ขอบคุณที่มา:เพลงธงชาติ : Little Angel โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 คำร้อง-ทำนอง : หลง ลงลาย รายการ ครอบครัวเดียวกัน ThaiPBS

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็ป Timpirus.com

เรียนผู้ศรัทธาในหลวงปู่ทิม อิสริโก และผู้สนใจในเวปทิมภิรัติทุกท่านทราบ

เนื่องด้วยเวปทิมภิรัติมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งมาเพื่อเผยแผ่เกียรติคุณของหลวงปู่ทิม อิสริโก แห่งวัดละหารไร่และคณาจารย์ท่านอื่นๆที่มีปฏิปทาน่าเคารพเลื่อมใส ให้สาธุชนที่สนใจและมีความศรัทธาในองค์หลวงปู่ฯและคณาจารย์ท่านอื่นๆได้ทราบในข้อเท็จจริงจากแหล่งความรู้ด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง และเชื่อถือได้ โดยปราศจากวัตถุประสงค์ในการหาผลประโยชน์เข้าส่วนตัวหรือเข้ากลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง อันอาจจะทำให้ผู้ศรัทธาบางท่านเกิดความเสียหายได้  ดังนั้นทางผู้จัดทำเวปทิมภิรัติจึงเรียนมาเพื่อให้เหล่าสาธุชนได้ทราบอีกครั้งหนึ่งว่า การดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องกับกิจการกุศลและหรือสาธารณกุศลใดๆ ที่มีผู้สนใจนำมาลงเผยแพร่ผ่านทางเวปนั้น บางครั้งทางเวปก็ไม่สามารถตรวจสอบที่มาและรายละเอียดได้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าท่านผู้สนใจรายใดมีความสนใจในการเช่าหาวัตถุมงคลใดๆก็แล้วแต่ที่ท่านอาจจะได้รับข้อมูลผ่านทางเวปแห่งนี้หรือหนังสือพระเครื่องต่างๆหรือเกิดจากความสนใจศรัทธาส่วนตัวแล้วไซร้ ทางผู้จัดทำเวปก็อยากให้ท่านผู้สนใจหาข้อมูลในเรื่องนั้นๆให้กระจ่างชัดเสียก่อนที่จะได้มีการเช่าหาหรือซื้อหา เพราะบางครั้งความศรัทธาของเราอาจจะมากจนเป็นความงมงายแล้วไปบดบังปัญญาของเราจนอาจจะทำให้เราขาดสติได้  ซึ่งแน่นอนอาจทำให้เราเสียเงินเสียทองโดยใช่เหตุ ส่วนถ้าเป็นเรื่องสาธารณกุศลใดๆที่เกี่ยวข้องกับวัดหรือองค์กรสาธารณกุศลใดที่ทางผู้จัดทำสามารถยืนยันได้ ทางเวปยินดีที่จะพิจารณายืนยันให้เป็นกรณีไป เพราะถือว่าเป็นการช่วยกันเผยแพร่กิจกรรมในอันที่จะเป็นสาธารณกุศลเพื่อส่วนรวมได้ต่อไป และขอให้ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรมทุกท่านที่มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนา

ผ้าขอดแดงหลวงปู่บาง วัดสโมสร ปีละ ๑๐๘ ขอด เท่านั้นประสบการณ์ทั่วแดนเมือง นนทบุรี ใครมีก็หวงแหน
สุดยอดเกจิชาวรามัญ

หลวงพ่อยี ปัญญภาโร สิ้นสงสัยด้วยการปฏิบัติพิสูจน์ให้ประจักษ์แจ้ง

พระผงมงคลมหาลาภ? วัดสัมพันธวงศ์

 

เครดิต.Lineกนก "ตามรอยเท้าพ่อ" ตามรอยพระบาทยาตรา จังหวัดพัทลุง 29 มกราคม 2560

 

หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค โดยพระเครื่องเรื่องสนุกโดย คุณหนึ่ง พบพุทธ

 

