.

 


ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกง  (อ่าน 50 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 302
    • ดูรายละเอียด
หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกง
« เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2020, 10:48:21 AM »
หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกง
หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกง
หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม หรือพระครูวินัยวัชรกิจ เจ้าอาวาสวัดตาลกง ต.มาบปลาเค้า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นพระนัก
พัฒนา พระนักปฏิบัติ เคร่งครัดพระธรรมวินัย มีบุคลิกลักษณะผิวพรรณผ่องใส อัธยาศัยเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา
ใครไปหากราบไหว้ ท่านต้อนรับทุกคนไม่เลือกชั้นวรรณะด้วยไมตรีจิต สมเป็นสมณพุทธบุตรธรรมทายาท เนื้อนาบุญอย่างแท้จริง
ประวัติวัดตาลกง     วัดตาลกง ตั้งอยู่เลขที่ ๕๓ หมู่ที่ ๓ ตำบลมาบปลาเค้า อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
 สังกัดวัดมหานิกาย เนื้อที่ ๑๓ ไร่เศษ สันนิษฐานว่าวัดตาลกง เริ่มแรกเป็นสำนักสงฆ์ ชื่อ "สำนักสงฆ์ตาลโก่ง" ประมาณพ.ศ.๒๓๙๐ (๑๕๐ปีกว่า) ตามประวัติที่คนเฒ่าคนแก่เล่าสืบ ๆ กันมา ณ บริเวณที่ตั้งสำนักสงฆ์ มีต้นตาลต้นหนึ่งลักษณะออกยอดอยู่
ประมาณ ๗ ยอด ลำต้นโก่ง เรียกกันว่า"ตาลโก่ง"
ครั้นต่อมาได้มีการพัฒนาปรับปรุงยกฐานะขึ้นเป็นวัดโดยสมบูรณ์ จากชื่อเดิมตาลโก่งที่เคยเรียกขานกันมาก ก็เน่อกลายมาเป็น
"ตาลกง" ซึ่งเป็นชื่อ วัดตาลกง ในปัจจุบัน
     วัดตาลกง  มีเจ้าอาวาสปกครองดูแลสืบทอดกันมาหลายรูป แต่ไม่ปรากฎหลักฐาน พ.ศ.ชัดเจนนัก สำหรับเจ้าอาวาสที่มี
ชื่อเสียงรู้จักกันดีในอดีต คือหลวงพ่อตุ้ม มีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความสำคัญที่เล่ากันว่า ภายในอุโบสถวัดตาลกงหลังเดิม
สันนิษฐานสร้างประมาณ พ.ศ.๒๔๑๕ มีผงพุทธคุณ เสน่ห์เมตตานิยมสูงบรรจุไว้ เป็นของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ชลบุรี
ในสมัยที่หลวงพ่อตุ้มเป็นเจ้าอาวาส
     เจ้าอาวาสอีกรูปหนึ่งคือ หลวงพ่อผิว (ผู้เป็นลุงของหลวงพ่ออุ้น) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านไสยศาสตร์เวทมนต์
คาถาอาคมรุ่นเดียวกับหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง  ทั้งมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับหลวงปู่นาค วัดหัวหิน
(พระอุปัชฌาย์ของหลวงปู่คำ วัดหนองแก)  จนมาถึงยุคสมัยของหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดตาลกง พ.ศ.๒๕๐๔
 ซึ่งท่านได้พัฒนาผลงาน ก่อสร้างเสนาสนะสงฆ์ตลอดถาวร วัตถุเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ชาติภูมิ
     หลวงพ่ออุ้น นามเดิม อุ้น อินพรหม ถือกำหนดเมื่อวันศุกร์ที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๙ เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้องร่วมอุทร
เดียวกัน ๘ คน คือ ๑.หลวงพ่ออุ้น ๒.นายอิ่น ๓.นายเอื่่อน ๔.นายพวง ๕.นายแดง ๖.นางพุด ๗.นางเพี้ยน
๘.นางพ้วน ของโยมพ่อบุญ อินพรหม โยมแม่เล็ก อินพรหม ณ บ้านหนองหินถ่วง ต.มาบปลาเค้า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
     เริ่มการศึกษาเบื้องต้น หนังสือไทย ขอม ที่วัดไสค้าน จนกระทั่งจบการศึกษาภาคบังคับ แล้วมาช่วยเหลือบิดามารดา
ประกอบอาชีพในด้านเกษตรกรรม
สู่ร่มเงากาสาวพัสตร์
    เมื่ออายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมา วัดตาลกง ตรงกับวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๙
