.

 


ผู้เขียน หัวข้อ: พระนาคปรกรุ่นแรกและรุ่นสุดท้าย พ.ศ.๒๕๓๙ หลวงปู่บาง ปัญญาทีโป เทพเจ้าแห่งมอญกระทุ  (อ่าน 275 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 356
    • ดูรายละเอียด
พระนาคปรกรุ่นแรกและรุ่นสุดท้าย พ.ศ.๒๕๓๙ หลวงปู่บาง ปัญญาทีโป เทพเจ้าแห่งมอญกระทุ่มมืด
เป็นพระนาคปรกรุ่นที่หลวงปู่บางท่านเสกรุ่นแรก ปีพ.ศ.๒๕๓๙ ยอดประสบการณ์เทพเจ้าแห่งมอญกระทุ่มมืด
(วัดกลางพระประแดงขออนุญาตสร้างถวาย)
 *เนื้อทองคำจำนวน ๒๐ องค์ *เนื้อเงินจำนวน ๑๕๐ องค์ *เนื้อสตางค์จำนวน ๙๐๐ องค์ *เนื้อทองแดงจำนวน ๑๕,๐๐๐องค์

พระพุทธรูปและพระเครื่องในลักษณาการที่เรียกว่า “นาคปรก” นับเป็นพระที่มีพุทธลักษณะงดงาม และมีนัยแสดงความหมาย
ซึ่งสืบ ทอดกันมาตั้งแต่โบราณกาล ลักษณะ “นาคปรก” ที่พบเห็นนั้นมีหลายแบบ อาทิ เป็นรูปพระพุทธประทับนั่งทับบน
บัลลังก์นาคขนด หรือมีขนดนาคล้อมรอบองค์พระพุทธ ปรากฏพญานาคแผ่เศียรอยู่ด้านบน มีทั้งเศียรเดียวและหลายเศียร
ความเชื่อเรื่อง “พญานาคกับศาสนา” ปรากฏทั้งในศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนา สำหรับศาสนาพราหมณ์ “นาค” มีความ
สำคัญหลายประการ ตัวอย่างเช่น เป็นบัลลังก์ขององค์พระวิษณุในไวกูณฑ์ ที่เรียกว่า “วิษณุอนันตศายินปัทมะนาภะ” หรือ
 “นารายณ์บรรทมสินธุ์” หรือใน “ครุฑปุราณะ” เรื่องพญานาควาสุกรีที่พันรอบเขา มิลินทระในคราวกวนเกษียรสมุทรเพื่อ
ตลอดจนการกล่าวถึงนาคในปุราณะต่างๆ นอกจากเรื่องราวของ “นาค” ยังสัมพันธ์กับพงศาวดารเขมร ซึ่งกล่าวถึงนาคว่า
เป็นต้นบรรพบุรุษของขอมโบราณ และมักมาปรากฏช่วยสร้างเมืองอยู่เสมอ จนเมื่อชาวขอมจะสร้างศาสนาสถานต่างๆ ก็มัก
จะจำลองรูปพญานาคไว้ บ้างก็ถือว่านาคเป็นตัวแทนของสะพานสายรุ้งที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับสวรรค์ด้วย
ส่วนพุทธศาสนา เป็นที่ทราบกันว่ามีความนิยมสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก อันเกี่ยวเนื่องกับพญานาคที่ชื่อ “มุจลินท์”
ซึ่งมาแผ่พังพานปกป้องพระพุทธองค์ และกลายเป็นพระประจำวันเสาร์ นอกเหนือไปจากเรื่องพญานาคเลื่อมใสในพุทธศาสนา
ถึงขนาดปลอมตนมาขอบวชจนเรียกว่า “บวชนาค” มาจนถึงปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ หากพิจารณาอาคารสถาปัตยกรรมจะพบ
เห็นเค้าเงื่อนที่พญานาคทำหน้าที่ปกป้องดูแลพระศาสนาอย่างเอาจริงเอาจัง เช่น การทำช่อฟ้า รวยระกา ใบระกา
และหางหงส์ เป็นรูปพญานาค หรือการทำคันทวยเป็นรูปนาค เรียกกันว่า “นาคทัณฑ์” ล้อมรอบอุโบสถ วิหารไว้
สยามประเทศ คงได้รับอิทธิพลการสร้าง “พระปางนาคปรก” จากเขมรก่อนเป็นเบื้องแรก ตั้งแต่สมัยอยุธยาจึงเริ่มพบพระประเภท
ดังกล่าว และเมื่อราชสำนักพยายามรวบรวมพุทธประวัติ ได้มีการสร้างพระปางต่างๆ ตามเรื่องราว พระปางนาคปรกก็ได้รับความ
นิยมมากขึ้น เนื่องจากแสดงออกถึงอิทธิฤทธิ์แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่อเมื่อมีการจัดสรรให้เกิดพระปางประจำวัน
เพื่อเข้าไปทดแทนการบูชาเทพนพเคราะห์ ซึ่งได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ ไปจนถึงพระราหู พระเกตุทั้งเก้าดวง ซึ่งเป็น
คติพราหมณ์ “พระปางนาคปรก” ก็ได้รับการจัดสรรให้เป็นปางประจำวันเสาร์ แทนดาวพระเสาร์แต่นั้นมา
อาจกล่าวได้ว่า พระนาคปรกนับเป็นการแสดงถึงพุทธภาวะที่มีอยู่เหนือสัตว์สำคัญ เช่น พญานาค นอกเหนือไปจากการแสดง
พุทธภาวะเหนือเหล่าอสูร ตามที่ปรากฏในพุทธประวัติจนเหล่าอสูรยอมศิโรราบถวายตนเป็นผู้ปกป้องศาสนา อาทิ อาฬาวกยักษ์
 และท้าวเวสสุวัณ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการแสดงให้เห็นถึงอำนาจ บุญบารมี และพระเมตตาของพระพุทธองค์ที่
มีเหนือสามโลก เหนือทั้งเทพเทวะ มนุษย์ ยักษ์ สัตว์ ภูตผีปีศาจต่างๆ
ในวงการพระเครื่องพระบูชา จึงมีความนิยมสร้างพระพุทธรูป พระเครื่อง และพระพิมพ์ ปางนาคปรก กันมากมาย เช่น พระนาคปรกวัดท้ายตลาด พระนาคปรกใบมะขาม สำนักต่างๆ