พระผงอาถรรพ์ธม หลวงปู่ชื่น ติคญาโณ วัดตาอี

กุมารดูดรกโคตรเฮี้ยน มหาเฮง หลวงปู่ชื่น วัดตาอี

พรายกุมารขอดทรัพย์ (ต้นตำรับเขมรขนานแท้) ขนาดบูชา

หลวงปู่เล็ก วัดบ้านหนอง ชัยนาท

หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกง

หลวงพ่อมี เขมธัมโม วัดมารวิชัย จ. อยุธยา

 

ผู้เขียน หัวข้อ: พระปิดตามหาลาภจิ๋วปั๊มหลังรูปเหมือนรุ่นแรก หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย  (อ่าน 164 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 368
    • ดูรายละเอียด
พระปิดตามหาลาภจิ๋วปั๊มหลังรูปเหมือนรุ่นแรก หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย จ. นครพนม
พระคาถาดับโลก หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พระคาถาพุทธทำนาย เป็นคาถาที่สำคัญบทหนึ่ง ในสมัยก่อนครูบาอาจารย์
ต่างๆ (ส่วนใหญ่เป็นสายอีสาน) จะได้พระคาถานี้กันเพียงรูปละท่อน 2 ท่อน ไม่เคยมีผู้ใดได้ครบทั้งบทมาก่อน
*** หลวงปู่โง่น เคยทำนายว่า ต่อไปจะมีพระผู้มากด้วยบุญญาบารมีสามารถได้พระคาถานี้ครบทั้งบท ซึ่งต่อมาปรากฏว่า
พระผู้นั้นคือ หลวงปู่คำพันธ์ นั่นเอง
สำหรับอานิสงส์ของพระคาถาบทนี้ มีมากมาย โดยเฉพาะไว้ดับความเร่าร้อนจากภัยต่างๆ
พุทธทำนาย (คาถาดับโลก)
(คำอธิษฐานพร ของหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ)
สุสุสุ ละละละ ทาทาทา โออัสสะ
อะอะอะ โสโสโส โนโนโน
นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ
มะอะอุ อุอะมะ
นะมะสัจจัง มะราตะมะมะ ระสะมะยัง
หิริโอตัปปะ สัมปันนา
สุกกะธัมมะ สะมาหิตา สันโต
สัปปุริสสา โลเก เทวะธัมมาติ วุจะเรติ
มาระสัจจัง มาระสัจจัง มารัตตะนัง
มาระสุทธัง มาระเตชัง มาระสิทธิกัมมัง
ทิตะทิรา มันทะโส กะสิลา กะละลาสติ
โสจะถิโห กะนะตะเน
พุทธะเย จะมังมาติโธ ทานะโส ปัตตะโส
สัถถาคารังโช โสอะจะนัง ตะโตกันนัง
เถริยะมาเห มะระทะตา มาระกะตะเล
ระวะชาตา ปุระปุรา