โดยมีพระอธิการชัน วัดมาบปลาเค้า เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการผิว วัดตาลกง เป็นพระกรรมวาจาจารย์
และพระอธิการขาว วัดอินจำปา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับสมณฉายาว่า "สุขกาโม"
ครั้นอุปสมบทแล้วได้อยู่จำพรรษาที่วัดตาลกงศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อผิว และศึกษาข้อวัตรปฏิบัติเรื่อยมา
การศึกษาพุทธาคม
     การศึกษาพุทธาคมของหลวงพ่ออุ้น เริ่มจากการอยู่ปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อผิว วัดตาลกง ซึ่งเป็นพระอาจารย์
ที่เชี่ยวชาญไสยศาสตร์เวทมนต์คาถาอาคม รุ่นราวคราวเดียว (สหธรรมิก) กับหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง ทั้งยัง
เก่งทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน เมตตา อยู่ยงคงกระพัน ซึ่งใกล้ชิดกับ หลวงปู่นาค วัดหัวหิน ทั้งเคยเดินทางไปขอศึกษา
วิชาความรู้จากหลวงปู่นาคอยู่เป็นประจำ
     หลวงพ่อผิว ธมฺมสิริ เป็นพระเกจิทรงคุณวิเศษของเมืองเพชรบุรีในยุคนั้น แต่อุปนิสัยของท่านชอบอยู่อย่างสันโดษ
เก็บตัวเงียบไม่ยอมเปิดเผยว่ามีดีนาน ๆ จะลง นะ ที่กระหม่อมให้ผู้ไปหาท่านสักครั้ง
     ชาวบ้านวัยชราอายุ ๘๐ กว่า เล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อผิวลง นะ ที่หัวให้ตัวเดียว มีคุณสารพัด อยู่ยงคงกระพันจนวันตาย
คนเก่า ๆ แถวท่ายางต่างประจักษ์ในความคงกระพันชาตรีมาแล้วหลายราย ก่อนนี้มีไอ้หนุ่มวัยรุ่นจากประจวบคีรีขันธ์มาติด
พันสาวมาบปลาเค้า เข้าไปกราบนมัสการหลวงพ่อผิว ขอให้ท่านลงนะที่กระหม่อมให้  ครั้นต่อมาไม่นานเขากลับมามาบปลาเค้า
อีกครั้ง  ถูกนักเลงท้องถิ่นแทงด้วยมีด ตีหัวด้วยท่อนไม้แต่ไม่ยักเป็นไร เลยฮึดสู้หนึ่งต่อสาม เล่นเอานักเลงเจ้าถิ่นต้องเปิดหนีกัน
จ้าละหวั่นไปเลย
หลวงพ่ออุ้น เป็นที่โปรดปรานของหลวงพ่อผิวมาก ๆ ได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาให้จนหมดสิ้น
     ในพรรษาต่อมา หลวงพ่ออุ้นเดินทางไปกราบนมัสการ หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง  ถวายตัวเป็นศิษย์เพื่อเล่าเรียนฝึก
ปฏิบัติสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน พุทธาคม โดยเรียนฝึกวิชากสิณจนชำนาญในกสิณ ๑๐ รวมทั้งตำรับตำราการทำผง
เมตตาชั้นสูงจากหลวงพ่อทองศุข
     หลวงพ่อทองศุข เห็นความมานะพยายามประจวบกับหลวงพ่อผิว อดีตเจ้าอาวาสวัดตาลกง ก็มีความคุ้นเคยกันมาก่อนแล้ว
ท่านจึงรับหลวงพ่ออุ้นไว้เป็นศิษย์ถ่ายทอดวิชาให้อย่างเต็มที่  ก่อนที่จะมีการศึกษาเล่าเรียนนั้น หลวงพ่อทองศุข ได้ดูฤกษ์ยาม
ก่อนแล้วนัดกำหนดวันให้หลวงพ่ออุ้นเดินทางไปทำพิธีขึ้นครูหรือการยกครูโดยมีขันธ์ ๕ ดอกไม้ ธูป เทียน บายศรี ทำพิธีขึ้นครู
     กล่าวได้ว่า หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม เป็นศิษย์ผู้สืบสายพุทธาคมจากหลวงพ่อทองศุข รูปหนึ่งอย่างแท้จริงไม่ใช้เป็นเพียงการ
กล่าวอ้าง  ในการเรียนวิชาของหลวงพ่ออุ้นนั้น  ต้องเดินทางจากวัดตาลกงไปเรียนที่วัดโตนดหลวงครั้งหนึ่งจะต้องไปพักอยู่
วัดโตนดหลวงถึง ๑๕ วัน ไปกลับอย่างนี้อยู่เป็นประจำ  และยังออกปริวาสกรรมร่วมกับหลวงพ่อทองศุข ขึ้นเขาไปบำเพ็ญเพียร
ในป่าช้าก็บ่อยครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งได้กับกับหลวงพ่อ่จันวัดมฤคทายวันซึงเป็นญาติกับหลวงพ่อทองศุข  หลวงพ่อจันรูปนี้เก่งวิชา
สะกดชาตรีคือเป็นวิชาสะกดให้สัตว์ร้ายอยู่กับที่ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้  ทราบว่าท่านได้เรียนมาจากพระธุดงค์ชาวเขมร
