุทธคุณทั้งหมดของ “ยันต์ประจุธาตุ” เรียกได้ว่าพุทธคุณครอบจักรวาล เด่น แคล้วคลาด ป้องกัน และยังมีเมตตา
หลวงพ่อยงยุทธท่านเคยกล่าวไว้ ว่า “ยันต์ประจุธาตุ ครูท่านแรง แต่ถ้าเราดี มีศีล มีธรรม ก็จะยิ่งดีสมปรารถนามาก”

5
พระกริ่ง หลวงพ่อหมอ วัดพฤกษะวันโชติการาม ปี ๒๕๑๓
อริยสงฆ์ผู้มากล้นด้วยความเมตตาท่านเอกอุด้วยวิชาแก่กล้ากรรมฐาน ยังเป็นพระนักพัฒนาอีกด้วย
หลวงพ่อประเสริฐ_โอภาโส หรือ (หลวงพ่อหมอ ) วัดโคกกระต่ายทอง อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา
สมัยที่ท่านดำรงค์ธาตุขันธ์อยู่ท่านเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ป่วยทุกข์ยากที่หมดหนทางรักษาประเภท
โรงพยาบาลไม่อยากรับเสมอ วิธีรักษาก็แปลกๆเสมอ อีกอย่างใครที่ไปกราบท่านกลับมามักมีโชค
มีลาภเสมอ “เทพเจ้าชาวตะพานหิน” พระผู้มากล้นด้วยอภิญญาบารมีทุกๆด้าน ชื่อเสียงท่าน
เป็นที่รู้จักจนคหบดีโกหมัก ได้ปรึกษาและเชิญช่างออกแบบพระกริ่ง โดยช่าง เกษม มงคลเจริญ
คือช่างออกแบบที่สวยมีเสน่ห์ของยุคนั้น
6
วัดศรีเบญจคาลัย พระครูวิภัชกิตติสาร (ครูบามงคล) เจ้าอาวาส ขอเชิญญาติโยมร่วมสร้างองค์พระสมุทรเจดีย์ศรีพิจิตร
7
กฐินวัดศรีเบญจคาลัย ( วัดบางเบน) ตำบลท้ายทุ่ง อำเภอทับคล้อ ๒๕๖๔
ประเพณีการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชนไทยมีมาช้านาน ในปัจจุบันถวายผ้ากฐินในแง่การสนับสนุน
ผ้าไตรจีวรเพื่อใช้ในสังฆกรรมสำคัญของคณะสงฆ์  เงิน หรือวัตถุสิ่งของ เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาพัฒนา
ถาวรวัตถุและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งจัดเป็นสังฆทานอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน
กฐินมีกำหนดระยะเวลาถวาย จะถวายตลอดไปเหมือนผ้าชนิดอื่นมิได้
ประเพณีการทอดกฐิน ในแต่ละปีกำหนดให้มีการจัดทอดกฐินขึ้นภายใน ๑ เดือน หลังประเพณี
ออกพรรษา โดยวัดที่จะสามารถรับกฐินได้ ต้องมีพระภิกษุจำพรรษาโดยไม่ขาดพรรษาเลยไม่ต่ำกว่า ๕ รูป
วัดศรีเบญจคาลัย พระครูวิภัชกิตติสาร (ครูบามงคล) เจ้าอาวาส ขอเชิญญาติโยมร่วมสร้างองค์พระสมุทรเจดีย์ศรีพิจิตร
8
ปลัดขิก ฟ้าผ่า หลวงปู่เจียม สันติธัมโม วัดกะมอล
     ส่วนอีกตำนานหนึ่งนั้นกล่าวว่า วันหนึ่งพระศิวะร่วมเสพสังวาสกับพระอุมาในท้องพระโรง
ทำให้บรรดาเหล่าเทพที่มาเข้าเฝ้าเห็นเข้า และแสดงความไม่นับถือต่อพระศิวะ ด้วยเหตุนี้พระศิวะ
จึงบันดาลโทสะและประกาศในท้องพระโรงนั้นว่า อวัยวะของพระองค์นี่แหละจักปกป้องคุ้มครอง
แก่ผู้เคารพบูชา หากเทพหรือมนุษย์ผู้ต้องการประสบความสำเร็จและความสุขในชีวิตจะต้อง
เคารพบูชาให้กราบไหว้บูชาอวัยวะของพระองค์
ในประเทศไทยไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเริ่มมีมาในสมัยใด และมีความแแตกต่างจากศิวลึงค์ของชาวฮินดู
เนื่องจากปลัดขิกที่คนไทยนำมาบูชานั้นทำขึ้นจากผู้มีวิชาความรู้ด้านไสยศาสตร์และทำการปลุกเสก
เพื่อให้เป็นเครื่องรางของขลัง โดยในสมัยโบราณคนไทยนิยมห้อยปลัดขิกไว้กับเอวหรือห้อยคอ
สำหรับเด็กผู้ชาย ซึ่งการทำเช่นนี้เพราะมีความเชื่อว่าหากมีปลัดขิกติดตัวจะช่วยป้องกันอันตรายต่างๆได้
หรือบางคนนำมาบูชาไว้กับสถานประกอบการค้าขายเพราะเชื่อว่าจะทำให้ค้าขายมีกำไรมีคนอุดหนุนกิจการมากขึ้น
ปลัดขิกในปัจจุบันนอกจากทำขึ้นโดยผู้มีความรู้ด้านไสยศาสตร์แล้ว ยังพบว่าถูกสร้างโดยพระภิกษุ
และได้รับความนิยมมากอาจเพราะมีความเชื่อทางด้านพุทธคุณประกอบกัน หรือ บางครั้งถูกสร้างโดย
ผู้มีความศรัทธาในพระภิกษุนั้นแล้วทำการแกะสลักปลัดขิกจากนั้นจึงนำไปให้พระภิกษุที่ตนเองนับถือทำการปลุกเสก
นอกจากนี้ปลัดขิกยังถูกมองว่าเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะมีการแกะสลักเป็นรูปลิง หรือรูปร่างหญิงเปลือยกาย
ซึ่งล้วนแต่มีความเชื่อผสมอยู่เสมอ เช่น ลิงอาจหมายถึงความคล่องแคล่ว หญิง หมายถึง มีเสน่ห์ หรือทำขึ้นเพื่อ
ให้ชาวต่างชาตินำไปเป็นของสะสม