*พระเดชพระคุณพระสุนทรธรรมากร (หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ) อายุ ๘๙ พรรษา ๕๙ (พ.ศ.๒๕๔๖) เจ้าอาวาสวัดธาตุมหาชัย
บ้านมหาชัย ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม
สถานะเดิม
ชื่อ คำพันธ์ ศรีสุวงค์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๕๘ โยมบิดาชื่อ นายเคน ศรีสุวงค์ โยมมารดาชื่อ นางล้อม ศรีสุวงค์
เป็นบุตรคนโต มีพี่น้องร่วมบิดา-มารดาเดียวกัน ๒ คน คือ
๑. พระเดชพระคุณพระสุนทรธรรมากร (คำพันธ์ ศรีสุวงค์)
๒. นายพวง ศรีสุวงค์ (ถึงแก่กรรม)
และมีน้องร่วมมารดา แต่ต่างบิดากันอีก ๔ คน คือ
๑. นางสด วงษ์ผาบุตร (ถึงแก่กรรม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗)
๒. ด.ช.บด แสนสุภา (ถึงแก่กรรม)
๓. ด.ญ.สวย แสนสุภา (ถึงแก่กรรม)
๔. นางกดชา เสนาช่วย (ถึงแก่กรรม)
หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ
การบรรพชา-อุปสมบท
วันที่ ๗ กันยายน ๒๔๗๕ (อายุ ๑๗ปี) ได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดศรีบุญเรือง บ้านหนองหอย ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม
โดยมีพระอาจารย์เชื่อม เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากได้บรรพชาแล้วก็ได้ศึกษาอักษรธรรม และหนังสือสูตรคาม แบบโบราณ
ในขณะเดียวกันก็ได้ฝึกปฏิบัติกัมมัฎฐานควบคู่ไปด้วย หลังจากบรรพชาได้ ๓ พรรษา ได้ออกเดินธุดงค์ทรงกรดไปที่จังหวัดเลย
พร้อมกับพระภิกษุ ๒ รูป คือ พระภิกษุบุญ และพระภิกษุวัน ได้พบกับชีปะขาวคนหนึ่งชื่อว่าครุฑ ได้ศึกษาแนวทางการปฏิบัติ
จากชีปะขาวอยู่ประมาณ 3-4 เดือน ก่อนหน้าที่จะได้ฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานนั้น เคยได้รับความรู้เรื่องกัมมัฏฐานมาจาก
พระอาจารย์เสาร์ ซึ่งท่านไปอบรมประชาชนที่วัดโพนเมือง ท่านอาจารย์เสาร์ให้แนวทางในการ ปฏิบัติกรรมฐานไว้ว่า ให้กำหนด
ลมหายใจออก ท่านอาจารย์เสาร์ได้ให้ข้อคิดต่อ ไปอีกว่า “ร่างกายของคนเรานั้น เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง มันทำงานอยู่ตลอดเวลา
ลมหายใจเข้า-ออกนั้น มีความสำคัญมาก ถ้าลมไม่ทำงานคนเราจะตายทันที ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดลมหายใจ” นอกจากนั้น
ท่านอาจารย์เสาร์ยังได้ย้ำอีกว่า “ให้คนเราตีกลองคือขันธ์ ๕ ให้แตก” ซึ่งก็หมาย ความว่า ท่านให้ทำความเข้าใจขันธ์ ๕ ให้จงดี
ให้เข้าใจตามสภาพที่เป็นจริง........
หลวงปู่ได้ศึกษาภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติกับหลวงปู่เสาร์ประมาณ ๑ ปี หลังจากนั้นหลวงปู่คำพันธ์ ก็ได้นำเอาแนวทางการปฏิบัติ
ของอาจารย์ทั้ง ๒ มาเป็นแนวทางปฏิบัติกัมมัฎฐาน
หลวงปู่ได้จำพรรษาอยู่ที่จังหวัดเลยเป็นเวลา ๑ ปี หลังจากนั้นได้เดินธุดงค์ไปยังจังหวัดเชียงรายประมาณ ๓-๔ เดือน
โยมบิดาได้เสียชีวิตลง หลวงปู่จึงได้เดินทางกลับมาทำบุญงานศพบิดา และได้เดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆในเขต
จังหวัดนครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองคายและข้ามไปฝั่งลาวประมาณ ๓-๔ เดือน แต่ไม่ได้จำพรรษา แต่กลับมาจำพรรษา
อยู่ที่วัดป่าบ้านเดิมอยู่ประมาณ ๓ ปี และญาติโยชาวบ้านก็นิมนต์ท่านให้เข้ามาอยู่จำพรรษาที่วัดบ้านเพื่อโปรดญาติโยมชาวบ้าน
บ้าง หลังจากออกพรรษาแล้ว หลวงปู่ก็ออกเดินธุดงค์ต่อ จนอายุถึง 40 ปี จึงหยุดเดินธุดงค์ แต่ก็พยายามศึกษาปฏิบัติธรรม
กัมมัฎฐานมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. ๒๔๗๘ อายุ ๒๐ ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และเริ่มศึกษาพระปริยัติธรรม
พ.ศ. ๒๔๘๒ อายุ ๒๔ ปี มารดาก็ถึงแก่กรรม เวลานั้นเหลือน้องผู้หญิง ๒ คน ซึ่งยังเล็กมาก จึงได้ลาสิกขาบทออกไปเลี้ยงดูน้อง
พ.ศ. ๒๔๘๘ อายุ ๓๐ ปี ได้กลับเข้าอุปสมบทอีกครั้ง และได้ออกไปจำพรรษาที่วัดป่า เป็นเวลา ๓ พรรษา
ต่อมาก็ได้ปฏิบัติกัมมัฏฐานพร้อมเป็นครูสอน พระปริยัติธรรมด้วยที่วัดพระพุทธบาทจอมทอง บ้านหนองหอยใหญ่ ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม
พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้นำญาติโยมประมาณ ๕ ครอบครัว จากบ้านหนองหอยใหญ่ อ.นาแก มาสร้างบ้านและวัดใหม่ ที่โนนมหาชัย และ
ให้ชื่อบ้านว่า “บ้านมหาชัย” ในปัจจุบันนี้ ได้สร้างวัดธาตุมหาชัย (เดิมชื่อวัดโฆษการาม) จนเจริญรุ่งเรืองตราบถึงปัจจุบัน