     หลวงพ่อจันได้ถ่ายทอดวิชาสะกดชาตรีให้หลวงพ่ออุ้นเช่นกัน  สำหรับวิชาที่โดดเด่นสำคัญสุดของหลวงพ่อทองศุข
ยากนักที่ศิษย์ผู้ใดจะได้รับถ่ายอดให้ คือ วิชาทำผงพระจันทร์ครึ่งซีก  วิชาผงพระจันทร์ครึ่งซีกเป็นอย่างไร ว่ากันว่าเป็น
ผงเมตตามหานิยมที่มีพุทธคุณอมตะล้ำลึกยิ่งกว่าผงอิทธิเจ  และผงปถมังหลายเท่านัก  จากวิชาผงพระจันทร์ครึ่งซีกนี้
หลวงพ่ออุ้นยังไม่ปรากฎว่าท่านนำออกมาทำผงเลย เพราะมีกฎสัจจะที่สำคัญมาก นอกจากนั้นหลวงพ่อทองศุขยังได้สอนการ
ทำผงอิทธิเจ  ผงปถมัง  ผงมหาราช  และผงหน้าพระภักษ์  ซึ่งเป็นตำรับสุดยอดของพระผงวัดนก จังหวัดอ่างทอง  ตำราผง
หน้าพระภักษืนี้ทราบว่าได้สูญหายไปจากวงการไสยศาสตร์เป็นเวลานานแล้ว  หากมีอยุ่หรือตกเป็นมรดกแก่ผู้ใดก็น้อยเต็มทีที่จะรู้ได้
     สำหรับวิชา นะ ปัดตลอด นั้น หลวงพ่ออุ้นได้รับการถ่ายทอดเช่นกัน วิชานี้จะสังเกตได้ถึงวัตถุมงคลของสำนักงานวัดโตนดหลวง
มียันต์นะ ปัดตลอด และ นะ ปถมังปรากฎอย่างชัดเจน  รวมทั้งวัตถุมงคลศิษย์สายหลวงพ่อทองศุขทุกรูป
    หลวงพ่ออุ้นเป็นพระที่มีบุคลิกลักษณะผิวพรรณวรรณะผ่องใสอัธยาศัยไมตรีเปี่ยมด้วยเมตตาและสัจบารมีเป็นที่ตั้ง  ท่านใส่ใจ
ในเรื่องที่วัฏสงสาร  คือการเกิดแก่เจ็บตาย บุญกรรม  และสิ่งลี้ลับในธรรมชาติ  โดยเฉพาะเรื่องเวทมนตร์คาถาอาคมอักขระเลขยั
ต์เป็นพิเศษ  ซึ่งชอบมาตั้งแต่อายุยังน้อยจึงเป็นแรงจูงใจให้ศึกษาเล่าเรียน  เรียนรู้และปฏิบัติให้เข้าถึงรู้แจ้งเห็นจริง  ด้วยเหตุนี้
หลวงพ่อทองศุขได้เล็งเห็นอุปนิสัยใจคอแล้ว  จึงถ่ายทอดสรรพวิชาให้หลวงพ่ออุ้นจนหมดสิ้น
จากนั้นต่อมาหลวงพ่ออุ้นได้ไปกราบนมัสการพระอธิการชัน  วัดมาบปลาเค้า  ขอศึกษาเล่าเรียนวิชาไสยศาสตร์
ซึ่งพระอธิการชันท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาจากหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัด  เป็นวิชาอยู่ยงคงกระพัน  และเสกลิงลมวิชาขับ
คุณไสยทำปรอท เล่นแร่แปรธาตุ เรียนวิชาจากหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง  เรียนวิชาทำตะกรุด  และปลัดตามตำรับ
หลวงพ่อโคก วัดปากคลองบางครก  ครูบาอาจารย์ของหลวงพ่ออุ้นใช่จะมีแต่เพียงพระสงฆ์เท่านั้นแม้แต่เป็นฆราวาสผู้เชี่ยวชาญ
ในสรรพวิชา  ท่านก็ยังไปขอเล่าเรียนศึกษาเช่นกัน อย่างเช่นอาจารย์โม ซึ่งเป็นหมอสักชาวเพชรบุรี  มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด
ในยุคนั้นท่านได้ไปขอเล่าเรียนวิชาจากอาจารย์โมแม้หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม  ซึ่งปัจจุบันท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มี
ชื่อเสียงมากที่สุดรูปหนึ่งของจังหวัดนครปฐม  (เพิ่งมรณภาพเมื่อต้นเดือน พ.ย. ๔๓)  ก็เล่าเรียนวิชาสักยันต์จากอาจารย์โม
จากนั้นหลวงพ่ออุ้นท่านก็ไปเรียนวิชาทำสีผึ้งมหาเมตตา  วิชาลงเลขยันต์  ลงสมุนไพร ตำราสมุนไพรจากหมอฉ่ำ
หมอไสยศาสตร์ชาวอำเภอท่ายาง ที่จริงโยมบุญ อินพรหม  โยมพ่อของหลวงพ่ออุ้นท่านก็เป็นหมอไสยศาสตร์มีความรู้เรื่องยา
โบราณ มีตำรายาโบราณที่ตกทอดมาแต่ยุคก่อนจำนวนมาก  โดยเฉพาะตำราทำผงยาเพชรมณี  หลวงพ่ออุ้นก็ได้รับสืบทอด
มาว่ากันว่าผงยาเพชรมณีหรือเพชรจินดา  เป็นตำรายาหัวใจ ยาลม ยาอายุวัฒนะที่ดีมาก  ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษไม่แตกต่าง
กับผงยาจินดามณีของปู่บุญมากนัก หรืออาจเป็นตำราสูตรเดียวกันมาแต่โบราณก็เป็นได้
     เมื่อหลวงพ่ออุ้น ได้เรียนวิชาไสยเวทต่าง ๆ มาอย่างช่ำชองแล้ว  ก็ได้เคยนำเอาวิชาสักยันต์มาสักลงให้บรรดาศิษย์
และชาวบ้าน  สักเสือผยองเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ชาวบ้านที่นิยมก็มาสักกันมากพอสมควรและบุคคลที่สักไปเหล่านั้น