9
เหรียญซุ้มกอหลวงพ่อยี เนื้อทองเหลือง
เหรียญซุ้มกอหลวงพ่อยี เนื้อทองเหลือง ทองแดงก็มีนะครับ พุทธคุณเน้นไปทางด้านโภคทรัพย์
ค้าขาย ด้านหน้ารูปพระพุทธปางสมาธินั่งฐานบัว ๕ กลีบ ด้านหลังประทับยันต์ห้าอุนาโลมอักขระเลขห้า
 “มหาลาภ”แบบเหรียญรุ่นแรกและมีตัวอักษร"ยี"
10
ผ้ายันต์อิติปิโสแปดทิศ กลมแดงดวงเล็ก หลวงพ่อยี ปญญภาโร วัดดงตาก้อนทอง
บทสวดอิติปิโสฯ เป็นธรรมราชา คาถาที่ใหญ่ คือ การระลึกถึงพระพุทธคุณเป็นอารมณ์
 มีอานิสงค์ ๑๑ประการ *ศรัทธา*สติ*ปัญญา*บุญใหญ่*ปิติ*ความสำเร็จ*ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า
*เทิดทูนพระพุทธเจ้า*ละอายความชั่วเกรงต่อบาป*ปรารถนาพุทธภูมิ*มนุษย์เทวดาสรรเสริญ*สวรรคติภูมิ
คาถาอิติปิโสถอยหลัง เป็นมหาจินดามณีมนต์ คาถาแก้วสารพัดนึก เมื่อภาวนา ศัตรูบ่มิกล้ำกราย
เป็นที่เสน่หาเทพารักษ์ การถอนคุณไสย์มนต์ดำสิ่งอัปมงคลต่าง ๆ
อิติปิโส
สมัยพุทธกาล พระสงฆ์ ออกธุดงค์ไปในป่าเขา จะมีเหล่าอสูรกายมาหลอกหลอน พอสวด บทอิติปิโส ปกติ
อสูรกายกลับกลายร่างเป็นยักษ์ ปัดกลดกระเด็นไปคนละทิศละทาง จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้า ให้ สวด อิติปิโส แต่ให้สวดถอยกลับ เพื่อไปปลดปล่อยยักษ์ตนนั้นที่หวงที่ ยักษ์ตนนั้น
พอได้ฟังบท อิติปิโสถอยหลัง จึงปวดหัวอย่างแรง ยักษ์จึงยอมแก่พระสงฆ์
ดังนั้นผ้ายันต์อิติปิโส กลมแดงดวงเล็กนั้น ท่านเป่าเสกไว้ครบครอบจักรวาล
มีความเป็นสิริมงคลยิ่งนัก ยันต์นี้ใครไม่ได้สักกระหม่อมไว้พกติดตนก็เหมือนสัก
หน้า: [1] 2 3 ... 10




Facebook Page