พระเดชพระคุณหลวงปู่เป็นพระมหาเถระ ที่มีอัธยาศัยใจคอกว้างขวาง เยือกเย็น มีความเมตตา กรุณาต่อศิษย์ ตลอดถึงญาติโยม
ทุกคนที่เข้าหาท่าน ใครก็ตามที่มีปัญหา หรือมีความทุกข์เข้าหาท่าน จะได้รับการต้อนรับจากท่านอย่างดียิ่ง เสมอกันหมด ไม่ว่า
คนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ต่อครูบาอาจารย์ และพระเถระที่อาวุโสกว่า หลวงปู่จะแสดงอาการอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ โดยไม่เคย
จะแสดงอาการ แข็งกระด้างใดๆเลย ด้วยเหตุนี้หลวงปู่จึงเป็นที่เคารพนับถือของ ศิษยานุศิษย์และญาติโยมโดย ทั่วไปเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้แล้ว หลวงปู่ก็ยังเป็นพระเถระที่มีความตั้งใจมั่นคง หนักแน่นอีกด้วย
จะเห็นได้จากการที่ท่านตั้งใจจะทำสิ่งใดแล้ว จะต้องทำสิ่งนั้นให้สำเร็จให้จงได้ คงเป็นเพราะ ความตั้งใจจริงและความตั้งใจมั่นคงนี้เอง
ที่ทำให้หลวงปู่ทำสิ่งใดก็สำเร็จลุล่วงด้วยดี และรวดเร็ว เกิน ความคาดหมายทุกประการ ตัวอย่างเช่น พระธาตุมหาชัย,
อุโบสถวัดธาตุมหาชัย, กำแพง ล้อมรอบวัดธาตุมหาชัย และกุฏิสงฆ์หลังใหม่ ๒ หลัง ซึ่งสิ่งก่อสร้างแต่ละอย่างล้วน แต่ใช้ค่าก่อ
สร้างจำนวนมากทั้งสิ้น เมื่อญาติโยมที่มีความเคารพนับถือในตัวหลวงปู่ทราบ ต่างก็มีจิตศรัทธา ช่วย กันสละกำลังทรัพย์มาช่วย
ในรูปของกฐินบ้าง ผ้าป่าบ้าง จนงานก่อสร้างดัง กล่าวสำเร็จรวดเร็วเกินคาด อีกประการหนึ่ง โดยอุปนิสัยแล้ว หลวงปู่ท่านถือการ
ปฏิบัติกัมมัฏฐานเป็นประจำนับตั้ง แต่อุปสมบทพรรษาแรก จนกระทั่งมรณภาพ


มรณภาพ
พระสุนทรธรรมากร (หลวงปู่คำพัน โฆษปัญโญ) ได้มรณภาพลงดัวยอาการอันสงบ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ เวลาประมาณ ๐๒.๐๐ น. ที่วัดธาตุมหาชัย สิริรวมอายุ ๘๘ ปี ๗๑ พรรษา