เป็นคนดังก็มาก  คนดีก็มีภายหลังท่านมาพินิจพิจารณาถึงวิชาเหล่านี้ว่าไม่สมควรนำมาใช้ให้กับบุคคลต่าง ๆ เพราะบังเกิด
มีทั้งดีและชั่วผิดและถูกไม่มีใครเป็นคนดีได้หมด  ซึ่งอาจนำไปสู่แนวทางอกุศลกรรมได้  ครั้นพิจารณาในหลักธรรมอย่าง
ถ่องแท้แล้ว  นับตั้งแต่วันนั้นท่านจึงหยุดทำการสักและมุ่งมั่นหันมาช่วยชาวบ้านด้านขับคุณไสย  ขับผี  ไล่วิญญาณพเนจร
ที่เข้าสิงร่างชาวบ้านจนขึ้นชื่อที่ใดในแถบตำบลนั้นมีปัญหาเรื่องผีเข้า  ถ้าขู่ว่าจะพาไปหาหลวงพ่ออุ้น  มักจะออกไปทันที
เรื่องนี้ชาวตำบลมาบปลาเค้าทราบดี บางรายไปพรหมน้ำมนต์ร้องครวญคราง รายใดถ้าแข็งจะถูกตอกตะปูแล้วกลึง
ต่อมาเหล่าวิญญาณทั้งหลายจะต้องด้วยในบารมีหลวงพ่ออุ้น หรือไรไม่ทราบ  ถ้าเกิดผีเข้ากลางงานที่มีผู้คนมาก ๆ ผู้คน
จะช่วยกันไล่  ไม่ยอมไปถึงโดนซ้อมจนน่วมก็ไม่ออก ถ้าขู่ว่าจะช่วยกันจับไปหาหลวงพ่ออุ้นส่วนมากจะออกไปทันที  เรื่องเหล่า
นี้เกิดขึ้นมาก  ลองถามชาวบ้านดูได้  ท่านยังมุ่งมั่นความหลุดพ้นเจริญวิปัสสนากรรมฐานเป็นเวลานาน ๆ อยู่ประจำ
มีความสงบนิ่ง มีเมตตา มอบให้แก่พุทธศาสนิกชนที่ไปกราบนมัสการท่านเสมอเหมือนกันหมด

ปฏิปทาศีลวัตร
     ทุกวันนี้ผู้ที่ใกล้ชิดหลวงพ่ออุ้นต่างก็ทราบกันดีว่า หลวงพ่อวัดตาลกงไม่ใช่พระธรรมดา หรือ เป็นพระธรรมดาที่ยิ่งกว่าธรรมดา
 เพราะท่านเคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีปฏิปทาศีลวัตร  สัจคุณงามเป็นพระสุปฏิปันโน  สมเป็นสมณสากยพุทธบุตรในพระพุทธศาสนา
อีกรูปหนึ่ง ที่พุทธศาสนิกชนศรัทธาเลื่อมใสกราบไหว้ด้วยความอิ่มใจ หลวงพ่ออุ้นมีญาณ สมาบัติสูง มีสมาธิจิตแก่กล้า กรวดหิน
แร่ ธาตุต่าง ๆ ท่านหยิบผ่านมือแล้วมอบให้แก่ใครก็มีอนุภาพพุทธคุณอย่างน่าอัศจรรย์
พระนักพัฒนา      เมื่อพูดถึงงานด้านการพัฒนาหลวงพ่ออุ้นได้อยู่ช่วยเหลือหลวงพ่อผิว (ผู้เป็นหลวงลุง) สร้างวัดตาลกงมาตั้งแต่
แรก ๆ จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
     ก่อนนี้ท่านได้เดินทางเข้าป่าละอูไปช่วยหลวงพ่อผิว ตัดไม้ ไปกลางเดือนอ้าย กลับถึงวัดกลางเดือนห้า ใช้เวลาไปกลับครั้งละ
๔เดือน เป็นอย่างนี้ประจำถึง ๕ ปี ไปกับหมู่สงฆ์ไปปลูกโรงอาศัยในป่า  ไม้ที่ตัดใช้เกวียนลากมาแสนจะลำบาก
     หลวงพ่ออุ้น ได้ออกธุดงควัตรไปทั่วทุกภูมิภาคที่ ๆ อยู่ในความทรงจำของท่านมากทีุ่สุด ก็คือ ป่าตะนาวศรี ป่าละอู และ
ป่าปราณบุรี เดินธุดงค์จนไปพบผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส  ได้ถวายที่ดินให้ท่านสร้างวัดและโรงเรียนจำนวนถึง ๑,๐๐๐ กว่าไร่
หลวงพ่อถามโยมผู้ถวายที่ดินว่าเมื่อโยมถวายที่ให้อาตมาแล้ว  จะให้มีอะไรบนที่ดินผืนนี้บ้าง  โยมผู้นั้นบอกว่าต้องการมีวัด
โรงเรียนและสถานีอนามัย  เมื่อรับปากว่าจะดำเนินการให้โยมนั้นตามความประสงค์ ต่อมาหลวงพ่ออุ้นก็เริ่มพัฒนาดำเนิน
การจัดสร้างสำนักสงฆ์ท่าไม้ลายขึ้น  ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.เขาเจ้า อ.ปราณบุรี  จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจัดส่งพระอาจารย์รุ่ง ปิยธโร
ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อไปควบคุมดูแลปฏิสังขรณ์สำนักสงฆ์  ได้รับผ้าป่ากฐินพอเลี้ยงตัวเองได้ต่อมาได้สร้างโรงเรียนขึ้นเมื่อ
๗ ปีที่แล้ว  จนบัดนี้มีเด็กนักเรียนประมาณ 200 คนพร้อมกับสถานีอนามัยอยู่บนพื้นที่แห่งนี้สมเจตนารมณ์ของผู้ถวายทุก
ประการแล้ว  หลวงพ่ออุ้นนอกจากจะเป็นพระนักปฏิบัติแล้ว ก็เป็นพระนักพัฒนา  ผู้นำความเจริญก้าวหน้ามาสู่สำนักสงฆ์ท่าไม้ลาย
จากที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นที่เจริญรุ่งเรืองด้วยการพัฒนาสถานที่ พัฒนาบุคคลไปพร้อม ๆ กัน  แม้ถึงทุกวันนี้หลวงพ่ออุ้นยังไปมา
สำนักสงฆ์อย่างสม่ำเสมอได้นำเอาผ้าห่ม เครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกให้เด็กนักเรียนอยู่เป็นประจำ ผู้เขียนมีความศรัทธาใน
หลวงพ่ออุ้นมาก จากประวัติและปฏิปทาศีลวัตรของท่านนับว่าเป็นพระคณาจารย์ที่ดีพร้อมจริง ๆ
     อุโบสถหลังเก่า ของวัดตาลกงมีอายุถึง ๑๖๐ กว่าปี มีสภาพชำรุดทรุดโทรม หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม จึงได้ดำเนินการสร้าง
อุโบสถหลังใหม่ขึ้น ภายในอุโบสถหลังเก่านี้ อดีตเจ้าอาวาสวัดตาลกงได้นิมนต์ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์มาทำผงอิทธิเจ
บรรจุได้ ๑ โอ่ง ประมาณ พ.ศ.๒๔๔๗ และหลวงพ่ออุ้นได้นำมาเก็บรักษาไว้ ต่อมาในปีพ.ศ.๒๔๙๕ หลวงพ่ออุ้น
จึงได้นำเอาผงพุทธคุณเก่ามาผสมกับผงที่ท่านได้ทำขึ้น แล้วบดผสมข้าวปากบาตรและข้าวก้นบาตร กดพิมพ์ทำเป็นพระผง
สมเด็จคะแนนขึ้น  โดยจุดประสงค์เพื่อเอาพระสมเด็จคะแนนที่สร้างขึ้นส่วนหนึ่งไปบรรจุในอุโบสถหลังใหม่ และส่วนหนึ่งแจกกับพุทธศาสนิกชนและศิษย์ให้เป็นสิริมงคล พระสมเด็จคะแนนนี้สร้างขึ้นจำนวนหลายหมื่นองค์ โดยได้ดำเนินการสร้าง ตั้งแต่ปี
พ.ศ.๒๔๙๕ ติดต่อกันถึงปี พ.ศ.๒๔๙๗ รวม ๓ ปี ในระหว่างนั้นหลวงพ่อผิวเป็นเจ้าอาวาสวัดตาลกงอยู่ ซึ่งอยู่ในวัยชราภาพแล้ว
ได้ดำริควรจะสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น  พร้อมทั้งงานพัฒนาเสนาสนะสงฆ์ที่ชำรุดทรุดโทรม  โดยมอบให้หลวงพ่ออุ้นเป็นผู้ดำเนิน
การรับผิดชอบ ในด้านพัฒนาก่อสร้าง ดูแล ติดต่อสิ่งก่อสร้างซ่อมแซมสิ่งต่าง ๆ ภายในวัดโดยตลอด  แล้วหลวงพ่ออุ้นได้ปรึกษา
กับท่านถึงเรื่องการสร้างพระสมเด็จเหม็น เพื่อนำปัจจัยมาสร้างอุโบสถหลังใหม่  แล้วได้นำมารวมกันทำการอธิษฐานจิตปลุกเสก
เป็นเวลา ๘ ปีเต็ม  หลังจากนั้นก็ได้จัดส่วนต่าง ๆ ไว้ เช่น ไว้บนเพดานศาลา  ใต้พระบูชาบนศาลา  ส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ใน
อุโบสถหลังใหม่     พระสมเด็จคะแนนนี้หลวงพ่อได้เริ่มนำออกมาแจกให้พุทธศาสนิกชน ในปีพ.ศ.๒๕๐๕ เป็นต้นมา จนกระทั่งถึง
ปี ๒๕๑๑ ท่านก็หยุดจะมีบ้างก็ให้ประปราย เช่นคนที่มาจากต่างจังหวัดและประมาณ พ.ศ.๒๕๓๐ ท่านก็เก็บเงียบไม่แจกเลย
และมาแจกอีกครั้งเมื่อต้นปีพ.ศ.๒๕๓๙ พระสมเด็จคะแนนตามที่ชาวบ้านตาลกงเรียกมาแต่แรกเป็นพระผงที่มีพุทธคุณ
ด้านเมตตามหานิยมและเสน่ห์สูงมาก
     กิตติคุณบารมีธรรมและผลงาน   
     หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม  เป็นพระเกจิอาจารย์อาวุโสรูปหนึ่งของเมืองไทยแม้จะเพิ่งเปิดเผยชีวประวัติเพียงไม่กี่ปีก็ตาม
สำหรับสาธุชนในท้องถิ่นต่างรู้จักกิตติคุณของท่านมานานนับกว่า ๓๐ ปีแล้ว
     หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม  เป็นแบบอย่างของพระภิกษุสงฆ์ที่เคร่งครัดธรรมวินัยมีศีลบริสุทธิ์  ประพฤติปฏิบัติธรรมตามแนว
ทางในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  เป็นพระที่ไม่สะสม ไม่ปรุงแต่ง ไม่เคยยึดติดลุ่มหลงในยศถาบรรดาศักดิ์  ไม่ยึดติดใน
ลาภสักการะ ท่านมีแต่สงเคราะห์ช่วงเหลือ แผ่เมตตาบารมี
     ผลงานการสร้างเสนาสนะสงฆ์ตลอดทั้งถาวรวัตถุต่าง ๆ ปรากฎเป็นรูปธรรมมากมาย เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ
กุฎิสงฆ์ ฌาปนสถาน สำนักสงฆ์ โรงเรียน ถนนหนทาง กำแพงวัด ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนสำเร็จด้วยบุญฤทธิ์ของ
หลวงพ่ออุ้นทั้งสิ้น  เคยมีพระเถระผู้ใหญ่มาขอร้องให้ท่านรับตำแหน่งพระอุปัชฌาย์ ตำแหน่งเจ้าคณะตำบล ท่านปฏิเสธ
ทั้งหมด  เท่าที่ทาบพอลำดับประวัติตำแหน่งที่หน้าที่และสมณศักดิ์ได้ดังนี้
     พ.ศ.๒๕๐๐ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์
     พ.ศ.๒๕๐๔ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอธิการอุ้น สุขกาโม เจ้าอาวาสวัดตาลกง
     พ.ศ.๒๕๐๘ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรมที่พระครูสังฆรักษ์อุ้น สุขกาโม
     พ.ศ.๒๕๒๒ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูวินัยวัชรกิจ
     พ.ศ.๒๕๓๑ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่พระราชทินนามเดิม

admin

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 302
    • ดูรายละเอียด
Re: หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2020, 10:49:05 AM »
การสร้างวัตถุมงคล
     หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม ท่านมีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญในไสยเวทพุทธาคม สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน
 มีญาณสมาบัติแก่กล้า มีวิชาทำวัตถุมงคล ทำผงอิทธิเจ ผงปัทมัง ผงมหาราช ผงหน้าพระภักษ์ ผงพระจันทร์ครึ่งซีก
 ผงยาเพชรจินดา ทำชินปรอท เล่นแร่แปรธาตุ สักยันต์ หุงสีผึ้ง ลงนะ บรรจุพลังเสือโคร่ง หนุมาน เสกลิงลม ขับคุณไสย
ขับวิญญาณผีสิง วิชาเสกปลัดขก ตามตำราหลวงพ่อโศก วัดปากคลอง เรียนรู้และปฏิบัติได้ผลสำเร็จสุดยอดวิชาไสยเวทต่างๆ
 เหมือนพระเกจิอาจารย์โบราณคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงในยุคอดีต เป็นเหตุปัจจัยทำให้วัตถุมงคลทั้งหมดของท่านได้มี
พุทธคุณศักดิสิทธิ์ เข้มขลังหลายด้าน เช่นอยู่ยงคงกระพัน มหาอุด แคล้วคลาด เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ และค้าขาย
     การสร้างวัตถุมงคล พอกล่าวโดยสังเขป ๙ ประการคือ

๑.การสร้างวัตถุมงคลขึ้นเป็นครั้งแรกของบรรดาวัตถุมงคลทั้งหมดคือ การสร้างพระผงสมเด็จเหม็น  โดยเริ่มต้นการสร้างขึ้นใน
ปีพ.ศ.๒๔๙๕ และสิ้นสุดลงในปลายปีพ.ศ.๒๔๙๗ เวลาการสร้างถึง ๓ ปี โดยหลวงพ่ออุ้นร่วมกับพระสงฆ์ภายในวัดตาลกงช่วยกัน
ผงพุทธคุณที่นำมาผสมทำพระสมเด็จเหม็นในครั้งนั้น มีผงอิทธิเจหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ เป็นผงเก่าแก่ที่ได้มาทำไว้ในอุโบสถ
หลังเก่าของวัดตาลกง ตั้งแต่สมัยหลวงพ่อแก้วอยู่ที่วัดปากทะเล ผสมกับผงพุทธคุณของหลวงพ่ออุ้น  แล้วนำมาหมักผสมกับ
ข้าวสุกจากปากบาตรและก้นบาตรของพระสงฆ์ที่ได้บิณฑบาตมา
     การหมักนั้น ถ้าครั้งใดหมักทิ้งไว้หลายวันก็จะมีกลิ่นเหม็นมากและถ้าหมักไว้ชั่วข้ามคืนจะมีกลิ่นเหม็นน้อย จึงเป็นเหตุให้
พระสมเด็จเหม็นมีกลิ่นเหม็นมากน้อยไม่เท่ากัน  พระผงสมเด็จเหม็นสร้างประมาณ ๘๔,๐๐๐ องค์ ส่วนหนึ่งได้บรรจุอยู่ในอุโบสถ
หลังใหม่ประมาณ 45,000 - 50,000 องค์ และอยู่บ้างนอก เช่นเพดานศาลา ใต้ฐานพระและที่ท่านเก็บรักษาไว้รวมประมาณ ๓๕,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ องค์และได้นำออกให้บูชา ถึงปัจจุบันก็มีเหลือไม่มากแล้ว
     พระสมเด็จเหม็น มีการลองเนื้อจะมีเนื้อออกแน่นออกแก่น้ำมัน มีเนื้อออกน้ำตาล ออกแดง ในส่วนที่ลองเนื้อลองพิมพ์
เป็นวัตถุมงคลส่วนน้อย  เอามาเป็นหลักในการเล่นหาไม่ได้  จะต้องเอาเนื้อหารูปแบบโดยรวมของวัตถุมงคลส่วนใหญ่มาเป็น
หลักมาตรฐานลังจากการสร้างพระผงสมเด็จเหม็นแล้ว การสร้างพระผงต่าง ๆ มีต่อมาอย่างต่อเนื่อง เช่นพระผงสมเด็จ ๗ ชั้น
เนื้อเหม็น พระสมเด็จ ๙ ชั้น  เนื้อผสมแร่  พระผงสมเด็จขี่เสือเนื้อผง  และเนื้อผงผสมแร่พรหมชะแง้ พระสมเด็จ ๗ ชั้น
สีแดง พระผง ชุดผงอิทธิเจ  เช่นพระขุนแผน ๕เหลี่ยม  พระขุนแผนทรงพลไหล่อุ  พระผงยอดขุนพล  พระสมเด็จเสื้อกั๊ก
พระปิตตาลอยองค์ พระปิตตานะปัดตลอด  และต่อมายังมีพระขุนแผนยันต์เดียว  เนื้อผงคลุกรัก  เนื้อผงผสมเส้นเกศา
พระปิตตาลอยองค์ใหญ่และเล็ก และพระผงปิดตตานะปัดตลอดยันต์จม  เนื้อผงคลุกรัก และเนื้อผงผสมเส้นเกศา
พระผงเนื้อสังขยา ได้แก่พระผงสมเด็จ ๕ ชั้น อกร่องหูบายสี  พระพิมพ์บัวคว่ำบัวหงาย พระผงหน้าฤๅษีหลังราชวัฒน์
และยังมีพระผงพระปิตตาหลังแบบ  เนื้อผงสมผงแร่พรหมชะแง้ พระรอดเนื้อผงชานหมาก  พระผงสมเด็จใหญ่ขนาดบูชา
และพระผงชุดผงเพชรจินดา  อีกจำนวน ๕ พิมพ์ ๑. พระซุ้มขุนพลใหญ่  ๒. พระซุ้มขุนพลเล็ก  ๓. พระร่วงนั่ง  ๔. พระพิมพ์เล็บมือ
  ๕. พระงบน้ำอ้อย  ฯลฯ
     นับรวม ๆ กันแล้วจะมีพระผงอยู่ประมาณ ๒๖ ถึง ๓๐ พิมพ์ในอดีต และต่อเนื่อจนถึงปัจจุบันปี ๒๕๕๐ เกือบประมาณกว่า๕๐ พิมพ์
ขาดตกบกพร่องไปบ้างก็ขออภัย แต่ให้ทราบไว้ว่า พระเนื้อผงของท่านจะมีผงพุทธคุณเก่านำลงผสมในเนื้อทุกชุด
     ๒.การสร้างวัตถุมงคลด้วยเนื้อแร่เขาพรหมชะแง้  ซึ่งมีวัตถุมงคลหลายอย่าง เช่น พระสมเด็จปรกโพธิ์ พระสมเด็จขี่เสือใหญ่
เสือเล็ก  พระสมเด็จคะแนนนางควัก  พระสีวลี  และปลัดขิก   แร่เขาพรหมชะแง้เป็นเพียงสินแร่  ก่อนจะสร้างเป็นพระพิมพ์ได้
จะต้องมีการหลอมเหลว  การหลอมจะต้องมีสูตร  ถ้าทำไม่ถูกสูตรแร่พรหมชะแง้จะกลายเป็นผงธุลี  เหมือนเผาหินทำปูนขาว
หลวงพ่ออุ้น  สุขกาโม ท่านมีวิชา  มีสูตรในการหลอม โดยใช้วัสดุกำกับด้วยไสยเวทมนตร์คาถา  เมื่อสามารถหลอมทำให้แร่เหลว
เป็นน้ำแล้วก็หล่อเป็นวัตถุมงคลต่าง ๆ เมื่อเสกด้วยเวทมนตร์จะเกิดพลังศักดิ์สิทธิ์เป็นวัตถุกายสิทธิ์  มีพุทธคุณครอบจักรวาลเหมือน
ดังเหล็กไหล
   ๓.การสร้างเหรียญรูปไข่รุ่นแรกขึ้นในปีพ.ศ.๒๕๔๐ มี ๔ เนื้อ ทองคำ เงิน นวะ และเนื้ออัลปาก้า  เป็นเหรียญที่มีพุทธคุณสูง
มีประสบการณ์มากมายเป็นที่ยอมรับของวงการนักนิยมพระเครื่อง  เป็นเหรียญที่มีค่านิยมสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์
ซึ่่งยังไม่เคยมีปรากฎการณ์เช่นนี้มาก่อน  และต่อมาได้มีการสร้างเหรียญอีกต่อเนื่อง หลายรุ่น จนถึงปีพ.ศ.๒๕๕๐ (รุ่นสุดท้าย)
   ๔.การสร้างวัตถุมงคล รุ่นพลังพุทธคุณ ในปีพ.ศ.๒๕๔๒ ซึ่งมีพระกริ่ง  ๓ พิมพ์  และเหรียญหล่อ ๑ พิมพ์ มีพระกริ่งตั๊กแตนใหญ่
พระกริ่งบาเก็ง พระกริ่งจีนสมาธิ และเหรียญหล่อสุริยะประภาจันทรประภา เป็นการสร้างพระกริ่งขึ้นเป็นครั้งแรกของพระกริ่ง
หลวงพ่ออุ้นทั้งหมด  และเป็นวัตถุมงคลรุ่นที่หลวงพ่อท่านได้เป็นผู้เททองในการหล่อวัตถุมงคลรุ่นนี้  มีแผ่นทองลงอักขระเลขยันต์
โดยพระเกจิอาจารย์และพระคณาจารย์ต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวน ๑๓๙ รูป
     แผ่นทองลงเลขยันต์ตามตำรับหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ลงโดยหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม จำนวน ๑๐๘ แผ่น
แผ่นทองลนะ ๑๐๘ ยันต์ปัทมัง ๑๔ โดยพระคณาจารย์สายสังฆราชแพ  และแผ่นทองลงยันต์สุดยอดมหายันต์
โดยหมอไสยศาสตร์
สายหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ตะกรุด เหรียญ ห่วงเหรียญ ชนวน ในการหล่อพระกริ่งและพระประธานอีกจำนวนมาก และจะ
ได้นำเอาเนื้อและชนวนที่เหลือจากการสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้ไปเป็นชนวนสำหรับผสมลงในการสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อ
ในรุ่นอื่น ต่อเนื่องมา สำหรับรูปหล่อโบราณรุ่น ๑ เหรียญหล่อเสมาและเหรียญหล่อนั่งเต็มองค์ รุ่น๑ ทั้งหมด ๓ พิมพ์ในช่วงนั้น
มียอดจำนวน การสร้างน้อยมาก สร้างในปีพ.ศ.๒๕๔๐ หลังออกเหรียญปั๊มรุ่นแรก มีพุทธคุณดีมาก อนาคตจะหายากที่สุด
         ๕. การสร้างพระเนื้อชินปรอท สร้างในปีพ.ศ.๒๕๔๔ จำนวน ๒ พิมพ์ คือ
     ๕.๑ เหรียญหล่อซุ้มขุนพลเล็ก
     ๕.๒ พระสังกัจจายน์ ได้สร้างตามตำรับวิชาผสมปรอทแบบโบราณ เป็นวิชาที่โดดเด่นด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี และ
ป้องกันคุณไสย และอาเภทภัยทั้งปวง สำหรับเนื้อชินปรอทนื้ทำยากมีการสร้างวัตถุมงคล ๒  พิมพ์ นี้ไว้เพียงอย่างละ
ประมาณ ๒๐๐๐-๓๐๐ องค์เท่านั้น
         ๖.การสร้างวัตถุมงคลเนื้อผงยาเพชรจินดา มีวัตถุมงคล ๕ พิมพ์
     ๖.๑ พระซุ้มขุนพลใหญ่
     ๖.๒ พระซุ้มขุนพลเล็ก
     ๖.๓ พระร่วงนั่ง
     ๖.๔ พระพิมพ์เล็บมือ
     ๖.๕ พระงบน้ำอ้อย
     ที่จริงแล้วผงยาเพชรจินดาเป็นยารักษาและบำรุงหัวใจและขับลม  เป็นสูตรยาที่ตกทอดมานานแล้ว  ซึ่งสันนิษฐานว่าจะ
ไม่แตกต่างกับผงยาจดินดามณีของหลวงปู่บุญมากนัก ได้ถูกนำมาสร้างเป็นวัตถุมงงคลจนขึ้นชื่อลือชา อย่างเช่น
พระผงยาจินดามณีของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เป็นต้น
     ๗.การสร้างเครื่องลางต่าง ๆ มีการสร้างมากขึ้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง พ.ศ.๒๕๔๓-๒๕๔๔ และต่อเนื่องมา
ในพ.ศ. ๒๕๔๕-๒๕๕๐ (รุ่นสุดท้าย)  เช่น ผ้ายันต์ ตะกรุด หนุมาน ปลัดไม้แกะ ลิงลม ฯลฯ
    ๘.การสร้างล็อกเกตรูปนั่งเต็มองค์ รุ่น๑ หลังบรรจุผงพุทธคุณ  สร้างจำนวน ๓๐๐ กว่าเหรียญสำหรับล็อกเกตรูปครึ่งองค์ รุ่น๑
เป็นรุ่นที่สร้างพิถีพิถันมีตะกรุด ๕ ดอก ๓ ดอก บรรจุพุทธคุณและเส้นเกศาผสมขี้ตะไบชนวนหล่อรุ่นพลังพุทธคุณสร้างทั้งหมด
๓๓๒ เหรียญ และในปีต่อ ๆ มาทางวัดได้จัดสร้างล็อกเกตต่อเนื่องมาถึงปีพ.ศ.๒๕๔๘
   ๙.สรุปการสร้างวัตถุมงคล รุ่นต่าง ๆ ของหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม อาจเห็นว่ามีมากพิมพ์พอสมควร แต่ยอดจำนวนการสร้างแต่
ละพิมพ์นั้นมีน้อยมาก ซึ่งทางวัดตาลกงได้ จัดสร้างวัตถุมงคลที่ออกมาในนามหลวงพ่ออุ้น ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๙๕
ถึง ปีพ.ศ. ๒๕๕๐ (รุ่นสุดท้าย) แล้วนั้น ซึ่งทางวัดได้จัดทำหนังสือชีวประวัติและประมวลภาพวัตถุมงคลทุกรุ่นของหลวงพ่ออุ้น ไว้
 ก็ขอให้ท่านได้โปรดใช้การพินิจพิจารณาดูให้ถ่องแท้ โดยขอให้ทุกท่านได้ยืดถือ หนังสือประมวลภาพของทางวัดไว้เป็นแนวทาง
ในการศึกษาและเก็บสะสมวัตถุมงคลของหลวงพ่ออุ้น  เพราะหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม ท่านเป็นพระสุปฏิัปันโน ที่เปี่ยมล้นด้วยเมตตา
มีผู้ใดนำวัตถุมงคลมาให้ท่านปลุกเสก ท่านจะเสกให้ทุกรายไปแต่หาใช่ว่าวัตถุมงคลเหล่านั้นเป็นของท่านเสมอไป

ประสบการณ์วัตถุมงคล
    หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม  เป็นพระสุฎิปันโนที่สมบูรณ์แบบด้วยปฏิปทาศีลวัตร สัจคุณ นอบน้อมถ่มตน ไม่โอ้อวดถือตัว
มีเมตตาบารมีสูง เป็นที่พึ่งของศิษยานุศิษย์และญาติโยมสาธุชนทั่วไป ในด้านวัตถุมงคลของท่านมากประสบการณ์ทั้งด้าน
เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด ปราบคุณไสย ได้ผลประจักษ์ชัด  ท่านสร้างขึ้นเพื่อเน้นพุทธคุณ
ด้านคุ้มครองป้องกันภัย  แม้จะเป็นพระใหม่ที่มีการสร้างเพียงไม่กี่ปี  ก็จัดว่าเป็นพระใหม่มาแรงพุทธคุณสูงได้รับความนิยมมาก
ผู้ที่นำไปบูชาต่างยืนยันถึงประสบการณ์ ดังเรื่องที่รวบรวมนำเสนอต่อไปนี้
     ๑.ยิงไม่เข้า ยิงไม่ออก
     สิบโทมานะ เป็นตำรวจตะเวนชายแดน จังหวัดยะลา ได้เดินทางไปกราบนมัสการหลวงพ่ออุ้น พร้อมกับเล่าประสบการณ์
ของตนเองให้ถึงเหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่ออุ้น ที่ห้อยคออยู่เป็นประจำให้ หลวงพี่แดง วัดตาลกงฟังว่า "เมื่อต้นเดือนมิถุนานยน
๒๕๔๑